2 มี.ค. 2569
ตะวันออกกลางระอุ! อิสราเอล-อิหร่านตอบโต้กันเข้าสู่วันที่ 3 เสียงไซเรนดังกึกก้อง
อิสราเอลเดินหน้าโจมตีอิหร่านอย่างหนักหน่วงเป็นวันที่ 3 เกิดเสียงไซเรนดังกึกก้องทั้งในกรุงเตหะรานและอีกหลายเมือง สภากาชาดอิหร่านเผย นับตั้งแต่ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเริ่มขึ้นตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 201 คน บาดเจ็บ 747 คน
รายงานระบุว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา กรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน ถูกโจมตีอย่างหนัก เกิดระเบิดและไฟไหม้หลายจุดทั่วเมือง ขณะที่เสียงไซเรนเตือนภัยดังสนั่นไปทั่วท้องถนน
การโจมตีเมื่อคืนที่ผ่านมาเริ่มต้นขึ้นประมาณ 21:00 น. ดูเหมือนว่า จะมุ่งเป้าไปที่หลายจุดพร้อมกันทั่วกรุงเตหะราน มีรายงานว่าอาคารของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน (IRIB) ซึ่งเป็นองค์กรสื่อที่รัฐควบคุม ถูกโจมตีด้วย
ผู้สื่อข่าวรายว่า ได้ยินเสียงเครื่องบินรบบินวนอยู่เหนือศีรษะ จะเห็นเปลวไฟลุกโชนอยู่ด้านหลัง เกิดระเบิดหลายครั้งดังขึ้นจากทุกทิศทุกทาง กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอลกล่าวว่า กองทัพอากาศอิสราเอลได้มุ่งเป้าไปที่สำนักงานใหญ่ของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) อิสราเอลเตรียมเรียกกำลังสำรอง 100,000 นาย เพื่อเสริมความพร้อมรบตามแนวชายแดนติดกับซีเรียและเลบานอน รวมถึงในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง ฉนวนกาซา และอิสราเอลตอนใต้ด้วย
สภากาชาดอิหร่านเผยนับตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาที่อิสราเอล-สหรัฐฯเริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 201 คน และบาดเจ็บ 747 คน เฉพาะที่โรงเรียนสตรีในเมืองมินาบ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับฐานทัพของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีตั้งแต่วันแรก มีผู้เสียชีวิตไป 153 คน
ขณะที่บรรยากาศในกรุงเตหะรานและอีกหลายเมือง ประชาชนยังคงออกมาไว้อาลัยให้กับอยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่เสียชีวิตตั้งแต่วันแรกของปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เรียกปฏิบัติการนี้ว่า "ปฏิบัติการมหากาพย์พิโรธ" หรือ Operation Epic Fury
เมื่อคืนที่ผ่านมา ชาวอิหร่านจำนวนมากร่วมกันจุดเทียนไว้อาลัยในกรุงเตหะราน เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ชาวอิหร่านบอกว่า พวกเขาจะยืนหยัด "จนกว่าทรัมป์จะสิ้นลมหายใจ" หลายคนเรียกร้องให้ชาวอิหร่านออกมา "แก้แค้น" อิสราเอลและสหรัฐอเมริกา
อย่างไรก็ตามมีชาวอิหร่านบางส่วนออกมาสนับสนุนปฏิบัติการของสหรัฐฯ อิสราเอลตั้งแต่วันแรกที่พวกเขาทราบข่าวว่า ผู้นำสูงสุดคาเมเนอี เสียชีวิตแล้ว
ขณะที่ชาวอิหร่านในหลายประเทศก็ออกมาเฉลิมฉลองเช่นกัน ชุมชนชาวอิหร่านกลุ่มเล็กๆ ที่นั่นรวมตัวกันในกรุงโซลเฉลิมฉลองหลังจากมีรายงานว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านและสังหารอยาตอลลาห์ คาเมเนอี ได้สำเร็จ พวกเขาร่วมกันโบกธงชาติอิหร่าน ร้องเพลงและเต้นรำ เพื่อเฉลิมฉลอง ผู้เข้าร่วมบางคนถือรูปถ่ายของเรซา ปาห์ลาวี นักการเมืองฝ่ายค้านที่ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ แสดงการสนับสนุนและเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอิหร่าน
ขณะที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ประชาชนหลายพันคนออกมาเฉลิมฉลองบนท้องถนนในกรุงปารีส พวกเขาบอกว่า สาธารณรัฐอิสลามต้องช่วงกันสร้างผู้นำขึ้นใหม่ท่ามกลางบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดในรอบเกือบ 50 ปี
ผู้ที่มาร่วมชุมนุมบอกว่า อาลี คาเมเนอีเสียชีวิตแล้ว พวกเขารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ในไม่ช้า ประเทศของเราจะได้รับการปลดปล่อย
ขณะที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ผู้สนับสนุนการโจมตีของสหรัฐฯ ที่สังหารผู้นำอิหร่านหลายร้อยคนได้เดินขบวนไปตามถนนในนิวยอร์ก พร้อมตะโกนว่า "USA, USA" และ "Trump, Trump, thank you"
พวกเขาบอกว่า ที่พวกเขามาที่นี่เพื่อเฉลิมฉลองการเสียชีวิตของคาเมเนอี และพร้อมสนับสนุนรัฐบาลใหม่ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง" พวกเขาพร้อมนับสนุนให้มกุฎราชกุมารเรซา ปาห์ลาวี กลับมาเป็นผู้นำอิหร่านอีกครั้ง "การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจะทำให้เราเป็นอิสระ หลังจากที่ต้องทนมานาน 47 ปี ในที่สุดพวกเขาก็จะเป็นอิสระ"
โดยเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการสู้รบในตะวันออกกลาง อิหร่านยังคงเดินหน้าโจมตีหลายประเทศในตะวันออกกลาง เพื่อตอบโต้การโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา และทำลายฐานทัพกับผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง
การสู้รบระหว่างอิสราเอล สหรัฐอเมริกา และอิหร่านดำเนินเข้าสู่วันที่ 3 แล้ว โดยตลอดทั้งวันและคืนที่ผ่านมา อิหร่านยังคงยิงขีปนาวุธและโดรนใส่หลายประเทศในตะวันออกกลาง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอิสราเอล ขีปนาวุธของอิหร่านพุ่งผ่านท้องฟ้าตลอดทั้งคืน ส่งผลให้กองทัพอิสราเอลต้องใช้ระบบป้องกันภัยทางอากาศ "ไอรอนโดม" ยิงสกัดกั้น
ที่กรุงเยรูซาเลม มีรายงานว่าขีปนาวุธของอิหร่านได้ตกลงบนพื้นถนน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 6 ราย ขณะเดียวกัน ก็มีเสียงไซเรนดังระงมไปทั่วทั้งเมือง
ส่วนที่เมืองเคอร์ยัต โอโน ใกล้กับกรุงเทลอาวีฟ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งเข้าควบคุมเหตุไฟไหม้ หลังจากถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธจากอิหร่าน
ขณะที่หน่วยกู้ชีพ Magen David Adom ของอิสราเอลรายงานว่า ขีปนาวุธจากอิหร่านได้พุ่งโจมตีเมืองเบต เชเมช (Beit Shemesh) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ราย ซึ่งถือเป็นการโจมตีอิสราเอลครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดนับตั้งแต่สงครามครั้งนี้เริ่มต้นขึ้น
ที่บาห์เรน เมื่อคืนที่ผ่านมา อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพเรือของสหรัฐฯ ในกรุงมานามา เมืองหลวงของประเทศ ส่งผลให้เกิดไฟไหม้อย่างรุนแรง มีลูกไฟและกลุ่มควันสีดำขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ตามรายงานระบุว่า ฐานทัพเรือแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของกองบัญชาการกองเรือที่ 5 (Fifth Fleet) ของกองทัพเรือสหรัฐฯ
ส่วนที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เกิดไฟไหม้อย่างรุนแรงที่ท่าเรือเจเบล อาลี ในนครดูไบ และที่เมืองชาร์จาห์ หลังขีปนาวุธจากอิหร่านโจมตี เช่นเดียวกับท่าเรือซายิด (Zayed Port) ในกรุงอาบูดาบี ก็ถูกโจมตีจากขีปนาวุธของอิหร่าน ส่งผลให้เกิดไฟไหม้และมีกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งขึ้นฟ้า
ล่าสุด กระทรวงกลาโหมของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เปิดเผยว่าพบผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่าน ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมาแล้วอย่างน้อย 3 ราย และบาดเจ็บอีก 58 ราย อย่างไรก็ดี กองทัพสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สามารถได้ยิงสกัดขีปนาวุธของอิหร่านได้ 167 ลูก และโดรนอีก 541 ลำ แต่มีอย่างน้อย 35 ลำที่ตกลงบนพื้น
ขณะเดียวกัน สถานการณ์การสู้รบที่เกิดขึ้น ทำให้ประชาชนในนครดูไบแห่กันไปซื้ออาหารและข้าวของที่จำเป็นเพื่อกักตุน ส่งผลให้ชั้นวางสินค้าและตู้แช่เนื้อในซูเปอร์มาร์เก็ตเริ่มว่างเปล่า ประชาชนที่พบเห็นเหตุการณ์ระบุว่า เมื่อวานนี้ ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นหลายครั้งในนครดูไบเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน
แม้ทางการอิหร่านจะประกาศว่าเป้าหมายหลักคือฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค แต่การโจมตีกลับส่งผลกระทบต่อเป้าหมายอื่น ๆ เป็นวงกว้าง ส่งผลให้สนามบินหลักหลายแห่งในตะวันออกกลาง รวมถึงสนามบินดูไบ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางระหว่างประเทศที่พลุกพล่านที่สุดในโลก ต้องปิดทำการตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา นำไปสู่ความโกลาหลทางการบินครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี
ในขณะเดียวกัน ไฟความขัดแย้งที่เกิดขึ้นก็ได้ลุกลามไปยังประเทศอื่นๆ และเกิดการประท้วงอย่างดุเดือด โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อิรักและปากีสถาน
ที่กรุงแบกแดด อิรัก เมื่อวานนี้ เกิดเหตุปะทะอย่างดุเดือดระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับกลุ่มผู้ประท้วงที่สนับสนุนอิหร่านหลายร้อยคนที่มารวมตัวกันบริเวณด้านหน้าเขตกรีนโซน ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ
หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตาเพื่อสลายการชุมนุม บรรดาผู้ประท้วงต่างพากันวิ่งหนีไปตามท้องถนน โดยบางส่วนมีการถือธงชาติอิหร่าน และมีรายงานว่าได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นในบริเวณดังกล่าวด้วย
ส่วนที่นครการาจี เมืองท่าสำคัญของปากีสถาน เกิดการประท้วงอย่างดุเดือดและรุนแรงหน้าสถานกงสุลสหรัฐฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำสถานกงสุลสหรัฐฯ ได้ลั่นไกใส่กลุ่มผู้ประท้วงที่พยายามจะพังกำแพงชั้นนอกเข้าไปด้านใน
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/vToDBNtG6tw
2 มี.ค. 2569
47 views
EP อื่นๆ
2 มี.ค. 2569
27 ก.พ. 2569
27 ก.พ. 2569
27 ก.พ. 2569
27 ก.พ. 2569
27 ก.พ. 2569
27 ก.พ. 2569
27 ก.พ. 2569
27 ก.พ. 2569
26 ก.พ. 2569
26 ก.พ. 2569
26 ก.พ. 2569
26 ก.พ. 2569
26 ก.พ. 2569
26 ก.พ. 2569
26 ก.พ. 2569
26 ก.พ. 2569
25 ก.พ. 2569