เศรษฐกิจ

อ.จุฬาฯ-กูรูยานยนต์ เผยเหตุผล 'BYD' ลดราคา จนทำคนซื้อไปแล้วปวดร้าว

โดย passamon_a

4 ก.ค. 2567

517 views

จากกรณีรถยนต์ไฟฟ้า BYD ที่จัดแคมเปญลดราคารถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่น จนกลายเป็นดรามา ที่ผู้ซื้อรถไฟฟ้าในล็อตแรก ๆ ก่อนการลดราคา รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม    


รศ.ดร.วาสนา วงศ์สุรวัฒน์ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจจีน โพสต์เฟซบุ๊ก Wasana Wongsurawat แสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ ระบุว่า "เรื่อง BYD ลดราคานี้มันมีเหตุมาจากนอกประเทศไทย


1. จีน subsidize ผู้ผลิต EV แบบเว่อร์วังอลังการมาก จึงมีการผลิตออกมาเกินความต้องการของตลาดไปมาก

2. อเมริกาขึ้นภาษี EV จีนแบบโหดและกะทันหันมาก

3. ยุโรปไม่ซื้อด้วยหลายสาเหตุ


ดังนั้นการเอาสินค้ามา dump ที่ประเทศมหามิตรแล้ว dump ราคาเพื่อระบายสินค้าจึงเกิดขึ้น ผู้ซื้อรวมตัวกันไปต่อรองไม่น่าจะเป็นผล"


นอกจากนี้ เมื่อมีคนเข้ามาสอบถามว่า Tesla จะมีโอกาสลดราคาอย่าง BYD หรือไม่ อาจารย์วาสนา ตอบว่า "Tesla ไม่ลดอยู่แล้วค่ะ เพราะฐานราคาตั้งอยู่บนความเป็นจริงไม่ใช่รับ subsidies จากรัฐบาล จริงๆ ที่อเมริกาขึ้นภาษี EV จีนก็เพราะ Elon Musk นั่นแหละ บ่นว่า EV จีนมี unfair advantage คือรัฐบาลจีนหนุนเงินให้เยอะมากทำให้กดราคาได้ต่ำกว่าความเป็นจริงมาก"


ขณะที่ นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หนึ่งในกูรูยานยนต์ไทย เปิดเผยกับมติชนออนไลน์ ว่า การลดราคาของ BYD ในหลายรุ่นครั้งนี้ ถูกมอง 2 แบบ 1. การทำสงครามราคา หรือ 2. ผลจากต้นทุนการผลิตลด จึงคืนประโยชน์ให้ผู้บริโภค


ประเด็นต้นทุนลด เพราะต้องไม่ลืมว่า BYD เป็นบริษัทที่ผลิตแบตเตอรี่อีวี มาก่อนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า จึงมีต้นทุนการผลิตทั้งแวลูเชนในมือ โดยวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา ราคาแร่ลิเธียม ปรับลดลงมากเหลือ 12,900 เหรียญสหรัฐต่อตัน ลดลงจากช่วงเดือนธันวาคม 2566 ที่ราคามากกว่า 30,000 เหรียญสหรัฐต่อตัน อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ BYD สามารถลดราคาดังกล่าวได้ ต่างจากค่ายอีวีอื่นที่บางค่ายไม่ได้ผลิตเอง ทำให้มีต้นทุนสูงกว่า ไม่สามารถลดราคาได้แบบ BYD


ปัจจุบันค่ายอีวีจีน 3 ค่าย ซึ่งรวมถึง BYD ครองส่วนแบ่งแบตเตอรี่อีวี ถึง 70% ของทั้งโลก ยิ่งแสดงให้เห็นว่าการกำหนดราคาจะอยู่ในมือของผู้ที่ผลิตแบตเตอรี่ได้เอง เป็นความได้เปรียบเหนือค่ายรถอีวีอื่น ๆ


วันที่ 4 ก.ค. BYD จะเปิดโรงงานผลิตรถยนต์อีวีคันแรก รุ่นบีวายดีดอลฟิน ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ จ.ระยอง ก็อาจเป็นแนวทางการตลาดหนึ่งในการสร้างภาพลักษณ์ การคืนกำไรให้ผู้บริโภค


"ในวงการอุตสาหกรรมรถยนต์ เราทราบดีกว่าการเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้า 100% หรือบีอีวี ไม่ต่างกับคอมพิวเตอร์บน 4 ล้อ ซึ่งองค์ประกอบการของรถยนต์ชนิดนี้คือ ตัวรถ และแบตเตอรี่ โดยเฉพาะต้นทุนแบตเตอรี่ที่ขึ้นกับตัวแร่ โดยเฉพาะแร่ลิเธียม ราคาจึงขึ้นลงได้ตามสถานการณ์แร่ ขณะที่รถยนต์สันดาป จะมีต้นทุนหลักคือ เครื่องยนต์ ที่ต้องพัฒนา ดังนั้นตลาดของอีวีจึงหวือหวา ไม่เพียงแค่ BYD แต่ค่ายอื่นก็ลดราคาเช่นกัน จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด"


นายสุรพงษ์ ระบุอีกว่า อย่างไรก็ตามด้วยอีวีเป็นเทรนด์โลก ผู้บริโภคให้ความสนใจ และมีผู้เล่นหลายค่ายในไทย โดยเฉพาะค่ายจีนที่เข้ามาจำนวนมาก ราคาส่วนใหญ่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท ทำให้ภาพรวมตลาดยังคงคึกคัก ต่างจากตลาดรถยนต์สันดาป ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาหนี้ครัวเรือนในประเทศ ทำให้ไฟแนนซ์ปฏิเสธสินเชื่อจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มรถกระบะที่ยอดขายลดลงกว่า 40%


"เรื่องนี้น่าห่วงมากกว่า ไม่ใช่แค่เรื่องยอดขาย แต่ผลกระทบจากอุตสาหกรรมรถยนต์ที่หดตัว ไม่มีโอทีมาระยะหนึ่งแล้ว จะกระทบไปยังการจ้างงานในระบบประมาณ 7.5-8 แสนคน กระทบกำลังซื้อ การใช้จ่าย ภาพรวมเศรษฐกิจ เป็นโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหา วิธีที่ดีที่สุดตอนนี้คือ การเร่งสร้างงาน ดันการลงทุนจริงในมากที่สุด"


รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/uKYoNajydb0

คุณอาจสนใจ

Related News