23 มี.ค. 2569
ชาย 72 ถูกแก๊งคอลฯ หลอกโอนเงิน 3 ล้าน ตำรวจไซเบอร์ช่วยได้เงินคืน 2 ล้าน
ชาย 72 ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินเก็บทั้งชีวิต 3 ล้าน ตำรวจไซเบอร์ช่วยอายัดคืนได้ 2 ล้าน เผยไม่เคยมีโมบายแบงก์กิ้ง ไม่เคยเล่นไลน์ สุดท้ายยังตกเป็นเหยื่อ พบมิจฉาชีพไม่ใช้บัญชีม้ารับเงิน แต่หลอกโอนเงินเข้าบัญชีเหยื่ออีกรายเพื่อปกปิดเส้นเงิน
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 มี.ค. 2569 ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 (บก.สอท.4) จังหวัดเชียงใหม่ ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมด้วย กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผู้บังคับการ กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 และสุบรรณ โชคพิมพา ผู้กำกับการ 1 บก.สอท.4 ร่วมกันแถลงข่าวและมอบเงินคืนจำนวน 2,000,000 บาท ให้กับผู้เสียหาย ภายใต้โครงการ “Money Cash Back ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน”
คดีดังกล่าวเกิดขึ้นกับชายวัย 72 ปี ชาวอำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์หลอกลวง อ้างตัวเป็นพนักงานธนาคาร ก่อนจะมีบุคคลอีกคนแอบอ้างเป็นตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น ข่มขู่ว่าบัญชีธนาคารของผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด และส่งหมายศาลปลอมผ่านแอปพลิเคชันไลน์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
ด้วยความหวาดกลัว ผู้เสียหายจึงโอนเงินไปยังบัญชีปลายทางชื่อ “นายคำพันธ์” เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 จำนวน 2,000,000 บาท ต่อมาวันที่ 18 สิงหาคม 2568 ยังถูกหลอกให้ถอนเงินสดไปฝากเข้าบัญชีอื่นอีก 1,000,000 บาท รวมความเสียหายทั้งหมด 3,000,000 บาท
ภายหลังเมื่อทราบว่าถูกหลอก ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากนั้นเจ้าหน้าที่ บก.สอท.4 ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินและประสานธนาคารเพื่ออายัดบัญชีที่เกี่ยวข้อง
จากการสืบสวนพบว่า เจ้าของบัญชีปลายทาง “นายคำพันธ์” เองก็เป็นผู้เสียหายเช่นกัน โดยเคยถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกในลักษณะเดียวกัน อ้างตัวเป็นพนักงานธนาคารและตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น ข่มขู่ว่าบัญชีเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน และสั่งให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ จนสูญเงินไปกว่า 2,273,000 บาท
ต่อมามิจฉาชีพยังสั่งให้นายคำพันธ์โอนเงินที่มีคนโอนเข้าบัญชีต่อไปยังบัญชีอื่น แต่ธนาคารตรวจพบความผิดปกติและได้ประสานเจ้าหน้าที่ทัน ทำให้สามารถอายัดเงินจำนวน 2,000,000 บาท ที่ผู้เสียหายรายแรกโอนไปได้ทันเวลา
ชัชปัณฑกานต์ กล่าวว่า คดีนี้ถือเป็นลักษณะ “หลอกซ้อนหลอก” โดยผู้เสียหายเป็นเกษตรกรสูงอายุ ไม่ใช้โซเชียลมีเดีย และไม่มีแอปพลิเคชันไลน์มาก่อน แต่ถูกมิจฉาชีพใช้เครื่องมือซิมบล็อกโทรศัพท์เข้ามาข่มขู่จนเกิดความหวาดกลัว ทำให้ยอมทำตามคำสั่ง
เจ้าหน้าที่จึงอยากฝากเตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุว่า หากมีการอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแล้วสั่งให้โอนเงิน ห้ามหลงเชื่อเด็ดขาด และไม่ควรเก็บเรื่องไว้คนเดียว ควรรีบปรึกษาครอบครัวหรือแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
ด้านผู้เสียหายเปิดเผยว่า เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินที่ตนทำงานเก็บมาตั้งแต่อายุ 20 กว่าปี กระทั่งเกษียณมาเป็นเกษตรกร เมื่อถูกหลอกจึงรู้สึกเสียใจอย่างมาก แต่รู้สึกขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ที่ช่วยติดตามเงินคืนมาได้ และอยากฝากเตือนผู้สูงอายุให้ถือกรณีของตนเป็นอุทาหรณ์ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพอีก
10 มี.ค. 2569
635 views
EP อื่นๆ
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
IEA เตือนจะเกิดวิกฤตพลังงานที่รุนแรงกว่า ทศวรรษ 1970
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569