23 มี.ค. 2569
ศาลสั่งจำคุก 8 ปี 18 เดือน ห้านายพรานฆ่าชำแหละเสือโคร่ง ศาลชี้คำอ้างเสือกินวัวก่อนฟังไม่ขึ้น
วานนี้ (6 มี.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี จับกุมตัว 5 นายพราน ผู้ต้องหาก่อเหตุนำซากวัวมาเป็นเหยื่อล่อเสือโคร่งสองแม่ลูก ออกจากป่าห้วยปิล๊อก ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ และป่าสงวนแห่งชาติเขาช้างเผือก แล้วใช้อาวุธปืนยิงจนเสียชีวิต จากนั้นนำไปถลกหนัง และแล่เอาเนื้อเพื่อนำไปเป็นอาหาร เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 8-11 ม.ค. 2565
โดย 5 นายพราน คือ
- นายศุภชัย เจริญทรัพย์
- นายจอแห่ง พนารักษ์
- นายกูกือ ยินดี
- นายรัชชานนท์ เจริญทรัพย์
- นายโชเอ ไม่มีนามสกุล
ทั้ง 5 นายพราน เป็นชาวหมู่ 4 ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ ซึ่งหลังจากโดนจับ ในวันที่ 15 ม.ค.2565 ศาลจังหวัดทองผาภูมิได้อนุญาตให้ผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ประกันตัวออกไปเพื่อต่อสู้คดีในชั้นศาล ด้วยวงเงินคนละ 100,000 บาท
ต่อมา เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2566 ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดทองผาภูมิได้มีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ สวอ3/2565 และคดีหมายเลขแดงที่ สวอ1/2566 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดทองผาภูมิ (โจทก์) กับ จำเลยทั้ง 5 คน ในความผิด...
- ความผิดต่อพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ
- ความผิดต่อพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
- ความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ
- ความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืน
ศาลจังหวัดทองผาภูมิ มีคำพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้า มีความผิด ดังนี้
- มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน
- พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562
- พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562
- พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507
โดยการกระทำของจำเลยทั้งห้า เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 2 ปี
ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร
- เป็นการกระทำกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุกคนละ 1 ปี ฐานร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ปรับคนละ 1,000 บาท ฐานร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์หรือจับสัตว์หรืออาวุธใดๆ เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ ปรับคนละ 10,000 บาท
ฐานร่วมกันเข้าไปดำเนินกิจการใดๆ เพื่อหาผลประโยชน์ในเขตอุทยานแห่งชาติกับฐานร่วมกัน นำหรือปล่อยสัตว์ที่เป็นอันตรายหรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างรุนแรงในเขตอุทยานแห่งชาติ
- เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันเข้าไปดำเนินการใดๆเพื่อหาผลประโยชน์ในเขตอุทยานแห่งชาติ กับฐานร่วมกันนำหรือปล่อยสัตว์ ที่เป็นอันตรายหรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างรุนแรงในอุทยานแห่งชาติ เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันเข้าไปดำเนินการใดๆเพื่อหาผลประโยชน์ในเขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุกคนละ 6 เดือน
ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง ฐานร่วมกันล่อหรือนำสัตว์ป่าออกไปหรือกระทำให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ป่าด้วยประการใดๆ กับฐานร่วมกันยิงปืนภายในเขตอุทยานแห่งชาติ
- เป็นการกระทำกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุกคนละ 2 ปี
ฐานร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติหรือกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติกับฐานร่วมกันเก็บหา นำออกไป กระทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายหรือทำให้เสื่อมสภาพซึ่งทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ หรือกระทำการอื่นใดอันส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ หรือทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในอุทยานแห่งชาติ
- เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันเก็บหาของป่าในป่าสงวนแห่งชาติ หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุกคนละ 2 ปี
ฐานร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
- จำคุก คนละ 1 ปี 6 เดือน และฐานร่วมกันทิ้งสิ่งที่เป็นเชื้อเพลิงซึ่งอาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ภายในอุทยานแห่งชาติ จำคุกคนละ 6 เดือน รวมจำคุกจำเลยทั้งห้าคนละ 8 ปี 18 เดือน และปรับคนละ 11,000 บาท
จำเลยทั้งห้า ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกจำเลยทั้งห้าคนละ 3 ปี 21 เดือน และปรับคนละ 5,500 บาท
ส่วนการที่จำเลยทั้งห้า วางเงินชำระค่าเสียหายบางส่วน ก็เป็นความรับผิดที่จำเลยทั้งห้าจะต้องชำระตามคำพิพากษา ในส่วนที่โจทก์มีคำขอให้ชดใช้อยู่แล้ว แม้จำเลยทั้งห้า จะไม่เคยถูกดำเนินคดีอาญามาก่อน และประกอบกิจกรรมต่างๆ ตามที่จำเลยทั้งห้านำสืบ ก็ไม่เป็นเหตุสมควรให้รอการลงโทษจำคุกแก่จำเลยทั้งห้า
หากจำเลยทั้งห้า ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 กับให้จำเลยทั้ง ห้า ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นเงิน 750,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2565 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ
อัตราดอกเบี้ยอาจปรับเปลี่ยนได้ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดอัตราดอกเบี้ยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 บวกด้วยอัตราร้อยละ 2 ต่อปี ทั้งนี้ให้นำเงินจำนวน 300,000 บาท ที่จำเลยทั้งห้า วางต่อศาลหักออกจากค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยคำนวณถึงวันที่จำเลยทั้งห้าวางเงินต่อศาลด้วย
--------------
ศาลพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยทั้งห้า ของพนักงานคุมประพฤติแล้ว เห็นว่าจำเลยทั้งห้า มีครอบครัวและอาศัยอยู่ในชุมชนใกล้เคียงป่าพื้นที่เกิดเหตุ จำเลยทั้งห้าย่อมจะต้องมีความรู้สึกหวงแหนป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งต้องปกป้องและรักษาทรัพยากรธรรมชาติมากกว่าบุคคลทั่วไป อีกทั้งควรจะปฏิบัติตนเป็นเยี่ยงอย่าง ไม่ทำลายหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ
ขณะเกิดเหตุจำเลยทั้งห้า มีอายุและวุฒิภาวะมากพอที่จะรู้ผิดชอบชั่วดีและไตร่ตรองถึงการกระทำ รวมถึงผลกระทบที่จะตามมาได้ การที่จำเลยทั้งห้ากล่าวอ้างว่ากระทำไปเนื่องจากโกรธแค้นที่เสือมากัดกินโคกระบือของจำเลยทั้งห้า และป้องกันทรัพย์สินของจำเลยทั้งห้า แม้จะเป็นดังที่จำเลยทั้งห้ากล่าวอ้าง ก็ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้องสมควร ทั้งยังถือได้ว่าเป็นเรื่องร้ายแรงและผิดต่อกฎหมายอย่างชัดแจ้ง อีกทั้งยังเป็นการทำลายระบบนิเวศ และทำให้ธรรมชาติเสียสมดุล
แม้จำเลยทั้งห้าจะอ้างว่าเสือโคร่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น แต่ก็ยังถือว่ามีจำนวนที่น้อย มิฉะนั้นคงไม่กำหนดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองและมีการกำหนดแผนปฏิบัติการอนุรักษ์เสือโคร่งแห่งชาติ และจำเลยทั้งห้าควรที่จะเข้าใจในธรรมชาติของเสือซึ่งเป็นสัตว์ป่าที่โดยธรรมชาติจะต้องล่าสัตว์เป็นอาหาร
การที่จำเลยทั้งห้า เลี้ยงวัวกระบือในพื้นที่เกิดเหตุ ก็เป็นเรื่องที่อาจคาดคะเนได้ว่าจะเกิดเหตุที่เสือมากัดกินวัวกระบือของจำเลยทั้งห้า นอกจากนี้เมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์ที่จำเลยทั้งห้ามีอาวุธปืนถึง 4 กระบอก กระสุนปืนอีกเป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีเครื่องมือเครื่องใช้ตามที่เจ้าพนักงานตรวจยึดไว้เป็นของกลาง อันแสดงว่าจำเลยทั้งห้าสามารถดำรงชีพอยู่ในป่าได้ระยะเวลานาน โดยมีการวางแผนกันมาอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อที่จะล่าสัตว์ป่า
ยิ่งไปกว่านั้นจากการตรวจยึดของเจ้าพนักงานยังพบว่า มีการแล่หนังเสือโคร่งทั้งสองซากในลักษณะเป็นแผ่นตั้งแต่หัวจนถึงปลายหางอยู่ในสภาพสมบูรณ์ทั้งตัว ชิ้นเนื้อและกระดูกผ่านการรมควันเพื่อป้องกันการเน่าเสีย อันบ่งชี้ว่าจำเลยทั้งห้า ประสงค์ที่จะครอบครองหรือแสวงหาประโยชน์จากซากเสือโคร่งทั้ง 2 ซาก ซึ่งจำเลยทั้งห้า ย่อมทราบดีว่ามีกระบวนการรับซื้อซากสัตว์ดังกล่าวในราคาที่สูง
การกระทำของจำเลยทั้ง 5 หาใช่เป็นการยิงฆ่าเสือโคร่งเพราะเหตุเพียงโกรธแค้น หรือป้องกันทรัพย์สินของจำเลยทั้งห้าแต่ประการเดียวไม่
การกระทำของจำเลยทั้งห้ากรณี จึงเป็นเรื่องร้ายแรง ส่วนการที่จำเลยทั้งห้า วางเงินชำระค่าเสียหายบางส่วน ก็เป็นความรับผิดที่จำเลยทั้งห้าจะต้องชำระตามคำพิพากษา ในส่วนที่โจทก์มีคำขอให้ชดใช้อยู่แล้ว
แม้จำเลยทั้งห้า จะไม่เคยถูกดำเนินคดีอาญามาก่อน และประกอบกิจกรรมต่างๆ ตามที่จำเลยทั้งห้านำสืบ ก็ไม่เป็นเหตุสมควรให้รอการลงโทษจำคุกแก่จำเลยทั้งห้า หากจำเลยทั้งห้า ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 กับให้จำเลยทั้ง 5 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นเงิน 750,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2565 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ อัตราดอกเบี้ยอาจปรับเปลี่ยนได้ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดอัตราดอกเบี้ยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 บวกด้วยอัตราร้อยละ 2 ต่อปี
--------------
รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DaX6YthM5Kk
7 มี.ค. 2566
22 views
EP อื่นๆ
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
IEA เตือนจะเกิดวิกฤตพลังงานที่รุนแรงกว่า ทศวรรษ 1970
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2569