เศรษฐกิจ
IMF ชี้ไทย-อาเซียน โดดเด่นรับอานิสงส์ AI แนะพึ่งพาตนเองสู้ดอกเบี้ยพุ่ง
2 ชั่วโมงที่แล้ว
13 views
IMF ชี้ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ทำผลงานได้ดีจากการเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของเทคโนโลยี AI พร้อมแนะไทยและอาเซียน หันมาพึ่งพาการค้าภายในภูมิภาคให้มากขึ้น เพื่อรับมือต้นทุนการเงินที่พุ่งสูง
ในการแถลงข่าวของ IMF ภายในงานประชุมประจำปี IMF-WBG 2026 นางคริสตาลีนา จอร์เจียว่า กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ กล่าวชื่นชมประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมที่ยอดเยี่ยม พร้อมกับประเมินว่า ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ประเทศที่มีการบูรณาการอย่างใกล้ชิดในห่วงโซ่อุปทานของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI คือกลุ่มที่ทำผลงานได้ดีกว่า ซึ่งหลายประเทศอยู่ในเอเชีย ได้แก่ ไทย มาเลเซีย เกาหลี และสิงคโปร์
อย่างไรก็ตาม เมื่อสื่อมวลชนตั้งคำถามถึงผลกระทบจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น ซึ่งอาจจำกัดพื้นที่เชิงนโยบายของอาเซียนรวมถึงการรับมือปัญหาหนี้ของไทย นางจอร์เจียว่า ระบุว่า แม้ประเทศในกลุ่มอาเซียนจะมีความพร้อม แต่ปัจจุบันอาเซียนทำการค้ากับภูมิภาคอื่น มากกว่าการค้าภายในอาเซียนด้วยกันเอง ดังนั้น สิ่งที่ไทยสามารถทำได้คือการใช้ประโยชน์จากการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านให้มากขึ้น นอกจากนี้ยังได้กล่าวชื่นชมสิงคโปร์ ที่เป็นผู้นำด้าน AI อย่างแท้จริง โดยเป็นประเทศที่มองไปข้างหน้าและตระหนักถึงทั้งประโยชน์และความเสี่ยงที่ต้องจัดการ
สำหรับภาพกว้างของเศรษฐกิจโลก ไอเอ็มเอฟ คาดการณ์การเติบโตในปี 2026 อยู่ที่ร้อยละ 3.1 ทรงตัวจากการประเมินเมื่อเดือนเมษายน แต่ต่ำกว่าร้อยละ 3.4 ของปีที่แล้ว โดยเศรษฐกิจโลกกำลังถูกดึงไปในสองทิศทางขั้วตรงข้าม คือถูกฉุดด้วยแรงกระแทกด้านอุปทานพลังงานจากสงครามในตะวันออกกลาง และถูกผลักดันด้วยอุปสงค์จากเทคโนโลยี AI
นางจอร์เจียว่า เตือนว่า ความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจโลกกำลังจะถึงขีดจำกัด กันชนทางการคลังและพลังงานกำลังร่อยหรอ ขณะที่เงินเฟ้อในหลายพื้นที่ยังคงสูงอย่างดื้อรั้น ดันให้อัตราผลตอบแทน (Yields) พุ่งสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมและชำระหนี้สูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มประเทศรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
ไอเอ็มเอฟ จึงส่งเสียงเรียกร้องถึงผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก ให้เร่งซ่อมแซมฐานะทางการคลังก่อนที่รอยร้าวจะกว้างขึ้น โดยย้ำหลักการ "ปกป้องประชาชน ไม่ใช่ปกป้องราคา" ซึ่งหมายถึงการอุดหนุนแบบพุ่งเป้าไปที่กลุ่มเปราะบางเป็นการชั่วคราว แทนการบิดเบือนสัญญาณราคาพลังงานและอาหารในตลาด ส่วนธนาคารกลางควรใช้นโยบายแบบระมัดระวังและค่อนข้างเข้มงวด (Prudent hawkish bias) หากเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย
กรรมการจัดการไอเอ็มเอฟ ได้เตือนถึงความเสี่ยงของเทคโนโลยี AI ตามทฤษฎี “กฎของอมารา” (Amara’s Law) ที่คนเรามักประเมินประโยชน์ระยะสั้นสูงเกินไป ซึ่งอาจนำไปสู่ความผิดหวังและการปรับฐานของตลาดทุนอย่างไม่เป็นระเบียบ นอกจากนี้ ภัยคุกคามจากการโจมตีทางไซเบอร์ที่มี AI เป็นเครื่องมือได้เกิดขึ้นจริงแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเร่งเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของระบบการเงินโลก