21 ต.ค. 2568
ตำรวจขอโทษ ปมภาพบาดแผลคดีแตงโมเป็นคนละเคส ชี้แค่อยากให้เห็นภาพ ยันไม่มีผลต่อคดี
ตำรวจขออภัยประชาชน ที่นำภาพบาดแผลที่เกิดกับหญิงสาวชาวอังกฤษ มาประกอบสรุปสำนวนคดีการเสียชีวิตแตงโม นิดา ชี้เจตนาเพียงต้องการให้คนเห็นภาพความโค้งเว้าของบาดแผล ยืนยันไม่ส่งผลต่อสาระสำคัญทางคดี
เมื่อวานนี้ พลตำรวจโทจิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมคณะ ร่วมชี้แจงถึงกรณีภาพบาดแผลที่ขา ที่นำเสนอภาพประกอบในวีดีโอพรีเซนเทชั่นในวันแถลงข่าว โดยระบุว่าเป็นบาดแผลที่เกิดจากใบพัดเรือ
ก่อนที่จะมีคนนำไปเปรียบเทียบว่า ภาพดังกล่าว มีการนำเสนอในสำนักข่าวต่างประเทศ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหญิงสาวชาวอังกฤษ เมื่อปี 2019 และยังไม่มีการระบุสาเหตุว่าบาดแผลดังกล่าว เกิดขึ้นจากอะไร จนทำให้เรื่องดังกล่าวกลายเป็นประเด็นร้อนแรง
ซึ่งในประเด็นนี้ พันตำรวจเอก วรชาติ เเสนคำ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ชี้เเจงว่า ภาพที่เกิดปัญหานั้น เป็นการหยิบยกมา เพื่ออธิบายลักษณะของบาดแผล แทนการใช้ภาพบาดแผลจากศพ ที่ไม่สามารถนำเสนอได้ เพราะเป็นข้อจำกัดทางกฎหมาย เพื่อให้คนเห็นบาดเเผลหลังจากการเย็บว่า จะมีลักษณะโค้งเว้าเป็นตัว S แบบในภาพ
พร้อมกับนำคลิปที่สื่อมวลชนสำนักหนึ่ง สัมภาษณ์ชายที่ถูกใบพัดเรือ มานำเสนอให้สื่อได้ดู พร้อมระบุว่า ปัจจุบันโลกพัฒนาไปมาก ภาพบาดแผล ที่เกิดจากใบพัดเรือ สามารถค้นหาได้จาก GOOGLE ใช้ KEY WORD ว่า "BOAT PROPELLER WOUND" ซึ่งจะปรากฏภาพบาดแผลจากใบพัดเรือ
เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถปิดบัง บิดเบือนข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานต่าง ๆ ได้ และทราบดีว่า ปัจจุบันในโลกโซเชียล มีการตรวจสอบการทำงานของตำรวจอย่างเข้มข้น จึงต้องขออภัยที่การบรรยายภาพ สื่อสารให้ผู้รับชมเกิดความกำกวม สงสัย แต่เจตนาจริง ต้องการนำเสนอลักษณะบาดแผลที่โค้งเป็นตัวเอส พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้มีผลทำให้สาระสำคัญของคดีนี้เปลี่ยนไป
ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามว่า ภาพดังกล่าวเป็นข้อมูลจากต่างประเทศ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับใบพัดเรือ กังวลใจหรือไม่ ว่าจะถูกดำเนินคดีในเรื่องการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ตอบในเรื่องนี้สั้น ๆ ว่า ขออภัยในความผิดพลาด พร้อมย้ำว่า จุดประสงค์ในการนำเสนอเพื่อสื่อถึงลักษณะของบาดเเผล ไม่มีเจตนาอื่น ขออภัยในความไม่รอบคอบ โดยยืนยันว่า ในวันที่ค้นหาภาพเกี่ยวกับบาดแผลที่ถูกใบพัด ซึ่งภาพดังกล่าวอยู่ในกลุ่มชุดเดียวกัน ซึ่งต้องขออภัย
ทางด้าน พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ก็ได้สั่งให้ทีมงานเปิดภาพลักษณะบาดเเผลที่โดนใบพัดเรือ ทั้งคนเเละสัตว์ พร้อมนำข้อมูลวิจัยบาดเเผลที่เกิดจากใบพัดเรือในต่างประเทศ มานำเสนอให้ความรู้กับสื่อมวลชน โดยมีลักษณะบาดเเผล 3 ระดับ
จากนั้น สื่อมวลชนถามย้ำว่า การนำข้อมูลที่ผิดพลาดมานำเสนอ ถือว่าตำรวจไม่รอบคอบ จะส่งผลกระทบต่อรูปคดีเเละภาพลักษณ์ของตำรวจหรือไม่ พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ยืนยันว่า ไม่กระทบทั้งภาพลักษณ์เเละรูปคดี ก็ไม่ได้เปลี่ยนเเปลงไป
ก่อนที่สื่อมวลชนจะถามอีกครั้งว่า ในกรณีนี้จะเป็นบทเรียนให้ตำรวจระมัดระวังเเละรอบคอบในการทำวีดีทัศน์มากขึ้นหรือไม่ พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ก็พูดตัดบท พร้อมบอกให้เปิดคลิปข่าวของสำนักข่าวแห่งหนึ่ง ที่นำเสนอไปช่วงเเรก กลับมาอีกครั้ง ก่อนปิดการเเถลงเเละลุกจากโต๊ะทันที
ระหว่างนั้น ผู้สื่อข่าวพยายามตะโกนถามต่อว่ากังวลจะถูกดำเนินคดีหรือไม่ ทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้หันมามองผู้สื่อข่าวด้วยท่าทางคล้ายไม่พอใจ เเละไม่ตอบคำถาม ก่อนจะเดินทางจากไปทั้งคณะ โดยที่ไม่หันมามองผู้สื่อข่าวที่พยายามวิ่งตาม
ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เตรียมร้อง ป.ป.ช.ภายในอาทิตย์หน้า เพื่อเอาผิด ตำรวจ หลังแถลงสรุปสำนวนคดีแตงโมที่ตำรวจภูธรภาค 1 เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา โดยนายศรีสุวรรณ ได้ถอดเทปช่วงประมาณนาทีที่ 24 เป็นการนำข้อมูลเรื่องบาดแผลในต่างประเทศมาอ้างอิงว่า เกิดจากใบพัดเรือเช่นเดียวกับกรณีบาดแผลของแตงโม
โดยการร้องครั้ง นี้ ป.ป.ช.จะเอาผิดกับตำรวจชุดที่ทำวีดีโอรวมถึงตำรวจที่นั่งแถลงในวันนั้นด้วย ในความผิดตามมาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
โดยในคลิปวีดีโอตำรวจระบุชัดเจนว่า มีข้อมูลอ้างอิงจากต่างประเทศ มีผู้เคราะห์ร้ายจากใบพัดเรือ ชนิดเดียวกันปั่นขา ก็จะพบว่าบาดแผล หลังจากเย็บนั้นมี ลักษณะเว้าโค้งเช่นเดียวกับ บาดแผลของแตงโม จึงเชื่อได้ว่าบาดแผลเกิดจากใบพัดเรือปั่นในลักษณะนี้
ต่อมาหลังสังคมและโซเชียลช่วยกันสืบหาความจริงและจับโป๊ะได้ว่า ภาพบาดแผลจากต่างประเทศที่ตำรวจนำมาแถลงไม่ได้เกิดจากใบพัดเรือ ตำรวจก็ออกมาแถลงขอโทษว่าไม่ได้อ้างอิงถึงแหล่งที่มาทำให้การนำเสนอไม่ถูกต้อง ครบถ้วน และการนำภาพดังกล่าวมานำเสนอนั้นไม่ได้ทำให้สาระสำคัญของคดีเปลี่ยนแปลงไป
ซึ่งนายศรีสุวรรณมองว่ายิ่งเป็นช่องว่าง ทำให้ผู้ถูกกล่าวหาสามารถนำไปร้องต่อศาลได้ว่า พยานหลักฐานต่าง ๆ ที่ตำรวจรวบรวมมาในสำนวนไม่มีความน่าเชื่อถือและอาจเป็นเหตุให้ศาลยกฟ้องได้
29 เม.ย. 2565
45 views
EP อื่นๆ
21 ต.ค. 2568
20 ต.ค. 2568
17 ต.ค. 2568
16 ต.ค. 2568
15 ต.ค. 2568
15 ต.ค. 2568
15 ต.ค. 2568
15 ต.ค. 2568
15 ต.ค. 2568
14 ต.ค. 2568
14 ต.ค. 2568
14 ต.ค. 2568
14 ต.ค. 2568
14 ต.ค. 2568
14 ต.ค. 2568
13 ต.ค. 2568
13 ต.ค. 2568
13 ต.ค. 2568