เศรษฐกิจ

'สุพัฒนพงษ์' ไม่ท้อถูกม็อบสิบล้อนัดไล่ เซ่นน้ำมันแพง – พลังงานส่งสัญญาณไม่ตรึงต่อแอลพีจี

โดย thichaphat_d

8 ก.พ. 2565

72 views

วานนี้ (7 ก.พ.) นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและรมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์กรณี สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ประกาศชุมนุมหน้ากระทรวงพลังงานเรียกร้องให้รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันดีเซลและขับไล่รมว.พลังงาน ออกจากตำแหน่งว่า

ทุกครั้งที่มีการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ เราก็รับข้อเสนอและสามารถให้ข้อมูลได้มากที่สุด ตอนนี้เรากำลังดูมาตรการเดิมที่มีไปถึงวันที่ 31 มี.ค. และหากได้ข้อเรียกร้องต่างๆ มาจะไปดูว่าสามารถนำไปปรับปรุงอย่างไรและทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน

เมื่อถามว่าสามารถตรึงราคาน้ำมันดีเซล 25 บาทได้หรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่าที่ผ่านมาเราตรึงไว้ที่ 30 บาท ส่วน 25 บาทคงต้องมาดูกันว่าตัวเลขนี้มาได้อย่างไรและมันจะได้ประโยชน์อย่างไรแล้วใครได้ประโยชน์บ้าง

เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตการลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินไอพ่น แต่ไม่ลดให้รถบันทุกเป็นการเอื้อนายทุนหรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่อุตสาหกรรมได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน และมาตรการที่ว่าเป็นมาตรการชั่วคราว สิ่งที่สหพันธ์รถบรรทุกขอไม่ใช่มาตรการเฉพาะ

วันนี้รัฐช่วยลิตรละ 5 บาทอยู่แล้วเท่ากับภาษีสรรพสามิต ถ้าวันนี้ไม่มีการตรึงราคาไว้เลยวันนี้ราคาดีเซลทะลุถึง 35 บาท เราจะพิจารณาช่วยเหลือเพิ่มเติมต่อไปก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลก ซึ่งต้องยอมรับว่าช่วงนี้ราคาน้ำมันขึ้นมาเร็วมากเพียงเดือนเดียวขึ้นมา 5 บาทกว่าเกือบ 6 บาทต่อลิตร ถือเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วนซึ่งรัฐบาลก็ทำอย่างเต็มที่แล้วภายใต้กรอบและจำนวนเงินที่มีอยู่

เมื่อถามว่าเรียกร้องขับไล่รัฐมนตรีไม่ท้อใช่หรือไม่ นายสุพัฒนพงธ์ กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องธรรมดาทุกคนก็มีความขุ่นเคืองในยามนี้ เพราะไม่ใช่สถานการณ์ปกติ เป็นสถานการณ์ที่เรากำลังอยู่ในวิกฤติระดับโลก ทั้งเรื่องควบคุมโควิด เรื่องฉีดวัคซีน และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ตนคิดว่าไม่ใช่เป็นเรื่องของการเมือง

“ยืนยันไม่ท้ออะไร สบายๆ เพียงแต่ช่วงนี้เจ็บตาเพราะอาจอ่านหนังสือเยอะ”

เมื่อถามว่ากรณีที่สหพันธ์ฯจะขอขึ้นราคาค่าขนส่ง 20% หากไม่ได้รับการช่วยเหลือจะทำให้วงจรค่าขนส่งเปลี่ยนไปหรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า อยู่ที่สถานการณ์และข้อตกลงของการขนส่ง ระหว่างผู้ให้และผู้รับบริการ และขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าเขาจะขึ้นได้มากแค่ไหนตามกลไกตลาด เมื่อถามย้ำว่า รัฐบาลจะปล่อยให้ภาคเอกชนขึ้นราคาบริการขนส่งหรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า ถือเป็นกลไกตลาดเสรี เราจะไปบังคับทุกเรื่องไม่ได้และต้องถามว่าผู้รับบริการจะยอมให้ขึ้นหรือไม่และต้องพูดคุยกันเพราะมีผู้ให้กับผู้รับ

ด้านนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง ร่วมกันชี้แจงสถานการณ์ราคาพลังงาน และมาตรการลดผลกระทบจากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมัน ที่ขณะนี้ราคาน้ำมันดิบดูไบขยับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น และเคลื่อนไหวในกรอบ 88-93 ดอลล่าร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งต้องจับตาดูในช่วง 3 เดือนหลังจากนี้

โดยแนวโน้มการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้ คาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันในปีนี้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 100.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากปัจจุบันที่มีความต้องการใช้อยู่ที่ 96.63 ล้านบาร์เรลต่อวัน / ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและ ยูเครน รวมถึงการปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันของกลุ่มโอเปคเพียง 400,000 บาร์เรลต่อวันซึ่งมีผลให้ราคาน้ำมันยังคง มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้การปรับขึ้นทุกๆ 1 เหรียญจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดีเซล 20 สตางค์ต่อลิตร ซึ่งกระทรวงพลังงานจะพยายามตรึงราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ในกรอบไม่เกินลิตรละ 30 บาทต่อไป เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในภาพรวม ทั้งนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ใช้เงินในการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไปแล้วเฉลี่ยลิตรละ 3.79 บาท/ลิตร คิดเป็นเงินรวมกว่า 7000 ล้านบาทต่อเดือน

ทำให้สถานะกองทุนณขณะนี้ติดลบไปกว่า 10,000 ล้านบาทซึ่งการดูแลราคาน้ำมันผ่านกลไกกองทุนจะใช้วิธีการบริหารจัดการสภาพคล่องหมุนเงินกองทุนใช้ได้จนถึงเดือนเมษายนนี้ จากนั้น วงเงินกู้ของกองทุนจำนวน 20,000 ล้านบาทและสำรองอีก 10,000 ล้านบาทจะทยอยเริ่มนำเข้ามาใช้ในช่วงเดือนเมษายน

ส่วนการตรึงราคาก๊าซหุงต้มหรือแอลพีจี พี่จะหมดระยะการขยายเวลาตรึงราคาในวันที่ 31 มีนาคมนี้ ได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่า จะไม่ตรึงราคาต่อ โดยจะทยอยปรับขึ้นราคาแบบขั้นบันได จากที่ตรึงไว้ 318 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม ขึ้นเป็น 333 บาท และ 363 บาทตามลำดับ แต่จะมีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และหาบเร่ แผงลอย

โดยการให้ส่วนลดราคาก๊าซแอลพีจีเพิ่มจากเดิม 45 บาทเป็น 100 บาทต่อ 3 เดือน โดยระบุว่าที่ผ่านมาการตรึงราคาก๊าซแอลพีจีพี่ 318 บาทมานานถึง 2 ปีมีการใช้เงินอุดหนุนไปกว่า 25,000 ล้านบาท ทั้งนี้การปรับราคาก๊าซแอลพีจีขึ้นทุกๆ 1 บาทจะช่วยลดภาระกองทุนน้ำมันได้ 90 ล้านบาทต่อวัน หรือประมาณ 270 ล้านบาทต่อเดือน

อย่างไรก็ตามจะมีการ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดทั้งสถานการณ์ราคาพลังงาน อัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพในประเทศ ซึ่งหากมีความจำเป็น พี่จะต้องขยายมาตรการต่างๆ ออกไปก็สามารถทำได้แต่ต้องมีการพิจารณาอีกครั้ง ย้ำว่าต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ขณะนั้น    

พร้อมทั้งยืนยันว่ากระทรวงพลังงานมีมาตรการดูแล ราคาพลังงานเรียบร้อยแล้วแต่ยังต้องรอเรื่องของการหาแหล่งที่มาของเงินกู้ที่จะเข้ามาสนับสนุนว่าจะมาจากแหล่งใดได้บ้าง คาดว่าจะมีความชัดเจนเรื่องแหล่งเงินทุนภายในเดือนนี้

ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ประกอบการรถบรรทุกจะเข้าปิดล้อมกระทรวงพลังงานเพื่อขับไล่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานหลังไม่พอใจที่ไม่แก้ปัญหาราคาน้ำมันแพง ยืนยันว่า ข้อเรียกร้องของผู้ประกอบการที่ต้องการให้ราคาน้ำมันดีเซลปรับลดลงเหลือ 25 บาทต่อลิตร ไม่สามารถทำได้เนื่องจากต้องใช้เงินอุดหนุนราคาน้ำมันมากถึง 17,000 ล้านบาทต่อเดือนซึ่งไม่มีแหล่งเงินทุนเข้ามาอุดหนุนราคามากขนาดนั้นส่วนเรื่องของการปรับภาษีสรรพสามิตน้ำมันเป็นเรื่องของกระทรวงการคลังที่จะพิจารณา กระทรวงพลังงานจะดำเนินการในส่วนที่สามารถทำได้



รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HHcthqfYVQo

คุณอาจสนใจ