สตม.ตั้งกรรมการสอบ ปมส่งกลับชาวเมียนมา ขณะถูกดำเนินคดีฆ่าหญิงไทย

ลูกสาวโวยตำรวจ แม่ถูกฆาตกรรม แต่ ตม.แม่สอด ผลักดันกลับประเทศ ไม่รอผล DNA ด้านผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 สั่งตั้งกก.สอบสวน ตม.ตาก ส่งกลับผู้ต้องหาระหว่างถูกดำเนินคดีฆ่าหญิงไทย ถือว่าทำงานบกพร่อง ยันเอาผิด-ประสานทางการเมียนมาเร่งติดตาม

นางสาวน้ำ (นามสมมติ) เปิดเผยกับทีมข่าวผ่าน วิดีโอคอล (เบลอหน้าผู้ร้องเรียน) เพื่อร้องเรียนกรณีแม่ถูกฆากรรม ว่า เหตุการณ์ ที่แม่ของตนเอง อายุ 57 ปี เสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. 2568 บริเวณทุ่งนา อ.แม่สอด จ.ตาก และมาพบศพ ในวันที่ 12 พ.ย.2568 จากนั้น ตำรวจ สภ.พะวอ ได้เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ สามารถติดตามควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย เป็นชาวเมียนมา ได้ 2 คน คือ ได้ในวันที่ 13-14 พ.ย. โดยตำรวจ สภ.พะวอ ดำเนินคดีในข้อหา หลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต

จากนั้น สภ.พะวอ ได้นำตัวผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 รายไปฝากขังไว้ที่ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง อ.แม่สอด จ.ตาก พร้อมกับเอกสารผลักดันออกนอกประเทศ ส่วนตนเอง ได้นำร่างของแม่ ไปทำพิธีทางศาสนา และฝังร่างในวันที่ 17 พ.ย. 2568

เบื้องต้น ตำรวจ สภ.พะวอ แจ้งกับทางครอบครัวว่า ต้องรอการรวบรวมพยานหลักฐาน และผลชันสูตรศพ จากนิติเวช เนื่องจากขณะนี้ ยังไม่สามารถดำเนินคดีกับ ผู้ต้องสงสัย ในเรื่องว่าเป็นคนฆาตกรรมหรือไม่

ต่อมา ในวันที่ 16 ธ.ค. 2568 ทางครอบครัวทราบผลชันสูตร และผลตรวจ DNA ตรงกับ นายโทนตาอ่อง (หรือ ดำ) อายุ 52 ปี เป็นหนึ่งในผู้ต้องสัย ที่ ตม.แม่สอด รวบคุมตัวไว้ จากนั้นในวันที่ 19 ธ.ค. 2568 ตนเองกับครอบครัว เข้าไปติดตามเรื่องของการควบคุมตัว ผู้ต้องสงสัยชาวเมียนมา ที่ ตม.แม่สอด ซึ่งทาง ตม.แม่สอด แจ้งว่า ได้มีการผลักดันผู้ต้องสงสัย กลับประเทศไป ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย. 2568 ทำให้ตนเอง รู้สึกงง และสงสัย กับกระบวนการที่จะดำเนินคดีกับคนร้ายที่ฆาตกรรมแม่

โดยผลชันสูตรระบุว่า มีเลือดออกที่อวัยวะเพศ และวัยวะเพศฉีกขาด รวมทั้งร่างกาย มีร่องรอยฟกช้ำ ที่คาง กราม แตก บริเวณลำคอมีร่องรอยบีบรัด หน้าเขียวช้ำ มีเลือดออกตามหู ปาก และตา ทำให้ขาดอากาศหายใจเป็นเหตุให้เสียชีวิต

จากนั้นตนเองได้เข้าไปติดต่อสอบถามกับ ตม. อีกครั้ง ให้เหตุผลว่า ทาง ตม.ไม่มีสิทธิ์กักขังผู้ต้องขังไว้นานเพราะผิดกฎหมาย เนื่องจากทาง สภ.พะวอ มีเอกสาร เพียงฉบับเดียว ที่นำมามอบให้ ตม.ผลักดัน ส่วนในทางคดีฆาตกรรม ที่ สภ.พะวอ ได้มีการสอบถามพนักงานสอบสวน ให้ข้อมูลว่า จากการสอบปากคำ ผู้ต้องสงสัย ให้การปฏิเสธ จึงทำได้เพียง แจ้งข้อหา หลบหนีเข้าเมืองเพียงข้อหาเดียว ส่วนคดีฆาตกรรม ยังไม่มีการดำเนินคดีใดๆ เพราะผู้ต้องหาปฏิเสธ โดยอ้างว่า ต้องรอผลตรวจพิสูจน์ DNA และผลชันสูตรศพ ก่อน

ยอมรับว่า ตนเอง สับสน เพราะ ทั้ง 2 หน่วย ต่างโยนกันไปมา ไม่สามารถให้รายละเอียดได้ ทั้งที่ตนเอง เป็นผู้เสียหาย และไม่รู้ว่า เกิดอะไรขึ้นกับกระบวนการยุติธรรม และไม่ทราบว่า ตอนนี้ คนร้าย อยู่ที่ไหน แล้วเหตุใด ก่อนผลักดันไม่แจ้งให้ครอบครัวทราบ

ทางด้าน พ.ตอ.สุดสยาม ภูมิประเสริฐ ผกก.สภ.พะวอ เปิดเผยว่า ตำรวจ สภ.พะวอ เข้าตรวจสอบพื้นที่และเก็บพยานหลักฐาน ตั้งแต่วันรับแจ้งเหตุ จากนั้น ได้ควบคุมตัว ผู้ต้องสงสัย ทั้งหมด 12 คน ที่เป็นชาวเมียนมา มาตรวจ DNA และสอบปากคำ ไว้แล้ว เบื้องต้น มีการแจ้งข้อหา เรื่องของการหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต กับชาวเมียนมาทั้ง 12 ค

จากนั้นได้นำตัวส่ง ตม.แม่สอด โดยยืนยันว่า มีเอกสารกำกับ ไปยัง ตม. แม่สอดว่า ให้ชะลอตัวการผลักดันออกนอกประเทศ เนื่องจาก อยู่ระหว่างการตรวจสอบคดีการฆาตกรรรม ไปตามขั้นตอน มีการเซ็นหนังสือรับ ตรวจสอบบุคนลชัดเจน จากนั้น ผลตรวจDNA ที่ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ก็ทราบว่า มี 1 ใน 12 คน มี DNA ตรงกับที่พบในร่างผู้ตาย จากนั้นใน วันที่ 18 ธ.ค.2568 ตำรวจ สภ.พะวอ จึงขออำนาจศาล เพื่อออกหมายจับ นายตวน ไว้ ในข้อหา ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ส่วนข้อหาอื่นๆ รวมถึงการกระทำชำเราหรือไม่ ต้องได้ตัวผู้ต้องหามาก่อน แล้วจะมีการแจ้งเพิ่มเติมในภายหลัง

ขณะนี้ ตำรวจ สภ.พะวอ ทราบแล้วว่า มีการผลักดันตัวผู้ต้องหาออกนอกประเทศ ไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ตำรวจ ประสาน หน่วยงานความมั่นคง ทั้งทหาร ฝ่ายปกครอง และประเทศเมียนมา เพื่อติดตามตัวคนร้าย โดยมีรางวัลนำจับให้กับผู้ที่ชี้เบาะแส ไปสู่การจับกุมตัว

ต่อมา พันตำรวจเอกศราวุธ วะเท รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 ในฐานะโฆษกตรวจคนเข้าเมือง 5 เปิดเผยว่า พลตำรวจตรีสราวุธ คนใหญ่ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 สั่งการให้ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีข่าวที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า มารดาของหญิงสาวรายหนึ่ง ถูกลูกจ้างสัญชาติเมียนมาทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ชีวิต ช่วงเดือนพฤศจิกายนปีก่อน (2568) แต่คนร้ายกลับถูกผลักดันส่งกลับไปยังประเทศเมียนมา ผ่านทางตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก ทั้งที่ยังอยู่ในระหว่างกระบวนการรอดำเนินคดี ซึ่งจากการตรวจเบื้องต้นพบว่า ก่อนเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2568 ตำรวจภูธรพะวอ จังหวัดตาก ได้ส่งตัวนายโทนตาอ่อง สัญชาติเมียนมา มายังตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก เพื่อผลักดันส่งกลับไปนอกราชอาณาจักร และในวันเดียวกัน ได้มีหนังสือแจ้งขอชะลอการส่งกลับ เนื่องจากอยู่ในระหว่างเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าผู้อื่น แต่ขณะนั้น พนักงานสอบสวน ยังไม่ได้ออกหมายจับ เนื่องจาก อยู่ในขั้นตอนระหว่างการรอผลตรวจดีเอ็นเอ กระทั่งวันที่ 18 ธ.ค. 2568 พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรพะวอ ได้ขออนุมัติหมายจับ นายโทนตาอ่อง ในความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่น” และได้นำหมายจับพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องมาขอรับตัวผู้ต้องหาตามหมายจับไปดำเนินคดีตามกฎหมาย จึงได้ทราบภายหลังว่า คนต่างด้าวดังกล่าวถูกส่งกลับไปนอกราชอาณาจักรแล้ว ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย. 2568 ซึ่งพบว่า เจ้าหน้าที่งานผลักดัน ตรวจคนเข้าเมืองแม่สอด ได้ดำเนินการผลักดันคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 50 ราย กลับเมียนมา โดยตรวจสอบภายหลัง พบว่า ในจำนวนนี้มี นายโทนตาอ่อง สัญชาติเมียนมา รวมอยู่ด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่งานผลักดันตรวจคนเข้าเมืองแม่สอด ยืนยันว่า ไม่ปรากฏมีการรับแจ้งการขอชะลอการส่งกลับแต่อย่างใด

ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 จึงสั่งตั้งกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ห้องกัก ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก ผลัดที่รับตัวผู้ต้องหา โดยในชั้นนี้ ถือเป็นความบกพร่องที่ปรากฎชัดเจน และกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า หากเป็นการเจตนา หรือจงใจ จะมีการดำเนินการทางวินัย และคดีอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด

สำหรับตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ ซึ่งถูกผลักดันกลับไปยังประเทศเมียนมาแล้ว ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 ได้จัดชุดสืบสวน ประสานงานกับทางเมียนมา ติดตามตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยโดยเร็วที่สุด พร้อมกำชับการปฏิบัติ ไปยังหัวหน้าด่านทุกด่าน หากผู้ต้องกัก เป็นผู้ต้องสงสัยคดีอาญา และมีการประสานงานทางเอกสารมายัง ด่านตรวจคนเข้าเมือง ให้เจ้าหน้าที่รายงานหัวหน้าด่านให้ทราบในทันที เพื่อสั่งการกำชับการปฏิบัติไม่ให้เกิดความบกพร่อง และเสียหายต่อไป

3 ม.ค. 2569

172 views

EP อื่นๆ