เศรษฐกิจ

กลุ่มรถบรรทุก ขยับค่าขนส่งตามราคาน้ำมัน ตั้งขอสงสัยค่ากลั่นพุ่ง จากบาทกว่าๆ เป็นเกือบ 6 บาท

โดย thichaphat_d

1 มิ.ย. 2565

91 views

วานนี้ (31 พ.ค. 65) มีการประกาศขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน 80 สตางค์/ลิตร ยกเว้น E 85 ที่ขึ้นราคา 50 สตางค์/ลิตร โดยราคาน้ำมันไทย เช้านี้ ตั้งแต่ตีห้าที่ผ่านมา มีดังนี้


ราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน เพิ่มขึ้น 0.80 บาท ยกเว้น E 85 ที่ขึ้นราคา 0.50 บาท ทำให้ราคาน้ำมัน มีดังนี้

  • เบนซิน : 52.06 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 : 50.14 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 : 44.65 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 : 44.38 บาท/ลิตร
  • E 20 : 43.54 บาท/ลิตร
  • E 85 : 37.24 บาท/ลิตร


ราคาน้ำมันกลุ่มดีเซล ไม่มีการปรับราคา เพราะมีการตรึงราคาไว้ ไม่ให้เกิน 33.00 บาท/ลิตร ทำให้ราคาน้ำมัน มีดังนี้

  • ดีเซลพรีเมียม : 44.36 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B 7 : 32.94 บาท/ลิตร
  • ดีเซล : 32.94 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B 20 : 32.94 บาท/ลิตร

----------

วานนี้ (31 พ.ค. 65) นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันดีเซลที่ขึ้นอีกลิตรละ 1 บาท ทางสหพันธ์ฯ จำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นค่าขนส่ง เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น


โดยราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับขึ้นทุก 1 บาท ค่าขนส่งจะขึ้นอีก 3 % จากปัจจุบันคิดอัตราค่าขนส่งที่ 10-12% ขึ้นเป็น 13-15% ซึ่งราคาน้ำมันดีเซลในวันนี้ถือว่าวิกฤตแล้ว ขณะที่รัฐบาลเลือกปล่อยให้ราคาลอยตัว ซึ่งก็จะเป็นตัวเร่งให้สินค้าปรับขึ้นราคาเร็วขึ้น ล่าสุดสินค้าหลายตัว เช่น ครีมเทียม กาแฟ สบู่ ครีมอาบ ปลากระป๋อง นมถั่วเหลือง และข้าวถุง แจ้งขึ้นราคาขายส่งแล้ว

ทั้งนี้ ทางสหพันธ์ฯ อยู่ระหว่างหารือเพื่อทำหนังสือถึงกระทรวงพาณิชย์ให้ทบทวนค่าการกลั่นน้ำมันของกลุ่มโรงกลั่นที่ฉวยโอกาสปรับขึ้นค่าการกลั่น (GRM) จาก 1.35 บาท/ลิตร ในเดือนม.ค.2565 มาอยู่ที่ 5.15 ในเดือนเม.ย. และเป็น 5.82 บาท/ลิตรในเดือนพ.ค. ทั้งที่รัฐบาลได้ปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลงแล้ว เพื่อช่วยลดโครงสร้างต้นทุนราคาน้ำมัน แบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้ประชาชน


ทำให้ระดับราคาน้ำมันสูงขึ้นอย่างไม่ควรจะเกิด เพราะค่าการกลั่นที่สูงเกินจริงนี้ควรนำมาลดราคาขายปลีกให้กับคนไทยได้ อีกทั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงก็จไม่ต้องควักจ่ายเพิ่มขึ้นจนเป็นหนี้ จนสุดท้ายประชาชนต้องเป็นคนควักเงินจ่ายคืน


ไม่เข้าใจว่า ก.พาณิชย์ ปล่อยให้ขึ้นราคาการกลั่นน้ำมัน ได้อย่างไร

----------

ด้าน นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ชี้แจง ประเด็นที่กล่าวถึงกันในสังคมว่า ค่าการกลั่นที่โรงกลั่นน้ำมันได้รับนั้นสูงขึ้นกว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เป็นเพราะส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซินหรือดีเซลเทียบกับน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้นมาตลอด 


ในความเป็นจริงแล้ว ค่าการกลั่นไม่ได้คำนวณจากส่วนต่างราคาของน้ำมันเบนซินและดีเซลเทียบกับราคาน้ำมันดิบอ้างอิงเท่านั้น แต่ต้องนำส่วนต่างราคาเฉลี่ยของน้ำมันสำเร็จรูปทุกชนิดตามสัดส่วนการผลิต (%Yield) ที่โรงกลั่นผลิตได้ ซึ่งรวมถึงก๊าซหุงต้ม หรือน้ำมันเตาที่มีราคาต่ำกว่าราคาน้ำมันดิบมาคำนวณรวมทั้งหมดเทียบกับราคาน้ำมันดิบที่ซื้อจริง ซึ่งรวมค่าพรีเมียมของน้ำมันดิบ (Crude Premium) หรือราคาส่วนเพิ่มเมื่อเทียบกับราคาน้ำมันดิบอ้างอิง และค่าใช้จ่ายในการขนส่งจากแหล่งผลิตมายังประเทศไทย


รวมถึงต้องหักลบต้นทุนค่าพลังงานความร้อน ค่าน้ำและค่าไฟที่ใช้ในการกลั่นอีกด้วย ทั้งนี้ ค่าการกลั่นที่คำนวณได้ดังกล่าวยังไม่สะท้อนกำไรที่แท้จริงของโรงกลั่น เนื่องจากยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกิดขึ้น เช่น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมราคาและภาษี เป็นต้น


เมื่อนำค่าการกลั่นมาหักลบกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกิดขึ้น รวมถึงกำไร/(ขาดทุน) จากการบริหารความเสี่ยงด้านราคา (Hedging) และสต๊อกน้ำมัน จึงจะสะท้อนกำไรสุทธิที่โรงกลั่นน้ำมันได้รับจริง


หากพิจารณากำไรที่แท้จริงที่กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ ได้รับนั้น จะเห็นว่ากลุ่มฯ โรงกลั่นฯ ไม่ได้มีกำไรสูงตามราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นในไตรมาส 1 ที่ผ่านมาแต่อย่างใด อีกทั้งกลุ่มฯ โรงกลั่นฯ ยังต้องเป็นผู้แบกรับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหากราคาน้ำมันมีทิศทางปรับตัวลดลงในอนาคต ซึ่งก็เป็นไปตามวงจรของธุรกิจน้ำมันที่มีทั้งขาขึ้นและขาลง



รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aqFFPFe0fRg

คุณอาจสนใจ

Related News