28 ก.ค. 2568
'อันวาร์' เผย มีสัญญาณเชิงบวกหลังคุย 'ภูมิธรรม-ฮุน มาเนต' แก้ไขผ่านการเจรจาอย่างสันติ
นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน ได้โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า เขาได้พูดคุยกับนาย ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และรักษาการนายกรัฐมนตรีไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย เมื่อเย็นวานนี้ ระบุว่า มีสัญญาณเชิงบวกจากทั้งสองฝ่ายในการแก้ปัญหาผ่านการเจรจาอย่างสันติ
นายอันวาร์ โพสต์ในเฟซบุ๊คส่วนตัวว่า “ในการหารือของเรา ในฐานะประธานอาเซียนปี 2568 ของมาเลเซีย ผมได้ร้องขอโดยตรงต่อผู้นำทั้งสองให้หยุดยิงโดยทันทีเพื่อป้องกันการสู้รบเพิ่มเติม และเพื่อสร้างพื้นที่สำหรับการเจรจาอย่างสันติและการแก้ไขปัญหาทางการทูต” และว่า “ผมยินดีกับสัญญาณเชิงบวกและความเต็มใจของทั้งกรุงเทพฯ และพนมเปญในการพิจารณาแนวทางนี้ต่อไป”
ขณะเดียวกัน ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับวิกฤตการณ์นี้ว่า “เราหวังว่าประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งสองประเทศจะแก้ไขปัญหานี้ตามกฎหมายระหว่างประเทศและการยุติข้อพิพาทโดยสันติ”
กระทรวงต่างประเทศยังระบุด้วยว่า “เราขอเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายพิจารณาและให้ความใส่ใจอย่างเหมาะสมต่อพลเรือนผู้บริสุทธิ์ที่อาจได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่”
ขณะเดียวกัน ทางด้านอดีตนักการทูตอาวุโสของมาเลเซีย นายอิลันโก การุปปันนัน กล่าวว่า ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา "สะท้อนให้เห็นถึงความคับข้องใจทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน" โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการแบ่งเขตแดนที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขรอบพื้นที่ปราสาทพระวิหาร
การที่สิ่งนี้เกิดขึ้นภายใต้การเป็นประธานอาเซียนของมาเลเซียนั้น "เป็นบททดสอบที่แท้จริงถึงความเป็นผู้นำของมาเลเซียและความเกี่ยวข้องของอาเซียน"
"หากอาเซียนถูกมองว่าไม่สามารถจัดการความตึงเครียดระหว่างสมาชิกได้ ก็อาจบั่นทอนความน่าเชื่อถือของอาเซียนอย่างร้ายแรง และก่อให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับบทบาทของอาเซียนในสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค"
มาเลเซียควรพิจารณาจัดการประชุมฉุกเฉินของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน เพื่อกระตุ้นให้เกิดความอดทนอดกลั้นและกระตุ้นให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาใช้กลไกทวิภาคี เช่น คณะกรรมาธิการชายแดนร่วม คารุปปันนัน กล่าวเสริม
ขณะเดียวกัน ทางด้าน นายแอนโทนี เดวิส นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงจาก "เจนส์" Janes ซึ่งเป็นกลุ่มข่าวกรองด้านกลาโหมประจำกรุงเทพ กล่าวกับสำนักข่าว นิกเคอิเอเชีย ว่า
“การเปรียบเทียบจำนวนกำลังพลทั้งหมด [ของกองทัพทั้งสองประเทศ] นั้นไม่มีประโยชน์นัก เพราะไม่ใช่ว่าพวกเขาจะเรียงแถวกันตามแนวชายแดนเพื่อดูว่าใครมีกำลังพลมากกว่ากัน เรื่องนี้เป็นเรื่องของอุปกรณ์ ดังนั้นไม่ว่าไทยจะมีกำลังพล 370,000 หรือ 372,000 นาย ก็ไม่เกี่ยวข้องกันมากนัก
เขากล่าวว่า “สมมติว่าสถานการณ์บานปลาย ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่แน่นอน เรื่องนี้เป็นเรื่องของอุปกรณ์มากกว่าตัวเลข ทั้งสองฝ่ายมีจำนวนกำลังพลในพื้นที่มากพอที่จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัดอย่างมาก คำถามคือพวกเขาจะนำอาวุธอะไรมาสู้รบได้บ้าง และเราได้เห็นแล้วว่าฝ่ายไทยสามารถนำอะไรมาได้บ้าง เช่น เครื่องบินขับไล่ F-16 ซึ่งฝ่ายกัมพูชาไม่สามารถตอบโต้ได้"
25 ก.ค. 2568
1K views
EP อื่นๆ
25 ก.ค. 2568
25 ก.ค. 2568
25 ก.ค. 2568
25 ก.ค. 2568
24 ก.ค. 2568
24 ก.ค. 2568
24 ก.ค. 2568
24 ก.ค. 2568
23 ก.ค. 2568
23 ก.ค. 2568
23 ก.ค. 2568
23 ก.ค. 2568
22 ก.ค. 2568
22 ก.ค. 2568
22 ก.ค. 2568
22 ก.ค. 2568
21 ก.ค. 2568
21 ก.ค. 2568