สิ่งแวดล้อม

น้ำท่วมไม่ใช่แค่ภัยธรรมชาติ แต่คือผลจากการกระทำของมนุษย์

30 ธ.ค. 2568

25 views

                ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัญหาน้ำท่วมเกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงมากขึ้นในหลายพื้นที่ของโลก ไม่ว่าจะเป็นสเปน อินโดนีเซีย มาเลเซีย จีน รวมถึงประเทศไทย หลายคนอาจมองว่าน้ำท่วมเป็นเพียงภัยธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในความเป็นจริง ปรากฏการณ์นี้มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับภาวะโลกร้อนและการทำลายสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ สร้างความเสียหายทั้งต่อทรัพย์สิน การเกษตร เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่มีความสามารถในการรับมือจำกัด เมื่อเหตุการณ์น้ำท่วมเกิดถี่ขึ้น ภาระในการฟื้นฟูและเยียวยาก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

หนึ่งสาเหตุสำคัญคือภาวะโลกร้อนที่ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น ส่งผลให้ระบบภูมิอากาศแปรปรวน ฝนตกหนักในช่วงเวลาสั้น ๆ เกิดบ่อยขึ้น ขณะที่บางพื้นที่กลับประสบภัยแล้งยาวนาน เมื่อปริมาณฝนมากเกินกว่าที่ธรรมชาติและระบบระบายน้ำจะรองรับได้ จึงเกิดน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่เป็นผลจากการสะสมของก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การใช้พลังงานฟอสซิล อย่างน้ำมัน ถ่านหิน เหมือง การคมนาคม และอุตสาหกรรมต่าง ๆ

โดยภาวะโลกร้อนเกิดจากการทำลายสิ่งแวดล้อมของมนุษย์ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้น้ำท่วมทวีความรุนแรง การตัดไม้ทำลายป่าทำให้พื้นที่ดูดซับน้ำตามธรรมชาติลดลง ดินสูญเสียความสามารถในการอุ้มน้ำ ส่งผลให้น้ำฝนไหลบ่าลงสู่พื้นที่ลุ่มอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน การขยายตัวของเมือง การถมที่ และการรุกล้ำลำน้ำหรือคลองธรรมชาติ ทำให้น้ำไม่มีทางระบายเพียงพอ เมื่อฝนตกหนักจึงเกิดน้ำท่วมในเขตชุมชนและเมืองใหญ่บ่อยครั้งขึ้น

    จะเห็นได้ว่าน้ำและป่าไม้มีความเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก การอนุรักษ์ป่าจึงเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันและลดผลกระทบจากภัยน้ำท่วม ป่าไม้ไม่เพียงแต่ช่วยดูดซับน้ำและลดการไหลบ่าของน้ำเท่านั้น แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างสมดุลให้กับระบบนิเวศ โดยทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ด้วยการสนับสนุนและให้ความสำคัญกับการปลูกต้นไม้และฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม การสร้างฝายชะลอน้ำ การศึกษาหาความรู้และปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

      แม้ปัญหาโลกร้อนและน้ำท่วมจะดูเป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศหรือระดับโลก แต่ประชาชนทั่วไปสามารถมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบเหล่านี้ได้ผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น

•    ลดการใช้พลังงาน ด้วยการปิดไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่จำเป็น เลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน

•    ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว หันมาใช้ขนส่งสาธารณะ การเดิน หรือการปั่นจักรยาน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

•    ลดขยะและใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า โดยเฉพาะการลดการใช้พลาสติกและการคัดแยกขยะ

•    สนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในชุมชน เช่น การดูแลคลอง ลำน้ำ และพื้นที่สาธารณะไม่ให้ถูกทำลาย

             การกระทำเล็ก ๆ เหล่านี้ เมื่อเกิดขึ้นพร้อมกันในวงกว้าง สามารถช่วยลดภาวะโลกร้อนและลดความรุนแรงของปัญหาน้ำท่วมในระยะยาวได้ การแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องดำเนินการควบคู่กันทั้งในระดับนโยบายและระดับประชาชน ตั้งแต่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ไปจนถึงการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของทุกคน เพราะท้ายที่สุดแล้ว น้ำท่วมที่รุนแรงขึ้นไม่ใช่เพียงผลจากธรรมชาติ แต่เป็นผลสะท้อนจากการกระทำของมนุษย์





ที่มา

-     https://thematter.co/social/floods-in-thailand/249931

-    https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1093304895689642&set=a.227460888940718&id=100050304257227

-https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/412381#:~:text=%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0,%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3

คุณอาจสนใจ