เศรษฐกิจ

ส.อ.ท.เผยตลาดรถยนต์ยังคงเติบโตสวนทางกับปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจ รถไฟฟ้ายอดขายพุ่ง 27%

2 ชั่วโมงที่แล้ว

14 views

สภาอุตสาหกรรมฯ เปิดตัวเลขตลาดรถยนต์ พบภาพรวมการผลิตจะชะลอตัวเล็กน้อยร้อยละ 0.44 แต่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ายังโตไม่หยุด ยอดขายในประเทศพุ่งกว่า 27% เชื่อเหตุวอลโว่ไฟไหม้ไม่กระทบความเชื่อมั่น เพราะค่ายรถแสดงความรับผิดชอบรวดเร็ว

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. เปิดเผยตัวเลขสำคัญของเดือนเมษายน 2569 พบว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวไทยผลิตรถยนต์ได้ทั้งหมด 103,794 คัน ลดลงเล็กน้อยร้อยละ 0.44 เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ที่น่าจับตาคือ “การผลิตรถกระบะไฟฟ้า” ที่พุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 6,150 หรือผลิตได้ 250 คัน ขณะที่รถยนต์นั่งไฟฟ้า (BEV) มียอดผลิตอยู่ที่ 4,716 คัน ลดลงเล็กน้อยร้อยละ 1.01

ขณะที่ยอดขายภายในประเทศภาพรวมทำได้ 48,394 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.54 ปัจจัยหลักมาจากการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าที่จองไว้ในงานมอเตอร์โชว์ช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยยอดขาย "รถยนต์นั่งไฟฟ้า BEV" อยู่ที่ 13,882 คัน เติบโตร้อยละ 27.35 และรถกระบะไฟฟ้าขายได้ 109 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 36.25

อย่างไรก็ตามยอดขายรถกระบะสันดาปทั่วไปยังคงชะลอตัวลงร้อยละ 9.7 เนื่องจากสถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อตามภาวะหนี้ครัวเรือนที่สูง

ส่วนการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปมีจำนวน 60,190 คัน ลดลงร้อยละ 8.43 ผลกระทบหลักมาจากสงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้การส่งออกไปตลาดดังกล่าวลดลงกว่าร้อยละ 91 ขณะที่ยอดส่งออกรถยนต์นั่งไฟฟ้า BEV พุ่งสูงถึง 1,924 คัน เติบโตแบบก้าวกระโดดร้อยละ 191.52 แสดงให้เห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในไทยเริ่มเป็นที่ต้องการในตลาดโลกมากขึ้น

ทั้งนี้ยอดจดทะเบียนสะสมของรถยนต์ไฟฟ้า BEV ทั่วประเทศ ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้นถึง 447,351 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึงร้อยละ 67.63 สะท้อนชัดเจนว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว และสภาอุตสาหกรรมฯ ยังคงติดตามสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนชิ้นส่วนและเป้าหมายการส่งออกในระยะยาว หลังจากนี้ต้องจับตาดูว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนจากภาครัฐ จะช่วยประคองอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เติบโตตามเป้าได้หรือไม่

สำหรับประเด็นรถยนต์ไฟฟ้าวอลโว่ เกิดเหตุไฟไหม้แบตเตอรี่ เชื่อว่า จะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของยอดผลิตและจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย และการออกมาแสดงความรับผิดชอบอย่างรวดเร็วของค่ายรถที่เกิดปัญหาจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคว่าจะได้รับการดูแลอย่างเต็มที่และรวดเร็ว



คุณอาจสนใจ

Related News