21 ก.ค. 2569
แม่ใจสลาย ลูกชาย ป.4 ปวดคอ-ปวดหัว เข้าห้องพยาบาลโรงเรียน ผ่านไป 20 นาที นอนหมดสติ หัวใจหยุดเต้น
เปิดใจคุณแม่น้อง ป.4 เล่าเรื่องราวสุดบีบหัวใจ บอกว่าลูกชายหมดสติและหัวใจหยุดเต้นจนสมองได้รับความเสียหาย ภายในห้องพยาบาลของโรงเรียน ร้องขอให้โรงเรียนเปิดเผยกล้องวงจรปิดเพื่อหาสาเหตุ
กลายเป็นประเด็นสะเทือนใจสังคมและสร้างข้อกังวลเกี่ยวกับระบบความปลอดภัยในสถานศึกษา เมื่อแม่ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดปทุมธานี ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กหวังเป็นอุทาหรณ์เตือนภัย เรื่องราวสุดวิกฤต หลังลูกชายมีอาการป่วยและถูกส่งเข้าห้องพยาบาลของโรงเรียน แต่กลับหมดสติและหัวใจหยุดเต้นจนสมองได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง
ที่น่าตกใจคือทางครอบครัวและทีมแพทย์ยังไม่ได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนในการเปิดเผยภาพวงจรปิดเพื่อหาสาเหตุ เหตุการณ์นี้จึงนำมาสู่การเรียกร้องเพื่อให้ทุกโรงเรียนยกระดับมาตรฐานการรับมือเหตุฉุกเฉินและมีความโปร่งใส ก่อนจะเกิดความสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่าได้อีก
ล่าสุดผู้สื่อข่าว ได้พูดคุยกับคุณเอ (นามสมมติ) แม่ของเด็กนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ทางโทรศัพท์เนื่องจากยังไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ คุณเอ ได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับลูกชายให้ฟังว่า เหตุเกิดเช้าวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 08.00 น. ระหว่างเข้าแถว ลูกชายของเธอซึ่งเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ได้แจ้งครูว่า มีอาการปวดคอ ปวดท้องและปวดหัว โรงเรียนได้โทรศัพท์แจ้งให้เธอมารับลูกกลับบ้าน หลังทราบเรื่องก็ได้รีบออกจากบ้านและใช้เวลาประมาณ 20 นาทีเดินทางไปถึงโรงเรียน
เมื่อเปิดประตูห้องพยาบาลเข้าไป ภาพที่เห็นคือ ลูกชายนอนหมดสติ สีตัวผิดปกติ และร่างกายไม่ตอบสนองอะไร เธอรีบนำลูกชายส่งโรงพยาบาลที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโรงเรียน ก่อนถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศิริราช
แพทย์แจ้งว่า ลูกมีภาวะขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน หัวใจหยุดเป็นเวลาร่วม 10 นาที ส่งผลให้สมองได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง และวันนี้ลูกยังคงนอนอยู่ในห้อง ICU โดยแพทย์ได้แจ้งให้ครอบครัวเตรียมใจ
จนถึงวันนี้เธอยังคงตั้งคำถามกับตัวเองทุกวันว่า ระหว่างที่เธอกำลังรีบเดินทางไปหาลูก เกิดอะไรขึ้นกับลูกบ้าง ที่ผ่านมาทีมแพทย์ได้ขอภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงเรียน เพื่อนำไปประกอบการประเมินว่า ก่อนที่ลูกจะหมดสติ มีอาการผิดปกติ หรือสัญญาณเตือนทางการแพทย์ใดเกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งอาจเป็นข้อมูลสำคัญต่อการรักษาและการค้นหาสาเหตุและที่ผ่านมาลูกชายก็ไม่มีอาการผิดปกติ หรือบ่งชี้ว่า เจ็บป่วย หรือเป็นโรคอะไรที่รุนแรง ซึ่งอาจมีบางที่เป็นตามปกติคืออาการภูมิแพ้ หรือไข้หวัดที่เด็กๆ เป็นกัน
อย่างไรก็ตามคุณเอ รู้สึกว่ายังไม่ได้รับความร่วมมือในการเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว ทำให้เธอยังคงมีคำถามที่ยังหาคำตอบไม่ได้ และเธอบอกว่าไม่ได้โพสต์เฟซบุ๊กเพื่อกล่าวโทษใคร แต่เธออยากขอให้เหตุการณ์ของลูก เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทุกโรงเรียนในประเทศไทยกลับมาทบทวนมาตรฐานการดูแลเด็กเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
เด็กที่ป่วยและถูกส่งเข้าห้องพยาบาล ควรได้รับการเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด เพราะเพียงไม่กี่นาที อาการอาจเปลี่ยนจาก"ไม่สบาย" กลายเป็น "วิกฤต" ทุกโรงเรียนควรมีระบบรับมือเหตุฉุกเฉินที่ชัดเจน บุคลากรที่พร้อมช่วยเหลือ และความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นต่อการรักษาและการตรวจสอบข้อเท็จจริง
เธอยังบอกว่าไม่สามารถย้อนเวลากลับไปช่วยลูกได้ แต่หวังว่า เรื่องของลูกจะช่วยปกป้องลูกของคนอื่น หากเรื่องนี้ไปถึงผู้บริหารโรงเรียน ครู ผู้ปกครอง สื่อมวลชน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอเพียงอย่างเดียว ช่วยกันผลักดันให้โรงเรียนทุกแห่งมีมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงขึ้น เพื่อไม่ให้ครอบครัวใดต้องเผชิญความสูญเสียแบบที่ครอบครัวของเธอที่กำลังเผชิญอยู่ในวันนี้
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/DTgivouVGxY
21 ก.ค. 2569
107 views
EP อื่นๆ
21 ก.ค. 2569
21 ก.ค. 2569
21 ก.ค. 2569
21 ก.ค. 2569
21 ก.ค. 2569
21 ก.ค. 2569
20 ก.ค. 2569
20 ก.ค. 2569
20 ก.ค. 2569
20 ก.ค. 2569
20 ก.ค. 2569
20 ก.ค. 2569
20 ก.ค. 2569
20 ก.ค. 2569
20 ก.ค. 2569
17 ก.ค. 2569
17 ก.ค. 2569
17 ก.ค. 2569