16 มิ.ย. 2568
เจาะลึก 5 ปมร้อน "ประกันสังคม" รับต้นปี 69 โซเชียลฯ เดือดกว่า 36 ล้านเอนเกจเมนต์
ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่บีบคั้น ‘สิทธิประโยชน์ประกันสังคม’ กลายเป็นฟางเส้นสำคัญที่ผู้คนใช้ยึดเหนี่ยว แต่ในเดือนแรกของปี 2569 กลับพบแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่เมื่อโลกออนไลน์ตั้งคำถามต่อการบริหารงานของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) อย่างดุเดือด
บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) ได้ทำการเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องผ่านเครื่องมือ Zocial Eye ระหว่างวันที่ 1 – 29 มกราคม 2569 พบว่ามีข้อความพูดถึงประกันสังคมโดยรวมกว่า 418,614 ข้อความ และมียอดเอนเกจเมนต์สูงถึง 36,504,629 เอนเกจเมนต์

ข้อมูลชี้ชัดว่า Facebook ยังคงเป็นพื้นที่หลักของการพูดถึงประเด็นนี้ (61.93%) ในขณะที่ TikTok (27.93%) กลายเป็นช่องทางกระจายข่าวได้รวดเร็วที่สุด และนี่คือ 5 ประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงขึ้นมาบนโลกออนไลน์ ซึ่งสะท้อนว่าผู้ประกันตนไม่ได้ต้องการแค่สิทธิ์ในการรักษาฟรี แต่ต้องการความโปร่งใสในการบริหารเงินกองทุน
ประเด็นที่ 1: วิกฤตระบบล่ม 850 ล้านบาท และประเด็นคำถามเรื่องการฮั้วประมูล (8 ล้านเอนเกจเมนต์)
ประเด็นที่สร้างแรงสั่นสะเทือนหนักที่สุดคือความล้มเหลวของระบบสารสนเทศ (Web App) มูลค่ามหาศาลกว่า 850 ล้านบาทที่เมื่อระบบหลังบ้านเกิดขัดข้องหรือล่าช้า ส่งผลให้ผู้ที่เดือดร้อนไม่สามารถเบิกเงินเยียวยาได้ทันท่วงที โดยมีผู้ใช้งานจำนวนหนึ่งสะท้อนประสบการณ์ว่า "ระบบหลังบ้านล่ม จนทำให้ผู้ประกันตนเดือดร้อนทั่วหน้า เบิกอะไรไม่ได้เลย" ทำให้ประเด็นนี้มียอดเอนเกจเมนต์มากกว่า 8 ล้านเอนเกจเมนต์
“หักเงินไว แต่พอจะเอาคืน บอกระบบพัง” นี่คือเสียงสะท้อนที่เจ็บปวดและชัดเจนที่สุดถึงความเหลื่อมล้ำในการให้บริการ ชาวเน็ตต่างพุ่งเป้าวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่โปร่งใสของโครงการระดับบิ๊กโปรเจกต์นี้ โดยมีข้อสังเกตของผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ที่รุนแรงถึงขั้นระบุว่า "ส่อเค้าฮั้วประมูลตั้งแต่เริ่ม ราคานี้ควรได้ของดี แต่ทอนกันจนไม่รู้ว่าทำจริงกี่บาท"
ในส่วนการสื่อสาร มีข้อมูลว่าหน่วยงานได้ชี้แจงถึงสาเหตุและแนวทางดำเนินการ เช่น การเพิ่มกำลังบุคลากรเพื่อเร่งการดำเนินงานให้รองรับได้ราว 35,000 รายต่อวัน พร้อมทั้งมีการกล่าวถึงการพิจารณาเงื่อนไขและมาตรการที่เกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการระบบ (Vendor) ซึ่งยังเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายยังคงให้ความสนใจและติดตามเพื่อให้เห็นความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม
ประเด็นที่ 2: แนวคิดการปรับปรุงโครงสร้างและการเพิ่มความคล่องตัวในการบริหาร (4.5 ล้านเอนเกจเมนต์)
โพสต์ที่ได้รับความนิยมและได้รับยอดเอนเกจเมนต์สูงถึง 4.5 ล้านเอนเกจเมนต์ คือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างภายในการบริหารงานของประกันสังคมที่มีทั้งแนวคิดการปฏิรูปโครงสร้างสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ครั้งใหญ่กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะข้อเสนอในการแยก สปส. ออกจากระบบราชการ เพื่อบริหารจัดการเงินกองทุนที่มีมูลค่ามหาศาลกว่า 2.8 ล้านล้านบาทให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ประเด็นนี้ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังมีการจัดตั้งคณะกรรมการไตรภาคี (ตัวแทนลูกจ้าง, นายจ้าง และภาครัฐ) เพื่อศึกษาโครงสร้างใหม่โดยมีกรอบเวลาดำเนินการภายใน 60 วัน เพื่อให้สอดรับกับบริบทสังคมที่เปลี่ยนไป
อย่างไรก็ตาม มีกลุ่มคนที่มองว่าการดึง สปส. ออกจากระบบราชการอาจส่งผลเสียต่อประชาชนในระยะยาวหากขาดกลไกกำกับดูแลที่รัดกุมพอ การถกเถียงในวงกว้างนี้สะท้อนให้เห็นว่า สังคมกำลังรอคอยบทสรุปเชิงโครงสร้างที่จะต้องชั่งน้ำหนักระหว่างอิสระในการบริหารกับความมั่นคงของสวัสดิการมหาชนอย่างรอบด้านที่สุด
นอกจากนี้ยังมีประเด็นการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ชุดใหม่ กลายเป็นสมรภูมิทางความคิดที่ดุเดือดโดยชาวเน็ตส่วนใหญ่ต่างจับจ้องไปที่การเปลี่ยนกติกาในการเลือกตั้งครั้งใหม่นี้ที่ต้องการให้กระบวนการทุกอย่างต้องโปร่งใสและเปิดกว้าง เพราะบทเรียนจากระบบที่ตรวจสอบไม่ได้นั้นสร้างความเสียหายและทิ้งรอยร้าวไว้ในความรู้สึกของผู้ทำงานทั่วประเทศอย่างชัดเจน
ประเด็นที่ 3: ‘ชุดสูท 35 ล้าน – บินดูงานหรู’ ปมคำถามเรื่องความเหมาะสมของการใช้งบประมาณ (2.7 ล้านเอนเกจเมนต์)
ประเด็นเกี่ยวกับการจัดซื้อชุดสูทจำนวน 7,000 ชุด มูลค่า 35 ล้านบาทสำหรับเจ้าหน้าที่ สปส. ถูกพูดถึงอย่างมากบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้มียอดยอดเอนเกจเมนต์โดยรวมสูงกว่า 1 ล้านเอนเกจเมนต์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจต่อความเหมาะสมและความคุ้มค่าของการใช้จ่ายงบประมาณ จากมุมมองของผู้ประกันตนและสาธารณชน
นอกจากนี้กรณีบินหรูดูงานต่างประเทศของกลุ่มผู้บริหารได้สร้างความดุเดือดบนโซเชียลที่พุ่งสูงขึ้นเป็น 1.7 ล้านเอนเกจเมนต์ ซึ่งสังคมได้ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการใช้งบประมาณที่เกินขอบเขต ในขณะที่สถานะทางการเงินของกองทุนและคุณภาพการบริการผู้ประกันตนยังคงมีปัญหา
กระแสสังคมออนไลน์สะท้อนไปในทิศทางเดียวกันว่า สปส. สอบตกเรื่องการจัดลำดับความสำคัญ โดยชาวเน็ตมองว่าหน่วยงานให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และการดูงานที่อาจไม่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้ประกันตน ในขณะที่ปัญหาพื้นฐานอย่างระบบสารสนเทศล่มและความยากลำบากในการเข้าถึงสิทธิกลับไม่ได้รับการแก้ไข จึงกลายเป็นกำแพงต่อความไม่เชื่อมั่นในหน่วยงาน
ประเด็นที่ 4: วิกฤตศรัทธา ‘ธรรมาภิบาลเงินกองทุน’ ปมลงทุนตึกหรู-หุ้นฉาว (1.6 ล้านเอนเกจเมนต์)
อีกหนึ่งประเด็นคือการบริหารจัดการเงินกองทุนประกันสังคมในมิติของการลงทุน โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่อย่างการเข้าซื้อ ตึก SKYY9 และการนำเงินไปลงทุนในหุ้นที่ประสบปัญหาอย่างรุนแรง ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนบนโลกออนไลน์จนกวาดเอ็นเกจเมนต์รวมสูงถึง 1.6 ล้านเอนเกจเมนต์
ข้อความบนโซเชียลมีเดียยังสะท้อนถึงความกังวลว่า “เงินที่มาจากหยาดเหงื่อแรงงานของผู้ประกันตนถูกนำไปใช้บริหารอย่างไม่โปร่งใสหรือไม่?” โดยได้เรียกร้องอย่างชัดเจนให้มีบทลงโทษที่รุนแรง สำหรับผู้บริหารหากพบการกระทำทุจริต
ด้วยเหตุนี้ทำให้สังคมตื่นตัวและเกิดการตั้งคำถามต่อว่า เหตุใดเงินกองทุนที่มีมูลค่ามหาศาลจึงถูกตั้งข้อสังเกตเรื่องการบริหารจัดการและความคุ้มค่าอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นสิ่งที่ผู้ประกันตนต้องการเห็นในเวลานี้ไม่ใช่เพียงคำชี้แจงรายโครงการ แต่คือการสร้างระบบตรวจสอบที่เข้มงวดและจริงจัง เพื่อพิสูจน์ว่าเงินสมทบทุกบาทจะถูกบริหารจัดการอย่างโปร่งใสเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของผู้ประกันตน
ประเด็นที่ 5: การปรับเพิ่มเงินสมทบ และความคาดหวังต่อสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับ (1.2 ล้านเอนเกจเมนต์)
ประเด็นการปรับเพิ่มอัตราเงินสมทบกลายเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงอย่างร้อนแรง โดยมียอดเอนเกจเมนต์พุ่งทะลุกว่า 1.2 ล้านเอนเกจเมนต์ เมื่อผู้ประกันตนต้องเผชิญกับการปรับเพดานค่าจ้างสูงสุดจาก 15,000 บาท เป็น 17,500 บาท ส่งผลให้จำนวนเงินที่ถูกหักรายเดือนขยับขึ้นเป็น 875 บาท
แม้ สปส. จะพยายามชี้แจงว่านี่คือการปรับปรุงครั้งใหญ่ในรอบกว่า 30 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน และมุ่งเป้าไปที่การเพิ่ม "เงินบำนาญ" ให้สูงขึ้นตามฐานเงินสมทบจริง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับกลุ่มผู้มีรายได้สูงและเสริมความมั่นคงให้กองทุนในระยะยาว แต่ดูเหมือนว่าเหตุผลทางตัวเลขจะยังไม่สามารถเอาชนะใจประชาชนได้
แรงต้านบนโลกออนไลน์สะท้อนชัดว่า ผู้ประกันตนไม่ได้มองเรื่องนี้แยกส่วน แต่กลับนำไปเชื่อมโยงกับบาดแผลจากประเด็นอื่น ทั้งงบประมาณจัดซื้อที่ถูกมองว่าฟุ่มเฟือยและความล้มเหลวของระบบสารสนเทศ จนเกิดเป็นคำถามสำคัญว่า “เงินที่จ่ายเพิ่มไป จะถูกนำไปบริหารจัดการอย่างโปร่งใส หรือจะกลายเป็นงบประมาณเพื่อการใช้จ่ายในโครงการที่ถูกมองว่าฟุ่มเฟือย”
บทสรุปของประเด็นนี้จึงไม่ใช่แค่การส่งเสียงบ่นเรื่องของจำนวนเงินสมทบที่ประชาชนจะต้องจ่ายเพิ่มขึ้นไม่กี่ร้อยบาทต่อเดือน แต่คือการสะท้อนจากประชาชนผู้ที่ต้องจ่ายเงินสมทบจำนวนไม่น้อยในแต่ละเดือนจากหยาดเหงื่อแรงงานของผู้ประกันตน โดยอาจไม่ได้รับสวัสดิการที่ดีพออย่างที่ควรจะเป็น สิ่งที่เราได้เห็นคือชาวเน็ตจำนวนมากเห็นว่าหากต้องจ่ายเพิ่ม คุณภาพการบริการของสถานพยาบาล สิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุม และสวัสดิการต่าง ๆ ที่ใช้งานได้จริงในยามเจ็บไข้ หรือในวัยเกษียณ ควรต้องยกระดับตามให้สอดคล้องกัน ไม่ใช่เพียงคำสัญญาเรื่องบำนาญในอนาคตที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนทางการบริหารจัดการ
30 ม.ค. 2569
182 views
EP อื่นๆ
15 มิ.ย. 2568
14 มิ.ย. 2568
13 มิ.ย. 2568
13 มิ.ย. 2568
13 มิ.ย. 2568
12 มิ.ย. 2568
12 มิ.ย. 2568
12 มิ.ย. 2568
11 มิ.ย. 2568
11 มิ.ย. 2568
11 มิ.ย. 2568
10 มิ.ย. 2568
10 มิ.ย. 2568
10 มิ.ย. 2568
10 มิ.ย. 2568
9 มิ.ย. 2568
9 มิ.ย. 2568
9 มิ.ย. 2568