ทลายเครือข่ายทุนจีน สวมสัญชาติไทยก่ออาชญากรรมข้ามชาติ ยึดทรัพย์กว่า 300 ล้าน

ความพยายามปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติชาวจีนที่แฝงตัวเข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมาย ธุรกิจเถื่อนในประเทศไทยหลายรูปแบบ โดยวันนี้ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับตำรวจกองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ตำรวจไซเบอร์ แถลงผลปฏิบัติการ ทลายเครือข่าย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และฟอกเงิน ที่เชื่อมโยงสถานบริการจินหลิงที่ย่านยานนาวา ภายใต้ชื่อ "ล้มไม้ค้ำ ลิดกิ่งก้าน" สามารถยึดทรัพย์ได้รวมมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท และได้ตัวการสำคัญของแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติกลุ่มนี้ อีก 1 คน



ผลของการปฏิบัติการครั้งนี้ ตำรวจได้ เจาะไปพบ ตัวละครใหม่ในขบวนการอาชญากรมาเฟียสัญชาติจีน ที่มาทำความผิดในไทย คือ Mr.Lin Yian หรือนายหลิน เหยียน ซึ่งชื่อ นายหลิน เหยียน ได้ปรากฏขึ้น หลังตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจค้นสถานบันเทิงผับจินหลิง ในท้องที่ สน.ยานนาวา สามารถจับกุมชาวจีนได้มากถึง 200 กว่าราย เมื่อ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมตรวจยึดรถหรูได้มากกว่า 30 คัน



การตรวจสอบที่มารถหรูดังกล่าว ปรากฏว่า มีรถยนต์เปอร์เช่สีเทาคันหนึ่ง มีหญิงชาวจีน เป็นผู้ขับไปที่สถานบันเทิงจินหลิงในวันนั้น เมื่อตรวจสอบที่มา กลับปรากฏ ชื่อ เจ้าของรถ คือ นายหลิน เหยียน ตำรวจ จึง สืบทราบต่อไปจนพบว่า นายหลิน เหยียน เป็นใคร เพราะแม้จะอ้างถือครองบัตรประชาชนไทย แต่นายหลิน เหยียน กลับพูดไทยไม่ได้ และใช้ชื่อในบัตรประชาชนไทย ว่า นายยะปะสอ รวมทั้งมีหนังสือเดินทางไทย ที่ออกในนามของนายยะปะสอด้วย เมื่อสืบไปตามชื่อและที่อยู่ตามบัตรประชาชน ก็พบว่า มีชื่อนายยะปะสอ ชาวไทยจริง และยังมีชีวิตอยู่ เขามีอาชีพเก็บข้าวโพดอยู่ที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ตำรวจ จึงได้ วิดีโอคอล กับนายยะปะสอ ประกอบการแถลงข่าวเพื่อเป็นการยืนยันการมีตัวตนอยู่จริงของเจ้าของบัตรประชาชน



เมื่อตรวจประวัติการเข้าออกประเทศ ก็พบว่า นายหลิน เหยียน ถือหนังสือเดินทางประเทศกัมพูชา และพบว่าการเข้าออกไทย-กัมพูชามากถึง 25 ครั้ง เข้าออกไทย-มาเลเซีย 12 ครั้ง และยังมีเส้นทางการเงินที่มากผิดปกติ จึงเชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชาด้วย



พบมีการนำเงินไปลงทุน ทั้งซื้อบ้าน คอนโดหรู รถยนต์หรู และทรัพย์สินมีค่า หลายสิบรายการ ซึ่งจากการที่ตำรวจตรวจยึดมาได้ พบว่ามีมากถึงมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท



นอกจากนี้ ตำรวจ ยังสืบประวัติพบว่า นายหลิน เปิดร้านสุกี้อยู่ในคิงโรมัน ซึ่งเป็นสถานบันเทิงและบ่อนการพนันขนาดใหญ่ ตรงข้ามอำเภอเชียงแสน จ.เชียงราย จึงเป็นไปได้ที่ นายหลิน อาจมีความสัมพันธ์ กับเจ้าเหว่ย ที่เป็นกลุ่มมาเฟียชาวจีนด้วย



ล่าสุด ตำรวจ จึงคุมตัว นายหลิน ไปสอบสวนและคุมตัวที่ สน.อุดมสุข พร้อมถูกแจ้งข้อหาปลอมบัตรประจำตัวประชาชน ตำรวจ ยืนยันว่า จะเร่งสืบสวนทั้งเส้นทางการเงินและความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับกลุ่มมาเฟียเจ้าของผับศูนย์เหรียญ หรือแก็งค์คอลเซ็นเตอร์ชาวจีนทั้งขบวนการ พร้อมทั้งขยายผลไปยังเจ้าหน้าที่รัฐที่ดำเนินการออกบัตรประชาชนปลอม สวมชื่อคนไทยให้แก่นายหลินและเครือข่ายด้วย

3 พ.ย. 2565

340 views

EP อื่นๆ