21 ต.ค. 2568
สาวร้องแม่อดีตผัวหมอ กีดกันรัก ซ้ำหลังคลอดยังบุกแย่งลูกไปต่อหน้า วอนขอลูกคืน
มีสาวปริญญาโทรายหนึ่งร้องไปยังคุณต้นอ้อ ว่า ถูกแม่ผัวกีดกันไม่ต้อนรับเป็นลูกสะใภ้ ขนาดตั้งท้องอยู่ยังไม่เห็นใจ หลังคลอดลูกได้เดือนเดียว แม่ผัวบุกมาแย่งเด็กไปต่อหน้าต่อตา เธอพยายามต่อสู้แย่งลูกกลับคืนมา แต่ก็สู้แรงไม่ไหว
ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ได้พูดคุยกับ น้องฝน (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี เล่าให้ฟังว่า เธอเองรู้จักกับ อดีตสามี ที่เป็นคุณหมอในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ผ่านทาง Application หาคู่ ประมาณปลายปี 2566 ฝ่ายชายแสดงตัวตนชัดเจนว่า มีอาชีพเป็นหมอโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ส่วนตัวเธอเอง เป็นนักศึกษาปริญญาโทเพิ่งจบใหม่และอยู่ระหว่างหางานทำ
หลังจากนั้นพูดคุยกันเรื่อยมานานประมาณ 2 เดือนจึงมีการนัดเดทกันครั้งแรกที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเดทแรก เธอรู้สึกแปลกๆหลายอย่าง เพราะฝ่ายชายจะขอให้เธอหารและแชร์กันทุกอย่างแม้กระทั่งค่ารถไฟฟ้าหรือค่า vat และเซอร์วิชชาร์จ , แต่เธอก็ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะสามารถแชร์กันและจ่ายได้
หลังจากนั้น ต่างก็หายขาดการติดต่อกันไป ต่อมาฝ่ายชายกลับมาติดต่อหาเธออีกครั้ง ครั้งนี้คุยกันจริงจังมากขึ้นจนตกลงเป็นแฟนกันและฝ่ายชายพาเธอมาเปิดตัวที่โรงพยาบาลที่เขาทำงานอยู่ กินข้าว เดินจับมือกัน โดยที่หมอไม่ได้มีท่าทีปิดบังหรือกลัวใครเห็น
ซึ่งหลังจากเป็นแฟนกัน นายแว่นก็ขนข้าวของย้ายมาอยู่กับเธอที่หอพักย่านสะพานพระราม 8 โดยที่ค่าหอพัก ค่าน้ำ ค่าไฟต่างๆเธอเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด ส่วนของใช้อะไรที่ซื้อมาใช้ร่วมกันก็หารครึ่ง
ขณะที่คบกัน เธอก็พยายามตรวจสอบว่าฝ่ายชายมีแฟนมั้ย ปรากฎว่าเป็นคนเจ้าชู้ และพฤติกรรมตาม Follow IG ของสาวๆสวยๆ ไม่ต่ำกว่า 3,000 คน นอกจากนี้ เธอยังจับได้ว่า หมอยังแอบเล่น Application หาคู่และมีการนัดเจอกับผู้หญิงใน App เพื่อไปมีเพศสัมพันธ์กัน
นอกจากนี้ น้องฝน ยังบอกว่า ทุกครั้งที่มีปัญหากันหมอจะเอาเรื่องไปฟ้องแม่ของตัวเองตลอด และยิ่งทำให้แม่ของหมอไม่ค่อยชอบเธอ สุดท้ายเธอตัดสินใจขอเลิก และเธอก็ท้อง แต่สุดท้ายก็เลิกกับหมอไม่ได้
หลังจากนั้นก็กลับมาคบกันตามปกติ และเธอก็ขอให้หมอหยุดพฤติกรรมเล่น App หาคู่หรือนัดเจอผู้หญิง ซึ่งหมอก็หยุดพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้เพราะเป็นความชื่นชอบส่วนตัว
ขณะตั้งท้อง ฝ่ายชายก็ไม่ด้ดูแลเธอเลย แม้กระทั่งฝากครรภ์เธอยังต้องนั่งรถไปฝากครรภ์เอง ส่วนค่าใช้จ่าย ฝ่ายชายขอรับผิดชอบ 60/40 ( ฝ่ายชาย 60 , ฝ่ายหญิง 40 )
ซึ่งฝ่ายชายไม่ได้แนะนำหรือชักชวนให้เธอมาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลที่ตัวเองทำงานอยู่ด้วย แต่เธอไม่ได้คิดอะไร , เธอและฝ่ายชายเคยมาพูดคุยกันเรื่องจดทะเบียนสมรสและจัดงานแต่งให้ถูกต้อง ทางฝ่ายชายไปปรึกษากับแม่ของฝ่ายชายเองได้ข้อสรุปว่า ไม่จดทะเบียนสมรส
หลังจากนั้น ฝ่ายชายก็จัดงานแต่งให้เธอ แต่ไม่ได้จดทะเบียน ซึ่งเธอก็ไม่ได้เรียกร้องค่าสินสอดสักบาท ซึ่งวันงาน แขกทางฝั่งของเธอ 500 คน ส่วนแขกทางฝั่งฝ่ายชายมา 3 คน คือ แม่, น้องชาย และ พี่ชายของหมอ
หลังจากงานแต่ง เธอก็หวังว่า ชีวิตคู่จะดีขึ้น แม่สามีอาจจะเปิดใจรับเธอมากขึ้น ตอนนั้นอายุครรภ์ได้ 4 เดือน ฝ่ายชายพาเธอไปที่บ้านแม่ย่านสาทรเป็นอาคารพาณิชย์ติดริมถนน ซึ่งพอไปถึงบ้าน ฝ่ายชายให้เธอนั่งรออยู่ที่รถไม่ให้เข้าไปในบ้านเพราะว่า แม่สั่งห้ามไว้ ซึ่งเธอทราบมาตลอดแล้วว่า แม่ฝ่ายชายไม่ค่อยปลื้มเธอเท่าไหร่นัก แต่ไม่คิดว่าจะถึงขนาดนี้ ซึ่งแม่ฝ่ายชายจะดูถูกเธอตลอดว่า ตั้งใจปล่อยให้ท้องเพื่อจะจับลูกชายเขา โดยวันนั้นเธอนั่งในรถนานเกือบ 2 ชั่วโมง
จนกระเพาะปัสสาวะอักเสบและต้องแอดมิดโรงพยาบาลทันที โดยที่ฝ่ายชายทิ้งให้เธออยู่โรงพยาบาลคนเดียวลำพัง
น้องฝน เล่าอีกว่า หลังเธอออกจากโรงพยาบาล แม่ของฝ่ายชายออกอุบายขอมาดูที่หอพักว่า กินอยู่กันยังไง พอเธอหลงเชื่อให้มาหา ปรากฎว่า แม่สามีพาชายฉกรรจ์มาด้วย 2 คน และสวมใส่ถุงมือก่อนเข้ามารื้อค้นภายในห้องพักของเธอและขนข้าวของเสื้อผ้าของใช้ต่างๆของฝ่ายชายกลับออกไปทั้งหมด และสั่งห้ามยุ่งเกี่ยวกับลูกชายของเขาอีก ส่วนเด็กหลังคลอดแล้วให้เอาเด็กมา ทางบ้านฝ่ายชายจะเลี้ยงเอง หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เธอเครียดจนมีภาวะซึมเศร้า
ซึ่งจากนั้นฝ่ายชายก็ขาดการติดต่อและหายไปเลย จนกระทั่งวันที่เธอคลอดลูกเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางฝ่ายชายและแม่ฝ่ายชายมาปรากฏตัวที่ห้องรอคลอดและ เอาเอกสารสัญญามาให้เธอเซ็น โดยมี 2 ทางเลือก 1.หลังคลอดให้ยกลูกให้ทางบ้านฝ่ายชายและจะให้เงินเดือนละ 10,000 บาท แต่มีข้อแม้ว่า ฝ่ายหญิงรวมถึงครอบครัวฝ่ายหญิงต้องไม่มา ยุ่งเกี่ยววุ่นวายอีก
2.หากฝ่ายหญิงจะเอาเด็กไปเลี้ยงดูเอง ก็ต้องตัดขาดกับทางฝ่ายชายโดยที่ฝ่ายชายจะไม่ส่งเสียค่าเลี้ยงดูใดๆ และไม่รับรองบุตร
น้องฝน บอกว่าตอนนั้นเธอเลือกอะไรไม่ได้และกำลังนอนอยู่บนเตียงรอคลอด เธอเครียดมาก
สุดท้ายปัญหาก็ยังคาราคาซังจนกระทั่งหลังคลอด เธอรีบเอาลูกกลับมาเลี้ยงที่บ้านต่างจังหวัด ทางฝ่ายชายและแม่ฝ่ายชายก็พยายามมาบีบบังคับให้เธอเลือกและเซ็นสัญญา จนสุดท้ายเธอเซ็นสัญญาและเลือกข้อ 1.ยกลูกให้ทางบ้านฝ่ายชายและได้รับเงินเดือนละ 10,000 บาท แต่มีข้อแม้ว่า ฝ่ายหญิงรวมถึงครอบครัวฝ่ายหญิงต้องไม่มา ยุ่งเกี่ยววุ่นวายอีก แต่หลังจากนั้นเธอรู้สึกคิดถึงลูก อยากเจอลูก จึงขอร้องทางบ้านฝ่ายชาย , ซึ่งบ้านฝ่ายชายก็ยอมให้เจอ โดยสลับกันเอาลูกไปเลี้ยงคนละ 3-4 วัน
กระทั่งวันเกิดเหตุ แม่ฝ่ายชายขอเข้ามารับหลาน ซึ่งนัดกันที่บ้านของพี่ชายของเธอและครั้งนี้เธอรู้สึกแปลกๆ ว่าถ้ายอมให้ลูกไปอยู่ทางบ้านฝ่ายชายรอบนี้จะทำให้เธอไม่ได้เจอลูกอีก พอฝ่ายชายและแม่มาถึงก็ขออุ้มหลาน ซึ่งเธอและแม่ของเธอที่นั่งอยู่บนโซฟาจึงถามไปว่ารอบนี้เอาไปกี่วัน และจะให้เธอได้เจอลูกอีกเมื่อไหร่ , แม่ฝ่ายชาย ตอบกลับมาแบบห้วนๆ ไม่รู้ ชั้นขอคิดดูก่อน , เธอจึงพยายามเข้าไปแย่งลูกกับคืนเหตุการณ์ก็เป็นไปตามคลิปที่ปรากฏ
หลังจากนั้นตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา เธอก็ไม่ได้เจอหน้าลูกอีกเลยและฝ่ายชายก็บล็อคเธอทุกช่องทาง เธอทำถึงขั้นไปแอบดูตามถังขยะรอบๆบ้านของฝ่ายชายว่า มีของใช้ พวกแพมเพิสหรืออะไรที่เป็นของเด็กทารกมาทิ้งไว้บ้างหรือไม่ แต่ก็ไม่มีอะไรเลยที่เป็นหลักฐานหรือสัญญาณบอกว่า ลูกของเธออยู่ที่บ้านฝ่ายชาย ซึ่งตอนนี้เธอก็ยังไม่รู้ว่า ลูกของเธออยู่ที่ไหน ความเป็นอยู่เป็นอย่างไรบ้าง ตอนนี้เธอคิดถึงลูกมากและทรมานหัวใจจะขาด อยากวอนขอฝ่ายชายและแม่ คืนลูกสาวให้กับเธอด้วย
รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/TwcK4k9wp9s
3 เม.ย. 2568
4.1K views
EP อื่นๆ
21 ต.ค. 2568
20 ต.ค. 2568
17 ต.ค. 2568
16 ต.ค. 2568
15 ต.ค. 2568
15 ต.ค. 2568
15 ต.ค. 2568
15 ต.ค. 2568
15 ต.ค. 2568
14 ต.ค. 2568
14 ต.ค. 2568
14 ต.ค. 2568
14 ต.ค. 2568
14 ต.ค. 2568
14 ต.ค. 2568
13 ต.ค. 2568
13 ต.ค. 2568
13 ต.ค. 2568