สาวเข้าช่วยเหลือ “หนุ่มจีน” เกาะใต้ท้องรถสิบล้อหนีตาย อ้างโดนแก๊งจีนเทาลวงมาจาก “กัมพูชา”

จากกรณีเพจกระแสข่าวได้รับแจ้งจากสมาชิกเพจว่าพบชายชาวจีนได้รับบาดเจ็บที่ขา ตามตัวมีคราบเขม่าสีดำ อยู่ในอาการตื่นตระหนกและหวาดกลัว โดยแจ้งกับหญิงสาวพลเมืองดีที่เจ้าให้ความช่วยเหลือว่าถูกแก๊งคนจีนด้วยกันตามล่าตัว จนต้องหนีตายมาขอความช่วยเหลือเป็นภาษาจีน แต่ไม่สามารถสื่อสารกันได้ จึงจำเป็นต้องใช้แอปแปลภาษา จนทราบรายละเอียด และได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ เข้าช่วยเหลือ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 02.30 น.ของวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยหญิงสาวพลเมืองดีได้ถ่ายคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน


จากคลิปวิดีโอสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ชายชาวจีนคนหนึ่งอายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้นมีลาย รองเท้าแตะ พร้อมกระเป๋าเป้แบบสะพาย เดินขากะเผลก พยายามใช้โทรศัพท์แปลภาษาจีนเป็นภาษาไทยเพื่อสื่อสารและบอกเล่าเรื่องราวที่หลบหนีมา จากนั้นพลเมืองดีได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ มารับตัวไปเพื่อช่วยเหลือชายชาวจีนคนดังกล่าว


ต่อมา ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่บริเวณซอยแก้วอินทร์ ซึ่งอยู่กับถนนมอเตอร์เวย์ สาย M 81 ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี โดยได้พบ กับ น.ส.ริน (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี หญิงสาวพลเมืองดีที่ให้ความช่วยเหลือชายชาวจีน ที่อ้างว่าหนีตายจากแก็งชาวจีนด้วยกัน วิ่งมาขอความช่วยเหลือ


โดย น.ส.ริน (นามสมมุติ) เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุคือวันที่ 30 มี.ค.69 ช่วงเวลาประมาณ 02.30 น.ตนและน้องขับรถจยย.ออกมาจากบ้านซึ่งอยู่ซอยถัดไป และได้มาจอดรถจักรยานยนต์ที่บริเวณซอยแก้วอินทร์ จากนั้นจึงเห็นชายคนหนึ่งสะพายกระเป๋ากึ่งเดินกึ่งวิ่งขากะเผลกเหมือนอยู่ในอาการหวาดกลัวหลบหนีอะไรมา โดยชายคนดังกล่าวได้พยายามสื่อสารกับตนเป็นภาษาจีน ตนจับใจความได้เพียงว่าไวไฟเท่านั้น จึงได้ให้รหัสไวไฟกับเขาไป หลังตนแชร์ไวไฟให้แล้ว ชายชาวจีนรายนี้จึงได้ใช้แอปแปลภาษาสื่อสารกัน โดยระหว่างนั้นเขาได้ขอหลบเข้าไปนั่งที่มุมกำแพงหมู่บ้านหลังต้นไม้


น.ส.ริน กล่าวว่า จากเรื่องราวที่เขาแปลภาษาจีนให้ตนฟัง ทำให้ทราบว่าเขาถูกหลอกมาจากกัมพูชา โดยมีแก๊งคนจีนด้วยกันบอกว่าจะพาเขากลับประเทศจีนแต่กลับมาโผล่ที่ประเทศไทย เขาจึงหาทางหลบหนีมากับรถบรรทุกขนส่ง ด้วยแอบนอนใต้ท้องรถมาจนมาถึงทางด่วนมอเตอร์เวย์บางใหญ่ จึงอาศัยจังหวะที่รถบรรทุกจอดพักหลบออกจากใต้ท้องรถแล้วปีนกระโดดข้ามกำแพงทางด่วนเดินออกมาที่ซอยจนกระทั่งมาพบกลุ่มตนพอดี จึงตัดสินใจเดินเข้ามาขอความช่วยเหลือ ทำให้ตามตัวเขามีเขม่าควัน รถติดตามตัว


นอกจากนี้เขายังบอกอีกว่าในระหว่างที่เขาหลบหนีมานั้น แก๊งชาวจีนได้ขับรถตระเวนตามหาเขาด้วย มีคนในแก๊งหลายคนมีอาวุธปืนมาด้วย ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าวิธีที่เขาแอบใต้ท้องรถมาได้อย่างไร แต่ตนเห็นเขาวิ่งมาจากทางถนนมอเตอร์เวย์ ซึ่งจุดที่พบเจอเขาห่างจากมอเตอร์เวย์เพียงประมาณ 50 เมตร และในซอยแห่งนี้รถบรรทุกขนส่งไม่สามารถเข้ามาได้ ตนพยายามจะแจ้งตำรวจให้มาช่วยเหลือเขา แต่เขาปฏิเสธอย่างเดียวโดยแจ้งแต่ว่าจะไปสถานทูตจีนเพียงอย่างเดียว เขาอยากคุยกับตำรวจจีน เพราะเขากลัวบอกตำรวจไทยจะเป็นพวกเดียวกับแก๊งคนจีนที่หลอกเขา


ต่อมาตนจึงได้เกลี้ยกล่อมให้เขาเข้าใจจนเขายอมให้ตนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยเหลือ โดยระหว่างที่รอตำรวจมาเขาก็ทำท่าเหมือนกับจะหนีไปอีก ตนต้องอธิบายให้เขาเข้าใจว่าตำรวจไทยสามารถช่วยเหลือเขาได้ เขาจะไม่เป็นอันตราย จนตนเห็นท่าไม่ดีจึงได้โทรไปเร่งตำรวจให้รีบเดินทางมา เพราะตนเองก็กลัวเหมือนกันว่าจะมีแก๊งคนจีนที่ตามล่าตัวเขามาเจอเสียก่อน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงเขาก็ยังมีท่าทีกังวลอยู่ แต่เขาได้บอกกับตนว่าเขาจะกลับมาตอบแทนตนที่ช่วยเหลือเขา สุดท้ายตำรวจจึงได้พาเขาไปยังโรงพัก แม้ว่าเขาจะมีท่าทีไม่อยากไปก็ตาม


น.ส.ริน กล่าวอีกว่า ต่อมาบ่ายวันที่ 30 มี.ค.69 ตนเดินทางไปทำธุระที่ สภ.บางใหญ่ จึงได้สอบถามกับตำรวจเรื่องคนจีนที่ตนช่วยเหลือมาเมื่อคืน ทำให้ตนมารู้ในภายหลังว่าชายชาวจีนคนดังกล่าวไม่ได้อยู่ที่โรงพักแล้ว สร้างความสงสัยและเป็นกังวลให้กับตนเองเป็นอย่างมาก เพราะเวลาที่คนจีนออกจากจุดที่ตนเจอก็ประมาณ 03.00 น. น่าจะถึงโรงพักไม่เกินครึ่งชั่วโมง แม้ว่าทางตำรวจจะแจ้งกับตนว่าชายชาวจีนรายนี้ไม่ยอมแจ้งความอะไรและไม่บอกว่าบาดเจ็บตรงไหน มีเพียงบอกกับทางตำรวจว่าจะเดินทางไปที่สถานทูตจีนเพื่อขอพบกับเจ้าหน้าที่สถานทูตเท่านั้น ซึ่งทางตำรวจก็เรียกรถจากแอปฯมารับให้เขาเดินทางไปยังสถานทูตจีนในช่วงกลางดึก


พร้อมกับออกเงินค่ารถให้เขาไปสถานทูต ทำให้ตนเกิดความกังวลใจขึ้นมาว่า ขบวนการให้ความช่วยเหลือมันน่าจะมีมากกว่านี้ ไม่ใช่เพียงเพราะเขาบอกว่าไม่บาดเจ็บ ไม่มีพาสปอร์ตก็ปล่อยให้เขาออกไปเสี่ยงอีก เพราะสถานทูตเองกว่าจะเปิดทำการก็เป็นช่วงเวลาเช้า มันจึงควรจะมีขั้นตอนมากกว่านี้ ถ้าหลังจากที่เขาเดินทางไปสถานทูตแล้ว เกิดเขาหายตัวไปไหน จะได้รับความช่วยเหลือจากสถานทูตหรือถูกแก๊งคนจีนด้วยกันตามล่าตัวเสียก่อน ซึ่งตนก็ไม่มีช่องทางติดต่อเขา


พอตนกลับจากโรงพักมาถึงบ้านมันก็เกิดความกังวลเกี่ยวกับชีวิตคนหนึ่งคน ถึงเขาจะเป็นพวกสแกมเมอร์หรือถูกหลอกไปทำงานก็ตาม แต่เขาก็คือคนเหมือนกัน ตนเป็นห่วงเพราะท่าทีของเขาต้องการความช่วยเหลือและยังหวาดระแวงเหมือนกับกลัว ไม่ไว้ใจใครเลย และตนเองก็ไม่รู้ว่าเขาไปถึงสถานทูตจริงหรือไหม หรือไปเจอกลุ่มคนที่ตามล่าเขาเสียก่อน ทำให้ตนกังวลว่าคนที่ตนได้พยายามช่วยเหลือไว้ตั้งแต่แรก อาจจะไปเป็นข่าวว่าเขาถูกฆ่าตาย มันก็เหมือนบาปที่ตนส่งเขาไปตาย


ตนยอมรับว่า เครียดกับเรื่องนี้มากจนนอนไม่หลับ ไม่รู้ชะตากรรมว่าตอนนี้เขาจะเป็นอย่างไร อยากให้ทางสื่อช่วยติดตามตรวจสอบว่าชายชาวจีนรายนี้ได้รับความช่วยเหลืออย่างไร ปลอดภัยหรือไม่

1 เม.ย. 2569

127 views

EP อื่นๆ