เศรษฐกิจ

'หอการค้าไทย' ชี้ขึ้นค่าขนส่ง กระทบราคาสินค้าขึ้น 3% แต่ปชช.ยังรับมือได้

โดย sitanan_k

9 ก.พ. 2565

27 views

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินผลกระทบการปรับขึ้นค่าขนส่งสินค้า 15-20% ของกลุ่มผู้ประกอบการรถบรรทุกและโลจิสติกส์ ว่า โดยปกติแล้วต้นทุนราคาสินค้าจะมีสัดส่วนของต้นทุนค่าขนส่งเฉลี่ยอยู่ที่ 12%



ซึ่งหากผู้ประกอบการขนส่งสินค้าปรับขึ้นราคาค่าขนส่งในอัตรา 20% จะมีผลทำให้ราคาสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้น 3-4% ซึ่งจะมีแรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อโดยรวมประมาณ 0.3 -0.5% ทำให้ประมาณการอัตราเงินเฟ้อโดยรวมในปีนี้ปรับขึ้นจาก 1.5-2% ไปอยู่ที่ 1.8-2.8% ได้แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ให้ปรับตัวลดลงโดยยังคงเป้าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้อยู่ที่ 3.5-4%



เนื่องจากการปรับขึ้นค่าขนส่งแม้จะมีผลกระทบต่อต้นทุนราคาสินค้าแต่เชื่อว่าผู้ประกอบการจะไม่ผลักภาระทั้งหมดไปที่ราคาสินค้า ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวเพราะจะมีผลต่อยอดขาย และกำลังซื้อขณะเดียวกันเชื่อว่าไม่ใช่ทุกบริษัทที่จะมีการปรับขึ้นค่าขนส่ง เนื่องจากรัฐบาลยังคงตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตรและผู้ประกอบการบางส่วนเริ่มหันมาใช้รถขนส่งที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้นแล้วจึงเชื่อว่าผลกระทบต่อราคาสินค้าจากการปรับขึ้นค่าขนส่งในครั้งนี้จะอยู่ในเกณฑ์ที่ประชาชนสามารถปรับตัวรับมือได้



ขณะที่นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เผย ผลสำรวจผู้ประกอบการ 1,335 ราย ครอบคลุม 45 กลุ่มอุตสาหกรรมทั่วประเทศ พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความกังวลเพิ่มขึ้น ได้แก่ ราคาน้ำมัน (70.1%) รองลงมาคือ สถานการณ์ทางการเมือง (45.5%) โดยประเด็นการเมือง ภาคเอกชนต้องการรัฐบาลที่มีเอกภาพ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และดูแลประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทำงานของรัฐบาลที่ไม่มีเอกภาพ จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวล และมองว่าการยุบสภา ล้างไพ่เลือกตั้งใหม่ อาจเป็นเรื่องที่ดี มีวิธีทำงานใหม่ คนทำงานใหม่ๆ ส่งผลดีต่อประชาชน และเศรษฐกิจ คงไม่เลวร้ายไปกว่านี้แล้ว



ทั้งนี้ เสนอแนะให้รัฐบาล เร่งแก้ไขปัญหาค่าครองชีพให้กับประชาชน ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกินลิตรละ 30 บาท และเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง และอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าประเทศ โดยปรับมาตรการ Test & Go ให้ลดจำนวนครั้งการตรวจ RT-PCR ให้เหลือเพียงครั้งเดียว

คุณอาจสนใจ