26 มี.ค. 2569
“นครชัย” ยันไม่ขึ้นค่าโดยสาร วอนรัฐบาลตรึงราคาดีเซลสำหรับรถสาธารณะ
“นครชัย 21 - นครชัยทัวร์” ยันไม่ขึ้นค่าโดยสาร วอนรัฐบาลตรึงราคาดีเซลสำหรับรถโดยสารสาธารณะ เพื่อให้ผู้ประกอบการได้ไปต่อ
วันที่ 25 มีนาคม 2569 นายชัยวัฒน์ วงศ์เบญจรัตน์ กรรมการผู้จัดการบริษัทนครชัย 21 และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท นครชัยทัวร์ จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมการจองที่นั่งล่วงหน้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า รถโดยสารสาย กรุงเทพฯ-นครราชสีมา บริษัท นครชัย 21 จำกัด ได้เปิดระบบจองล่วงหน้าเป็นเวลา 30 วัน ซึ่งผู้โดยสารเริ่มทยอยจองที่นั่งโดยสารมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
โดยในปัจจุบันสถานการณ์ยอดจองตั๋วล่วงหน้าประมาณ 4,000 ที่นั่ง ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติเมื่อเทียบกับช่วงเทศกาลอื่นๆ อย่างไรก็ตามเหลือเวลาอีกประมาณ 15 วัน ก่อนจะถึงช่วงสงกรานต์คาดว่าจะจองเพิ่มขึ้นอีก แต่ยังไม่ได้มีรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเด่นชัด ตามที่มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าต้นทุนราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอาจเป็นแรงจูงใจหลักให้ประชาชนหันมาใช้บริการรถโดยสารสาธารณะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ซึ่งโดยประเมินว่าแนวโน้มการเดินทางในครั้งนี้จะมีความใกล้เคียงกับช่วงเทศกาลที่ผ่านมา เนื่องจากมีทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบที่ต้องพิจารณาควบคู่กัน ในด้านหนึ่งประชาชนอาจตัดสินใจใช้รถสาธารณะมากขึ้นเพราะแบกรับภาระต้นทุนน้ำมันไม่ไหว แต่ในอีกด้านหนึ่งก็อาจเกิดการชะลอการเดินทางหรือลดจำนวนเที่ยววิ่งลงเพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย รวมถึงกระแสความกังวลเรื่องความยากง่ายในการจัดหาน้ำมันและโควตาต่างๆ ซึ่งยังต้องติดตามสถานการณ์ในสัปดาห์หน้าอย่างใกล้ชิด ว่าจะเป็นไปตามแนวทางที่รัฐบาลประกาศไว้หรือไม่
ทั้งนี้ในส่วนของการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับผู้โดยสาร หากไม่มีอุปสรรคด้านการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิง นครชัย 21และนครชัยทัวร์ มีแผนที่จะเสริมเที่ยวรถเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 25 ถึง 30 จากจำนวนเที่ยววิ่งปกติ ซึ่งถือเป็นมาตรฐานที่ผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะทั่วไปดำเนินการอยู่แล้ว โดยบางแห่งอาจเพิ่มได้ตั้งแต่ร้อยละ 10 ถึง 40 ตามความเหมาะสมของแต่ละบริษัท
นอกจากนี้ยังได้มีการเตรียมประสานรถโดยสารนำเที่ยวที่ว่างจากการรับงานในช่วงดังกล่าวเข้ามาเป็นกำลังเสริม เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถรองรับความต้องการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอและสะดวกสบายที่สุด
นายชัยวัฒน์ วงศ์เบญจรัตน์ กล่าวถึงสถานการณ์วิกฤตต้นทุนน้ำมันในปัจจุบันว่า ราคาน้ำมันดีเซลหน้าสถานีบริการที่ขยับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 33 บาทเศษต่อลิตร ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะอย่างหนัก โดยในช่วงเทศกาลที่มีจำนวนผู้โดยสารมากยังพอที่จะประคองตัวในการเดินรถได้ แต่หากพ้นช่วงเทศกาลไปแล้วและราคาน้ำมันยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงเช่นนี้ จะเกิดปัญหาเรื่อง “โหลดแฟคเตอร์” หรือจำนวนผู้โดยสารต่อคันทันที ซึ่งหากการบริหารจัดการจำนวนผู้โดยสารไม่สัมพันธ์กับต้นทุน จะนำไปสู่ภาวะการขาดทุนอย่างหนักในแต่ละเที่ยววิ่ง
ดังนั้น มาตรการแรกที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องนำมาใช้เพื่อความอยู่รอด คือการปรับลดจำนวนเที่ยววิ่งลง เพื่อเพิ่มจำนวนผู้โดยสารต่อคันให้มากขึ้นและครอบคลุมต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าที่ผ่านมาผู้ประกอบการทุกรายจะมุ่งมั่นในการให้บริการประชาชนอย่างเต็มกำลัง แต่หากต้องแบกรับภาระการเดินรถที่ขาดทุนต่อเนื่องก็คงไม่สามารถทำได้ในระยะยาว
นอกจากต้นทุนน้ำมันแล้ว นายชัยวัฒน์ ยังระบุว่าผู้ประกอบการยังต้องเผชิญกับการปรับขึ้นราคาของสินค้าและบริการอื่น ๆ (Supply) ที่เริ่มแจ้งปรับราคาเข้ามาในช่วงเดือนเมษายน 2569นี้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่ม ขนม และอะไหล่ต่าง ๆ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้บีบให้บริษัทต้องปรับรูปแบบการบริหารจัดการภายในองค์กรอย่างเข้มข้น ทั้งการประหยัดพลังงานและการปรับปรุงรูปแบบการใช้ทรัพยากรบุคคลเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ภาครัฐควรให้ความใส่ใจเป็นพิเศษคือ ความเหลื่อมล้ำของราคาน้ำมันระหว่างหน้าสถานีบริการกับราคาน้ำมันในกลุ่มอุตสาหกรรมขนส่งที่สั่งซื้อผ่านจ็อบเบอร์ (Jobber) เนื่องจากน้ำมันหน้าปั๊มได้รับการตรึงราคาโดยกองทุนน้ำมัน แต่ราคาน้ำมันที่ผู้ประกอบการขนส่งสั่งซื้อโดยตรงกลับมีราคาสูงกว่าเกือบ 10 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นต้นทุนที่ผู้ประกอบการแบกรับไม่ไหว
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้รถในภาคอุตสาหกรรม การเกษตร และการขนส่งต่างพากันไปแย่งเติมน้ำมันที่สถานีบริการหน้าปั๊ม จนเกิดปัญหาน้ำมันไม่เพียงพอและปั๊มต้องจำกัดโควตาการเติม ทั้งที่รถโดยสารสาธารณะถือเป็นรูปแบบการเดินทางที่ช่วยรัฐประหยัดพลังงานได้มากที่สุด เนื่องจากสามารถขนส่งคนได้จำนวนมากต่อครั้ง ทางผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางสาธารณะจึงได้เสนอแนวทางแก้ไขต่อภาครัฐว่า ควรพิจารณาให้ผู้ประกอบการขนส่งสามารถสั่งซื้อน้ำมันผ่านจ็อบเบอร์ได้ในราคาที่ใกล้เคียงหรือเท่ากับราคาหน้าสถานีบริการ เพื่อลดภาระต้นทุนและลดความแออัดในการไปแย่งเติมน้ำมันกับภาคประชาชน ซึ่งจะช่วยให้ระบบขนส่งสาธารณะดำเนินต่อไปได้โดยไม่กระทบต่อผู้ใช้บริการในระยะยาว
สุดท้ายตนก็ยังเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ก่อนที่จะเกิดวิกฤติจนรถโดยสารสาธารณะต้องหยุดวิ่งหรือเหลือแค่วิ่งตามรอบต่ำเท่านั้น และที่สำคัญในส่วนของผู้ประกอบการเองไม่ต้องการที่จะขึ้นค่าโดยสารเพื่อไปสร้างภาระให้กับประชาชนที่เดินทางด้วยรถสาธารณะ
นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าทำไมรถโดยสารไม่กลับไปใช้ก๊าช NGV นั้น ตนชี้แจงว่าเป็นเรื่องยากเพราะต้นทุนสูง แต่ในอนาคตน่าจะเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้ามากกว่า เเต่ต้องปรับด้านเทคโนโลยีต่างๆ ให้เหมาะสม เช่น ควรจะทดลองใช้ในเส้นทางระยะสั้นก่อน ส่วนเส้นทางข้ามจังหวัดต้องมีการลงทุนระบบการชาร์จไฟให้เร็วขึ้น
สำหรับบริษัทนครชัย 21 และบริษัทนครชัยทัวร์ ปัจจุบันมีรถโดยสารปรับอากาศ จำนวน 130 คัน ประกอบการเดินรถโดยสารประจำทาง 5 สาย ได้แก่ สายนครราชสีมา-กรุงเทพ นครราชสีมา-เชียงใหม่ นครราชสีมา-เชียงราย นครราชสีมา-นครสวรรค์ และนครราชสีมา-มุกดาหาร ต้องใช้น้ำมันดีเซลวันละ 10,000 ลิตร เดือนละ 3 แสนลิตร มีพนักงานทั้งสิ้น 400 คน
25 มี.ค. 2569
129 views
EP อื่นๆ
25 มี.ค. 2569
25 มี.ค. 2569
25 มี.ค. 2569
25 มี.ค. 2569
25 มี.ค. 2569
25 มี.ค. 2569
25 มี.ค. 2569
25 มี.ค. 2569
25 มี.ค. 2569
25 มี.ค. 2569
25 มี.ค. 2569
25 มี.ค. 2569
25 มี.ค. 2569
25 มี.ค. 2569
25 มี.ค. 2569