เศรษฐกิจ

ลดฮวบ 5 อันดับ ขีดความสามารถการแข่งขันไทย

โดย pattraporn_a

15 มิ.ย. 2565

21 views

SIEMENS บริษัทเทคโนโลยีแถวหน้าของโลก แนะผู้ประกอบการไทยปรับลดต้นทุนการผลิตด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลวางแผนการผลิตอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้า เพิ่มโอกาสเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและส่งออกสินค้าสู่ตลาดโลก


ดร.อรรชกา สีบุญเรือง ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศกาล ในฐานะผู้แทนรองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานเปิดงานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีการผลิต การแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ (Propak2022) ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ปีนี้มีบริษัทชั้นนำทั่วโลกกว่า 1,000 บริษัทเข้าร่วมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิต ทั้งระบบออโตเมชั่น , เอไอ , และ ไอโอที มาจัดแสดง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอีเว้นท์ใหญ่หลังไทยเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ โดยผู้จัดงานตั้งเป้าดึงนักธุรกิจทั่วโลกร่วมงานไม่น้อยกว่า 36,000 ราย สร้างมูลค่าทางการค้ากว่า 5,000 ล้านบาท


สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความโดดเด่นในการจัดงานปีนี้ คืออุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนความเห็นในประเด็นนี้อย่างหลากหลายโดยเฉพาะเรื่องวิกฤตอาหารโลก ที่ทำให้นักลงทุนเห็นโอกาสในการพัฒนาและผลิตสินค้า


นายโจเซฟ คิง หัวหน้าส่วนธุรกิจอุตสาหกรรมดิจิทัล ซีเมนส์ ประเทศไทย กล่าวว่า จากข้อมูลของธนาคารโลกบ่งชี้ว่า 25% ของจีดีพีไทย มาจากอุตสาหกรรมภาคการผลิต ซึ่ง 40% ในนั้นเป็นการผลิตสินค้าและเครื่องจักรกลเพื่อการผลิต ขณะที่ 25% เป็นอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม จึงเชื่อว่าธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของไทย ถือเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลก และไทยถือเป็นประเทศผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มอันดับ 2 ของภูมิภาค รองจากอินโดนีเซีย ​ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มของไทยจะยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัล และ BigData มาปรับใช้ให้เกิดการพัฒนาคุณภาพการผลิต ลดต้นทุนการผลิตสินค้าจากปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ซึ่งหากไทยสามารถยกระดับคุณภาพการผลิตให้เข้าสู่ระบบดิจิทัลได้จะเป็นแม่เหล็กดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (FDI) เข้าประเทศได้มากขึ้นเนื่องจากไทยยังคงเป็นฐานการผลิตในอุตสาหกรรมที่หลากหลายที่ได้เปรียบกับประเทศเพื่อนบ้าน


ทั้งนี้ซีเมนส์ ประเทศไทย ให้ความสำคัญในการที่จะสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทย นำเทคโนโลยีดิจิทัล มาใช้ในการวางแผนการผลิตสินค้า ตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ โดยใช้ข้อมูล Big Data มาประมวลเพื่อจำลองสถานการณ์ให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากที่สุด มีความยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามสถานการณ์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถตัดสินใจวางแผนการผลิตสินค้าได้อย่างถูกต้อง ลดเวลา ลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นจากการทดลองผลิตโดยไม่มีข้อมูลรองรับ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตลงได้


นอกจากนี้ สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการไทยและทั่วโลกกำลังเผชิญคือต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นจากทั้งราคาน้ำมัน , และต้นทุนวัตถุดิบที่ต้องนำเข้าจากต่างชาติ ซึ่งหากสามารถปรับรูปแบบวางแผนการผลิตให้ลดต้นทุนได้มากที่สุด รวมถึงมุ่งเน้นการส่งออกสินค้าโดยเฉพาะอาหารและเครื่องดื่มให้มากขึ้น ก็จะเป็นทางหนึ่งในการช่วยชดเชยรายได้ และเสริมอุตสาหกรรมเติมโตได้อย่างยั่งยืน


รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/qi-NsnPpdXE

คุณอาจสนใจ

Related News