เศรษฐกิจ

ตลท.ยันหลักฐานชัด ซื้อ-ขายหุ้น MORE ผิดปกติ ให้โอกาสจำเลยเปลี่ยนเป็นพยาน ติดต่อให้ข้อมูลด่วน

17 พ.ย. 2565

27 views

กรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ ซึ่งได้รับความเสียหายจากการซื้อขายหลักทรัพย์ ของบริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด(มหาชน) หรือ MORE จำนวน 11โบรกเกอร์ส่งตัวแทนมาเข้า "ตำรวจ" กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เพื่อร้องขอให้ช่วยตรวจสอบการซื้อขายหุ้น MORE ที่มีความผิดปกติ จนอาจเข้าข่ายความผิดฐาน "ฉ้อโกง" สร้างความเสียหายมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท


ล่าสุด พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีนี้ว่า การที่ทางบริษัทโบรกเกอร์ผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพราะเชื่อว่า การซื้อขายมีความผิดปกติ เป็นการ "ฉ้อโกง" และ สงสัยว่ามีผู้ซื้อ 1 ราย กับ ผู้ขาย 20 ราย นั้นน่าจะมีความเกี่ยวข้องกัน หรือเป็นกลุ่มขบวนการเดียวกัน


ส่วนข้อเท็จจริงจะเป็นเช่นไรนั้น คงต้องมีการสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริง แต่ ณ ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกได้ แต่จะมีการแจ้งความคืบหน้าให้ทราบเป็นระยะ และ จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด

ส่วนแนวทางการทำคดี พล.ต.ท.จิรภพ  กล่าวว่า ตนได้สั่งให้ดำเนินการในรูปแบบของคณะทำงานสอบสวนกลาง ร่วมกันระหว่าง บก.ปอศ. หรือ กองปราบ และ บก.ปอท. เพื่อดึงเอาผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้าน มาช่วยกันพิสูจน์ทราบแสวงหาข้อเท็จจริง และจากนี้จะมีการเชิญตัวผู้เกี่ยวข้อง พยานบุคคลต่างๆ มาให้ปากคำชี้แจงรายละเอียดจำนวนมาก โดยเฉพาะ ตัวผู้ซื้อ และ ผู้ขายหุ้น ทั้ง 20 คน รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินการทำธุรกรรมต่างๆ


นอกจากนี้ จะมีการตรวจสอบด้วยว่าเข้าข่ายเป็นการปั่นหุ้นหรือไม่ หากพบก็จะต้องดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป ส่วนปัจจุบันตัวผู้ซื้อและตัวผู้ขายหุ้นทั้ง 20 คน ยังอยู่ภายในประเทศ หรือไม่นั้น ส่วนตัวนั้นเชื่อว่ายังอยู่ในประเทศ


นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากความผิดปกติของการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE ที่พบเห็นในวันที่ 10 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยสภาพการซื้อขายผิดปกติ คือ มีราคาปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่เปิดตลาด บวก 4.3% จากราคาปิดในวันก่อนหน้า ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั้งวันที่สูงมากถึง 7,143 ล้านบาท ซึ่งเฉลี่ย 30 วันก่อนหน้าอยู่ที่เพียง 360 ล้านบาทเท่านั้น


ทั้งนี้ ในช่วงที่เปิดตลาด มีปริมาณการซื้อขายสูงถึง 1,500 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ เกือบ 4,300 ล้านบาท ลักษณะของการส่งคำสั่งซื้อขายที่ผิดปกติ คือ ฝั่งซื้อ พบว่า เป็นการส่งคำสั่งซื้อจากผู้ซื้อเพียง 1 รายผ่านบริษัทสมาชิกหลายแห่งที่ราคา 2.90 บาท ฝั่งขาย พบว่า มีการส่งคำสั่งขายเป็นจำนวนมากจากผู้ขายหลายรายที่ระดับราคาใกล้เคียงกับราคาเสนอซื้อ โดยมีจำนวนที่สั่งขายตั้งแต่ประมาณ 70 ล้านหุ้นต่อราย ไปจนถึงประมาณ 600 ล้านหุ้นต่อราย


นายภากร กล่าวว่า ทำให้ทันทีเมื่อเปิดตลาด ได้เกิดการจับคู่ซื้อขายกับผู้ขายหลายรายผ่านบริษัทสมาชิกหลายแห่ง หลังจากนั้นภายในไม่ถึง 20 นาทีหลังเปิดตลาด ราคาได้ทยอยปรับตัวลงจนไปต่ำสุดที่ Floor ที่ราคา 1.95 บาท และปิดตลาดที่ราคาดังกล่าว โดยฝ่ายกำกับการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้แจ้งเตือนบริษัทสมาชิกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น ซึ่งผลกระทบที่มีต่อเนื่องมาถึงการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE ในวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา หลังเปิดการซื้อขาย ราคาหลักทรัพย์ MORE เปิดตลาดที่ราคา Floor ในทันทีที่ราคา 1.37 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขายเบาบาง โดยลดเหลือเพียง 134 ล้านบาท จากกว่า 7,000 ล้านบาทในวันก่อนหน้า


นายภากร กล่าวว่า จึงมีการดำเนินการร่วมกันของบริษัทสมาชิก สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) และตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย. เป็นต้นมา ได้มีการทำงานร่วมกันระหว่างบริษัทสมาชิกที่เกี่ยวข้องกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการรวบรวมข้อมูลการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE ที่เกิดขึ้นในวันที่ 10 พ.ย.ทั้งหมด เพื่อที่จะร่วมกันทำการตรวจสอบธุรกรรมที่ต้องสงสัย


ซึ่งจากการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแล ได้พบธุรกรรมที่ต้องสงสัย สำหรับธุรกรรมที่ได้ตรวจสอบแล้ว หากไม่พบความผิดปกติ บริษัทสมาชิกก็ได้ดำเนินการจ่ายเงินให้แก่ลูกค้าไปแล้ว ส่วนธุรกรรมที่พบความผิดปกติ บริษัทสมาชิกก็จำเป็นที่จะต้องทำการตรวจสอบลูกค้าอย่างเข้มข้น และได้มีการระงับการทำธุรกรรมในบัญชีดังกล่าวของลูกค้าระหว่างที่ทำการตรวจสอบ ซึ่งเป็นหน้าที่ของบริษัทสมาชิกตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง


“ขณะนี้เราได้ข้อมูลเกิน 50% แล้ว ซึ่งพบหลักฐานชัดเจนว่า มีการกระทำที่ไม่ปกติ ทำให้มั่นใจว่าภายในวันที่ 18 พ.ย.นี้ จะสามารถดำเนินการต่อได้ จึงอยากให้โอกาสกับใครก็ตามที่มีข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE ที่ผิดปกติ และต้องการเปลี่ยนจากจำเลยเป็นพยาน สามารถติดต่อให้ข้อมูลได้ผ่านทาง SET Contact Center ที่ 0-2009-9999 เพื่อที่จะทำการรวบรวม และประสานนำส่งให้แก่พนักงานสอบสวนต่อไป โดยในช่วงสัปดาห์หน้าทางตลาดหลักทรัพย์ฯ สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ รวมถึงผู้กำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง จะร่วมกันรวบรวมข้อมูลและหาช่องโหว่ในเรื่องนี้ เพื่อนำไปพัฒนาควบคุมหลักเกณฑ์การซื้อขายให้เหมาะสมมากขึ้นต่อเนื่อง” นายภากร กล่าว


นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย กล่าวว่า ความจริงเรื่องการตรวจสอบธุรกรรมที่ผิดปกติ ทางตลท. มีการติดต่อประสานงานกับบริษัทหลักทรัพย์อยู่แล้ว ถือเป็นกระบวนการทำงานตามปกติ เพียงแต่ในกรณีนี้ถือมีความชัดเจนกว่าปกติเท่านั้น

รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gP6hnf3-Xog

คุณอาจสนใจ

Related News