28 ก.ค. 2568
'ทรัมป์' ลงนามคำสั่งหลังรับตำแหน่งเพียบ จำกัดคนเข้าเมือง ออกจากสนธิสัญญาโลกร้อน ลั่นคนมี 2 เพศ ชาย-หญิงเท่านั้น
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารหลายฉบับ หลังจากเพิ่งเข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันจันทร์ที่ 20 ม.ค.68 ที่ทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน โดยคำสั่งฝ่ายบริหารชุดแรกที่ผู้นำสหรัฐฯคนใหม่ลงนาม ยังรวมถึงการประกาศมาตรการฉุกเฉินบริเวณพรมแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก ยุติการให้สถานะผู้ลี้ภัย และยกเลิกการให้สถานะพลเมืองอเมริกันโดยอัตโนมัติแก่เด็กบางคนที่เกิดในอเมริกา
ทรัมป์ ยังประกาศเพิ่มการเช็กประวัติและตรวจสอบ ในระดับสูงสุดเท่าที่เป็นไปได้ สำหรับใครก็ตามที่ต้องการเข้ามายังสหรัฐฯ รวมทั้งให้มีการระบุชื่อประเทศที่อาจมีระบบการตรวจสอบย่อหย่อนสำหรับผู้ที่จะเดินทางมาอเมริกา คำสั่งดังกล่าวระบุว่า "จากวันนี้ไป นโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ควรสอดรับกับผลประโยชน์หลักของคนอเมริกัน และอเมริกา กับพลเมืองอเมริกันต้องมาก่อนเสมอ"
นอกจากนั้น ทรัมป์ได้มีคำสั่งให้ถอนสหรัฐฯ ออกจากสนธิสัญญากรุงปารีสปี 2015 ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก ซึ่งเป็นการลงนามร่วมกันของ 200 ประเทศทั่วโลก เพื่อจำกัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน
ส่วนในด้านการค้านั้น ทรัมป์ได้ลงนามคำสั่งให้มีการทบทวนข้อตกลงการค้าหลายฉบับ รวมทั้งข้อตกลงการค้าแถบอเมริกาาเหนือ และการค้ากับจีน โดยประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ยังระบุให้มีการประเมินการหลั่งไหลของผู้อพยพและยาเฟนทานิล จากเม็กซิโก แคนาดา และจีน มายังสหรัฐฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยกล่าวว่า ทั้งสามประเทศต้องจัดการแก้ปัญหาเรื่องนี้หากต้องการหลีกเลี่ยงมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการลงนามขึ้นภาษีนำเข้าแต่อย่างใด
ในส่วนที่เกี่ยวกับสื่อสังคมออนไลน์ ติ๊กต็อก (TikTok) ซึ่งถูกห้ามใช้ในสหรัฐฯ สืบเนื่องจากความกังวลเรื่องปัญหาความมั่นคง ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งชะลอการใช้มาตรการดังกล่าว จนกว่ารัฐบาลของตนจะสามารถตัดสินใจได้ว่าแนวทางใดที่เหมาะสมที่สุดในการรับมือเรื่องนี้ รวมถึงโอกาสที่รัฐบาลอเมริกันจะเข้าซื้อหุ้นของติ๊กต็อก 50% ด้วย
การช่วยเหลือติ๊กต็อกของทรัมป์ สะท้อนถึงการเปลี่ยนจุดยืนของเขาเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้นำสมัยแรก โดยในปี 2020 ทรัมป์ตั้งเป้าแบนแอปนี้ เนื่องจากความกังวลว่าบริษัทจะแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนตัวของชาวอเมริกันให้รัฐบาลปักกิ่ง แต่ปัจจุบัน ทรัมป์ให้เครดิตแอปติ๊กต็อก ในการช่วยให้เขาชนะใจผู้มีสิทธิ์ออกเสียงคนรุ่นใหม่ชาวอเมริกันในการเลือกตั้งปี 2024
ในวันเดียวกัน ทรัมป์ยังได้ลงนามในคำสั่งอภัยโทษผู้สนับสนุนตนมากกว่า 1,500 คน ที่ถูกตั้งข้อหาในคดีอาญาจากการบุกรุกอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 6 ม.ค.2021 รวมทั้งผู้ที่ทำร้ายตำรวจและเจ้าหน้าที่ของรัฐสภาด้วย และทรัมป์ยังมีคำสั่งให้รัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐฯ ระงับคดีความราว 450 คดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ที่รอการพิจารณาอยู่ด้วย
ทรัมป์ ยังประกาศว่า สหรัฐอเมริกาจะให้การยอมรับบุคคลเพียง 2 เพศ คือ ชาย และ หญิง เท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่แก้ไขเปลี่ยนแปลงไม่ได้ (unchangeable) และได้ลงนามคำสั่งบริหารยกเลิกนโยบายต่าง ๆ ที่มุ่งส่งเสริมความเท่าเทียมทางเชื้อชาติ และปกป้องสิทธิของกลุ่มคนเพศหลากหลาย LGBTQ+ โดยคำสั่งดังกล่าวกำหนดให้รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้คำว่า เพศ (sex) แทนคำว่า เพศสภาพ (gender) และให้เอกสารระบุตัวตนที่ออกโดยหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งรวมถึงหนังสือเดินทางและวีซ่า ต้องอ้างอิงกับสิ่งที่เรียกว่า “การจำแนกประเภททางชีวภาพที่แก้ไขไม่ได้ของบุคคลว่าเป็นชายหรือหญิง”
ทั้งนี้ ทรัมป์ได้ลงนามยกเลิกคำสั่งบริหารของ ไบเดน รวม 78 ฉบับ ในจำนวนนี้รวมถึงคำสั่ง 10 กว่าฉบับที่สนับสนุนความเท่าเทียมทางเชื้อชาติ และต่อต้านการเลือกปฏิบัติต่อเกย์และคนข้ามเพศ
คำสั่งของทรัมป์ ยังปิดทางไม่ให้นำงบประมาณของรัฐไปใช้โปรโมต อุดมการณ์ทางเพศ (gender ideology) ซึ่งเป็นคำกว้าง ๆ ที่กลุ่มอนุรักษนิยมมักจะใช้อ้างถึงค่านิยมใด ๆ ก็ตามที่สนับสนุนมุมมองเกี่ยวกับเพศและเพศสภาพที่ไม่ใช่แบบดั้งเดิม ในขณะที่นักสิทธิมนุษยชนมองคำนี้ว่าสะท้อนการต่อต้าน แอลจีบีทีคิว LGBTQ และลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์
รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/bkRCoJxeEF4
22 ม.ค. 2568
573 views
EP อื่นๆ
25 ก.ค. 2568
25 ก.ค. 2568
25 ก.ค. 2568
25 ก.ค. 2568
24 ก.ค. 2568
24 ก.ค. 2568
24 ก.ค. 2568
24 ก.ค. 2568
23 ก.ค. 2568
23 ก.ค. 2568
23 ก.ค. 2568
23 ก.ค. 2568
22 ก.ค. 2568
22 ก.ค. 2568
22 ก.ค. 2568
22 ก.ค. 2568
21 ก.ค. 2568
21 ก.ค. 2568