อุตสาหกรรม จ.อยุธยาฯ แจ้งความ 'บริษัท เอกอุทัย' กรณีพบสารเคมีในโกดัง

ติดตามความคืบหน้ากรณีพบโกดังที่ลักลอบเก็บสารเคมีอันตรายไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต ที่อำเภอภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด


ภายหลังคณะทำงานตรวจสอบโกดังที่พบสารเคมี ของอำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและพยานหลักฐานทั้งหมดแล้ว มีมติให้แต่ละหน่วยงาน แจ้งความกล่าวโทษตามอำนาจหน้าที่ของตัวเอง


โดยอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นเจ้าทุกข์ ร้องทุกข์กล่าวโทษกับบริษัทเอกอุทัย จำกัด ในความผิดตามครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นความผิด ตาม พรบ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ทั้งมาตรา 23 ประกอบมาตรา 73 และมาตรา 87/2 รวมถึงความผิดตาม พรบ.โรงงาน พ.ศ.2535 ด้วย


หลักฐานที่นำไปสู่การแจ้งความบริษัทเอกอุทัย จำกัด เพราะรถบรรทุกสารเคมีที่อยู่ในโกดังเหล่านี้ แม้ว่าจะถูกถอดป้ายทะเบียนออกทั้งหมด แต่ยังเหลือป้ายเสียภาษีกับกรมการขนส่งทางบก และเมื่อตรวจสอบเลขทะเบียนแล้วก็พบว่า เป็นรถที่ได้รับอนุญาตให้ขนส่งกากของเสียอันตราย หรือ วอ.8 แต่สถานที่อนุญาตให้จอดรถนี้ คือที่ลานจอดของบริษัทเอกอุทัย จำกัด อำเภออุทัย ไม่ใช่โกดังนี้ ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอภาชี


นอกจากนี้ คณะทำงานตรวจสอบทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า ลักเกอร์ บ๊อกซ์ ซึ่งเป็นภาชนะเหล็กบรรจุกากของเสีย ไม่สามารถเคลื่อนย้ายด้วยคน แต่ต้องใช้รถที่มีเครื่องชักลากเฉพาะ จึงจะเคลื่อนย้ายลักเกอร์ บ๊อกซ์เหล่านี้ได้


ขั้นตอนต่อจากนี้ กรมโรงงานอุตสาหกรรม จะประสานหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เก็บตัวอย่างที่พบในโกดังทุกจุดอย่างละเอียด เพื่อนำไปตรวจสอบและยืนยันชนิดของสารเคมี สำหรับนำไปประกอบสำนวนคดี และป้องกันการบิดเบือน ชนิดของสารเคมีที่พบ เพราะอัตราโทษของการครอบครองสารเคมีแต่ละชนิด มีโทษรุนแรงแตกต่างกัน เช่นหากพบว่าเป็นโมลาส หรือกากน้ำตาล ก็จะมีโทษน้อยกว่าสารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรด


นอกจากนี้ ยังต้องประสานกับเจ้าของโกดังหลังที่ 3 ในฐานะผู้ให้เช่า เพื่อเปิดประตูโกดังเข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะเมื่อวันศุกร์ที่ 24 ได้ตรวสอบเบื้องต้น พบสารเคมีในโกดัง แต่ขณะนั้นเจ้าหน้าที่ ยังไม่มีชุดป้องกันอันตรายจึงเข้าไปตรวจสอบไม่ได้ กระทั่งเมื่อวานนี้ เจ้าหน้าทีมี่ชุดเข้าตรวจสอบ แต่โกดังถูกปิดล็อคกุญแจ


ข่าว 3 มิติ มีเบาะแสว่าในโกดังที่ 3 เพิ่งมีการก่ออิฐ โบกปิดไว้อีก และเพิ่งทำแล้วเสร็จเหมือนกับที่พบในโกดังหลังที่ 5 ซึ่งหลังที่ 5 นั้น เจ้าของอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ทุบกำแพงที่เพิ่งก่อขึ้นใหม่ได้ เมื่อทุบแล้วก็พบถังเบาท์ขนาด 1 พันลิตร เก็บไว้จำนวนมาก


นอกจากอุตสาหกรรมจังหวัด เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษแล้ว เทศบาลตำบลภาชี และเจ้าหน้าที่ชลประทาน ได้แจ้งความร้องทุกข์ ตาม พรบ.ด้านสาธารณสุข เพราะได้รับผลกระทบจากน้ำเสียสารเคมี ที่ปนเปื้อนลงแหล่งน้ำสาธารณ และคลอง 3 ฝั่งขวา ของกรมชลประทานด้วยค่ะ

28 ก.พ. 2566

522 views

EP อื่นๆ