เศรษฐกิจ
IMF เตือนทั่วโลกรัดเข็มขัด ลดการขาดดุล-หนี้สาธารณะ หวั่นหนี้พุ่งแตะ 100%
1 ชั่วโมงที่แล้ว
16 views
IMF เตือนทั่วโลกรัดเข็มขัด ลดการขาดดุล-หนี้สาธารณะ หวั่นหนี้พุ่งแตะ 100% ชี้หากล่าช้า อาจทำให้การแก้ไขปัญหาหนักหน่วงขึ้น
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เรียกร้องให้ประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วและประเทศอื่นๆ ทั่วโลกเร่งดำเนินมาตรการลดรายจ่ายภาครัฐ ควบคุมการขาดดุลงบประมาณ และลดระดับหนี้สาธารณะอย่างเร่งด่วน พร้อมเตือนว่าหากล่าช้า อาจทำให้การแก้ไขปัญหาหนักหน่วงขึ้นในช่วงหลายปีข้างหน้า
โรดริโก วัลเดส (Rodrigo Valdes) ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการการคลังของ IMF ระบุว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับตัวสูงขึ้นกำลังเพิ่มแรงกดดันต่อสถานะการคลังของประเทศต่าง ๆ ในช่วงที่หนี้สาธารณะเฉลี่ยทั่วโลกกำลังมุ่งสู่ระดับ 100% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ส่งผลให้รัฐบาลมีพื้นที่สำหรับการแก้ไขปัญหาน้อยลง
วัลเดสให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ ก่อนการประชุมประจำปีของสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ณ กรุงเทพมหานครว่า ผลการดำเนินงานด้านการคลังในปีนี้แย่กว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อ 6 เดือนก่อน และแย่กว่าระดับที่ประเมินไว้เมื่อหนึ่งปีก่อน โดยประเทศส่วนใหญ่กำลังมีแนวโน้มเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐ แทนที่จะดำเนินมาตรการรัดเข็มขัด
วัลเดสเน้นย้ำว่า ประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วขนาดใหญ่ที่มีหนี้สาธารณะสูง จำเป็นต้องสร้างแรงสนับสนุนทางการเมืองเพื่อผลักดันแผนที่เป็นรูปธรรมในการควบคุมต้นทุนการกู้ยืมในระยะกลาง พร้อมจำกัดผลกระทบที่อาจส่งต่อไปยังประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก
IMF ระบุในบทความที่เผยแพร่ในวันนี้ (14 ต.ค. 2569) ว่า ยิ่งประเทศต่าง ๆ ชะลอการปรับฐานะการคลังออกไปนานเท่าใด การปรับลดรายจ่ายและลดภาระหนี้ก็จะยิ่งสร้างความเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น เพราะการเลื่อนมาตรการออกไปจะทำให้ภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ความเปราะบางทางการคลังรุนแรงขึ้น และทางเลือกในการดำเนินนโยบายของรัฐบาลลดน้อยลง
สำหรับประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่ง เงื่อนไขทางการเงินยังอยู่ในระดับเอื้ออำนวย แต่ IMF เตือนว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจไม่ยั่งยืน จึงเรียกร้องให้ประเทศเหล่านี้ลดความเปราะบางทางการคลังและปรับปรุงการบริหารจัดการหนี้ให้แข็งแกร่งขึ้นด้วย
ส่วนประเทศรายได้ต่ำ ซึ่งเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากต่างประเทศอยู่แล้ว จำเป็นต้องปรับปรุงระบบภาษีและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายภาครัฐ เพื่อสร้างฐานรายได้และลดภาระทางการคลังในระยะยาว
IMF ระบุว่า ราคาน้ำมันที่พุ่งสูง เงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ ความต้องการลงทุนที่เพิ่มขึ้น และการเติบโตของการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สูงกว่าคาด ล้วนเป็นปัจจัยผลักดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีโดยเฉลี่ยของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ G7 เพิ่มขึ้นมากกว่า 1.10 จุดเปอร์เซ็นต์ หรือ 110 basis points ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกันยายน และขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นทำให้รัฐบาลต้องเผชิญต้นทุนการกู้ยืมที่แพงกว่าเดิม โดย IMF คาดการณ์ว่า ต้นทุนการจัดหาเงินทุนภาครัฐโดยเฉลี่ยที่แท้จริงจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.7% ภายในปี 2031 จากระดับ 2.3% ในปี 2021
สำหรับสหรัฐฯ คาดว่าภาระดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นเป็น 5.3% ของ GDP จากระดับ 2.8% ของ GDP ก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 โดยสัดส่วนดังกล่าวใกล้เคียงกับรายจ่ายที่สหรัฐฯ คาดว่าจะใช้สำหรับโครงการประกันสังคม (Social Security)
สถานการณ์ยิ่งน่ากังวลในประเทศรายได้ต่ำ ซึ่งปัจจุบันต้องนำรายได้จากภาษีมากกว่า 15% ไปจ่ายดอกเบี้ยหนี้สาธารณะ เทียบกับค่าเฉลี่ยประมาณ 9% ในช่วงปี 2011-2019
IMF ระบุเพิ่มเติมว่า รัฐบาลในประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วกำลังทยอยชำระคืนและกู้ยืมใหม่เพื่อทดแทนหนี้เดิม หรือรีไฟแนนซ์หนี้ โดยมีสัดส่วนการกู้ยืมที่ครบกำหนดชำระในระยะสั้นเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นส่งผ่านมายังต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลได้รวดเร็วกว่าเดิม
สำหรับประเทศ G7 และสเปน สัดส่วนหนี้สาธารณะที่จะครบกำหนดชำระภายในหนึ่งปีกำลังเข้าใกล้ 30% ของหนี้ทั้งหมด
ขณะเดียวกัน เงินเฟ้อที่ยังสูงกว่าเป้าหมายและราคาพลังงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น อาจทำให้ธนาคารกลางจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น ซึ่งจะจำกัดความสามารถของรัฐบาลในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
แรงกดดันดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับความต้องการใช้งบประมาณที่เพิ่มขึ้น ทั้งด้านกลาโหม ความมั่นคงทางพลังงาน และการดูแลประชากรสูงวัย ทำให้รัฐบาลต้องเผชิญโจทย์ยากในการจัดสรรงบประมาณระหว่างความจำเป็นในการใช้จ่ายกับการควบคุมหนี้สาธารณะ
IMF ยังเตือนว่า ในหลายประเทศ อัตราดอกเบี้ยของหนี้สาธารณะสูงกว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในรูปตัวเงิน หรือการเติบโตของ GDP ที่รวมผลของเงินเฟ้อแล้ว ซึ่งจะทำให้การรักษาระดับหนี้สาธารณะไม่ให้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจทำได้ยากยิ่งขึ้น
แท็กที่เกี่ยวข้อง IMF ,กองทุนการเงินระหว่างประเทศ