“ภาคเหนือ”วิกฤติฝุ่นคลุ้งหนัก ค่ามลพิษทางอากาศใน “เชียงใหม่” พุ่ง ขึ้นอันดับ 1 โลก

ช่วงเช้าที่ผ่านมา เมื่อเวลา 08.23 น. ประชาชนและผู้ที่อยู่อาศัยในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ ได้รับการแจ้งเตือนจาก cell broadcast เรื่องของปัญหามลพิษทางอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเตือนว่าค่าฝุ่น PM2.5 ขณะนี้มีผลกระทบต่อสุขภาพ และเมื่อเวลา 07:00 น. ของวันที่ 27 มีนาคม 2569 ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มีค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงถึง 87.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และคาดว่าในช่วง 1-2 วันนี้ อากาศยังไม่ดีขึ้น ควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น และงดกิจกรรมกลางแจ้ง หากมีอาการผิดปกติให้พบแพทย์


โดยหลังจากช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานการณ์ไฟป่าในจังหวัดเชียงใหม่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หมอกควันจากไฟป่าเข้ามาสะสมในเขตตัวเมือง ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศเป็นแอ่งกระทะ อีกทั้งวิกฤติไฟป่าทวีความรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ โดยช่วงเช้าของวันนี้ ข้อมูลของศูนย์วิชาการสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ ได้รายงานจุดความร้อนทั้งหมด 104 จุด โดยกระจายไปใน 5 อำเภอ จากทั้งหมด 25 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ หนักที่สุดพบว่าอำเภอเชียงดาวมีจุดความร้อน 22 จุด อำเภอแม่วาง 18 จุด อำเภอแม่แจ่ม 14 จุด และกระจายไปตามอำเภอต่าง ๆ ทำให้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม จนถึงวันที่ 26 มีนาคม มีจุดความร้อนสะสมทั้งหมด 1,702 จุด


ขณะที่ข้อมูลจากเว็บไซต์ IQAir ซึ่งจัดอันดับเมืองที่มีค่ามลพิษทางอากาศสูงสุดของโลก เช้านี้เมื่อเวลา 08:00 น. ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ขึ้นมาอยู่อันดับ 1 ของโลกแล้ว โดยดัชนีคุณภาพอากาศวัดได้ 194 AQI และค่าฝุ่น PM2.5 วัดสูงถึง 116.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร


ขณะที่เว็บไซต์ IQAir ค่ามลพิษทางอากาศในประเทศไทย พบว่า เวียงเหนือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน 336 AQI และ สันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 308 AQI จมฝุ่นหนักแตะระดับอันตราย ขณะที่ อันดับ 3-10 ได้แก่


3.ปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน 294 AQI

4.ดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ 287 AQI

5.แม่ฮี้ จังหวัดแม่ฮ่องสอน 283 AQI

6.แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ 248 AQI

7.บ้านแหวน จังหวัดเชียงใหม่ 236 AQI

8.จังหวัดเชียงราย 232 AQI

9.อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา 227 AQI

10.หางดง จังหวัดเชียงใหม่ 205 AQI


สอดคล้องกับข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ พบว่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ 6 จุด พบว่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับสีแดงและสีส้ม โดยในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ ที่ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง ดัชนีคุณภาพอากาศพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 213 AQI ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 87.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และสูงที่สุดที่ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ดัชนีคุณภาพอากาศวัดได้ 314 AQI ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 188.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร


ทำให้ขณะนี้ในตัวเมืองเชียงใหม่ มีหมอกควันสีขาวสะสมตัวอย่างหนาแน่น ไม่สามารถมองเห็นดอยสุเทพที่อยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองได้แล้ว เนื่องจากถูกควันไฟปกคลุมอย่างหนัก ขณะที่ตามท้องถนนก็มีหมอกควันสีขาวปกคลุม ประชาชนในพื้นที่ต้องสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตนเองขณะออกมาทำกิจกรรมภายนอกอาคาร โดยเฉพาะผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ พบว่ามีอาการแสบตา แสบจมูก และแสบคอ บางรายมีอาการรุนแรงถึงขั้นมีผื่นคันขึ้นตามผิวหนัง


ทั้งนี้ ยังไม่มีแนวโน้มว่าคุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่จะดีขึ้น เนื่องจากในช่วงนี้ยังไม่มีปัจจัยทางสภาพอากาศ ทั้งกระแสลมและพายุฝนฟ้าคะนองที่จะช่วยบรรเทาสถานการณ์ ขณะเดียวกันยังพบว่าสถานการณ์ไฟป่ายังคงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

27 มี.ค. 2569

21 views

EP อื่นๆ