อาชญากรรม
“ทนายตั้ม” ติดหนวดสวมเสื้อ SWAT ควงบอดีการ์ด ทวงโควตาสลากกินแบ่งคนพิการ
4 ชั่วโมงที่แล้ว
62 views
“ทนายตั้ม” ติดหนวดสวมเสื้อ SWAT พร้อมควง 5 บอดีการ์ด เดินหน้าทวงความยุติธรรมให้กับคนตาบอด แฉอินฟลูเอนเซอร์ดัง-นักการเมือง ฮุบโควตาสลากกินแบ่งคนพิการ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 ก.ย.2569 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ได้เดินทางมาที่สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย โดยทนายตั้มได้มากับรถกระบะสีดำ โดยมีบอดีการ์ด 5 คนคอยประกบ โดยปรากฏตัวในชุดเสื้อกั๊กสีดำ ที่สกรีนคำว่า “SWAT” พร้อมกับติดหนวดปลอม และเครื่องป้องกันอุบัติเหตุเข่าแขน โดยระหว่างที่รถเคลื่อนเข้ามา บอดีการ์ดได้มีการกางร่มให้ทนายตั้มตลอดเวลา เมื่อทนายตั้มเห็นสื่อมวลชนก็พูดว่า “สื่ออย่าเพิ่งถ่ายนะครับ ขอผมไลฟ์ก่อนนะ เดี๋ยวค่อยไปช่วยเคสนะครับ” ก่อนที่จะบอก ร้อน ขอกระดาษทิชชูมาซับหน้า เมื่อถามผู้สื่อข่าวถามว่าวันนี้แต่งตัวจะไปไหน ทนายตั้ม บอกว่า “แต่งตัวลงพื้นที่ชายแดน”
ก่อนที่ทนายตั้มจะให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้จะมาทวงสลากให้กับทางคนตาบอดผู้พิการ มีที่ปรึกษานายกสมาคมนักกีฬาคนตาบอดและผู้พิการคนตาบอดอีกหลายท่านมารวมตัวกันที่นี่จำนวนมาก พอรู้ว่าพี่สื่อมวลชนอยากจะมามาช่วยในประเด็นนี้ อย่างแรกเลย “ไหน ๆ ก็มาแล้ว กดหัวใจให้ผมก่อน วันนี้ที่ตัวเองมาเริ่มจากที่เมื่อวานไปที่กระทรวงมหาดไทย และวันนี้ตอนแรกตั้งใจจะมาช่วยเหลือคนตาบอดเงียบ ๆ แต่พอผมบอกพี่ ๆ สื่ออยากสนใจจะช่วยเรื่องโควตาสลาก เลยมาในวันนี้ ปัญหาที่เราอยากจะแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นสมาคมกีฬาคนตาบอด หรือว่าคนตาบอด หรือว่าคนพิการต่าง ๆ จะต้องได้รับโควตาสลากจากรัฐบาลเพื่อเอามาขาย คนเหล่านี้มีความพิการไม่สามารถประกอบอาชีพเหมือนคนปกติได้ แต่กลับมีคนที่มีอิทธิพล มีเส้นมีสาย เอาโควตาสลากของผู้พิการหรือผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้ไป ไปสร้างรายได้ให้กับตัวเองจนร่ำรวย”
เมื่อถามถึงความคืบหน้าคดีที่เคยไปร้องเรียนไว้ที่ดีเอสไอ ระบุว่าตั้งแต่ตนเข้าไปอยู่ภายในเรือนจำ ไม่ได้ติดตามเรื่อง มันก็เงียบ ๆ ไป ซึ่งตอนนี้สื่อมวลชนให้ความสนใจอีกครั้ง เดี๋ยวจะมีความคืบหน้าเป็นหนังสือกลับมา พอไม่ได้ตามก็เงียบหาย เรื่องโควตาสลากมันค่อนข้างที่จะเป็นผลประโยชน์มหาศาล รายเดือนที่เขาได้กันไปไม่รู้ว่ามันถึงใคร แต่จริง ๆ แล้วอยากให้คนที่ดี ๆ ร่างกายสมบูรณ์ อย่าไปแย่งเขาเลย คนที่พิการ ตาบอด แขนขาขาด เราทำมาหาได้ดี ๆ ได้ อย่าไปทำแบบนั้นดีกว่า มันใจร้ายเกินไป
อย่างไรก็ตาม เรื่องคดีความจะต้องไปตามที่ดีเอสไอ และจะต้องดูในเรื่องของเส้นเงินว่าทางกองสลาก
และอย่างที่ตัวแทนคนพิการบอกไป มันไปที่นักการเมืองหรืออินฟลูเอนเซอร์ ไม่ต้องบอกว่าเป็นใคร คนนี้เขาร่ำรวยจากสลากของคนพิการ ตนจึงเรียกร้องให้เอาคืนคนพิการ อย่าไปแย่งเขาเลย ตัวเองก็มีเงินมีทองมหาศาล เป็นอินฟลูดัง
ส่วนประเด็นที่หลายคนตั้งคำถามว่าทนายตั้มทำแบบนี้เพื่อหาแสงนั้น ทนายตั้มระบุว่าจะมองว่าหาแสงก็ได้ “ผมขอถามเอฟซีเลย จะให้ผมทำต่อไหม ไม่ให้ทำไหม คุ้น ๆ ไหมครับ” ตนก็ไม่ได้อยากจะไปยุ่งอะไรกับเขามากมาย ไม่อยากจะทะเลาะอะไรกัน ตนทำความดีของตนดีกว่า ยืนยันว่าไม่ได้เอาคนพิการมาเป็นเครื่องมือ ทำมาก่อนหน้านี้แล้ว
ด้าน นายศุภชัย สงพินิจ อดีตนักกีฬากรีฑาคนพิการทีมชาติไทย ระบุว่า ขอขอบคุณสื่อมวลชนและทนายตั้ม ทนายตั้มเป็นมือแรกที่พาตนเองเข้ามาเปิดเรื่องนี้ จึงรู้สึกขอบคุณ ตนเดือดร้อน เป็นนักกีฬา เป็นคนพิการตัวจริง อยู่ภายใต้สมาคมกีฬาคนตาบอดจริง สมาคมได้รับโควตา เราที่เป็นนักกีฬาตัวจริงไม่ได้รับการจัดสรร โควตาทั้งหลายเป็นของผู้มีอิทธิพล นักการเมือง อินฟลูเอนเซอร์ที่ได้รับโควตาต่าง ๆ ก็เลยลำบาก ที่ตนอยากมีอาชีพเหมือนกัน สิทธิ์ของเราก็เลยหายไปเลย หลักฐานที่เป็นรูปธรรม เชื่อว่าสื่อบาง ๆ คนก็คงจะเคยเห็นมาบ้างแล้ว ที่เป็นรูปธรรมก็คือเอกสารที่ตนเคยไปยื่นเรื่องกับทางดีเอสไอ กระทรวงยุติธรรม
เมื่อถามว่ามีการติดตามมาหลายปี มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง ระบุว่า ไม่ได้รับความคืบหน้าอะไรมากมาย แต่ก็จะต้องพยายามมและได้กล่าวขอบคุณทนายตั้มทิ้งท้ายว่า ที่ให้การช่วยเหลือและยังเห็นพวกตน และยินดีที่จะช่วยพวกตน ที่เป็นผู้พิการทางสายตา
นายสมชาย ปัญญ์เอกวงศ์ ที่ปรึกษาสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ระบุว่า ตนดูแลเรื่องที่นายศุภชัยเข้ามาร้อง และทนายตั้มได้เข้ามาเยี่ยมที่สมาคมเมื่อสองปีที่แล้วและให้ความช่วยเหลือ ครั้งแรกพาไปยื่นหนังสือที่กระทรวงยุติธรรม วันที่ 4 กันยายน เรื่องถึงดีเอสไอ ซึ่งดีเอสไอก็มีการสอบสวนมาแล้ว มีหนังสือแจ้งไปที่การกีฬาแห่งประเทศไทยและที่สำนักงานสลาก แต่เรื่องมันไม่คืบหน้า หลักฐานมีอยู่ เป็นข้อมูลจากสำนักงานสลากเอง ว่ามีการจัดสรรฉลากให้ใคร แต่ละสมาคมมีหลาย 1,000 เล่ม แต่ไม่ได้ให้นักกีฬาเลย เราต่อสู้มาตลอดแต่ไม่ได้รับความเป็นธรรม รายชื่อที่ได้เป็นเอกสารของสำนักงานเอง องค์กรที่ได้ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง สลากเป็นเหมือนท่อนำเลี้ยงของนักการเมืองที่มีอิทธิพล พวกขุนศึกทั้งหลายมีมานานแล้ว อยากให้เรื่องนี้ได้รับความยุติธรรมและขจัดพวกนักการเมืองเลว ๆ ที่มาเบียดเบียนโควตาสลากของคนพิการ ยกตัวอย่างเช่น ศาลากลางจังหวัดแต่ได้รับโควตาสลากก็มองว่าไม่ใช่แล้ว และจังหวัดขอนแก่นก็ได้รับตั้งสี่สมาคม เอาคนพิการมาเป็นนอมินี
เมื่อถามว่าทางดีเอสไอได้มีหนังสือตอบกลับมาอย่างไร ระบุว่า เขาแจ้งไปว่าสมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทยได้รับสลากจริง ๆ แต่ไม่ได้จัดสรรให้กับนักกีฬา ผู้ที่ได้รับจัดสรรต่าง ๆ ปรากฏว่าเป็นผู้แทนราษฎรท่านหนึ่ง เอาคนตาดีปกติมาอ้างเป็นนอมินี และผู้ที่ติดต่อกับนักการเมืองและขายสลากให้กับนักการเมือง มีเงินไหลเข้าบัญชีเดือนละ 20 กว่าล้าน ปีหนึ่ง 200 กว่าล้าน มีหลักฐาน
“ตนรู้สึกอัดอั้นใจมากที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ความยุติธรรมที่ล่าช้ามันคือความอยุติธรรม สำหรับพวกเรา คนตาบอดรับลอตเตอรี่คนละเล่มสองเล่มเอง แต่ทางโน้นเอาไปเป็น 10,000 เอาไปเป็น 1,000”
ทนายตั้มยังพูดถึงมูลนิธิใหญ่ ปมซื้อเสื้อเกราะ โดยใช้เงินบริจาคของมูลนิธิ พร้อมกับประเด็นที่อีกฝ่ายออกมาไลฟ์สดว่า ได้มีการยื่นงบให้ตรวจสอบแล้วนั้น ทนายตั้มบอกว่า เป็นการตอบไม่ตรงประเด็น เพราะการยื่นงบไม่ได้เป็นการพิสูจน์ว่าการใช้จ่ายเงินบริจาคถูกต้องจริงหรือไม่ อีกทั้งเมื่อมีคนเข้าไปสอบถามหรือคอมเมนต์กลับถูกบล็อก
นอกจากนี้ ทนายตั้มยังได้นำหลักฐานราคาเสื้อเกราะระดับ 4 (Level 4) มาแสดงต่อสื่อมวลชน โดยระบุว่า มูลนิธิเคยอ้างว่าซื้อมาได้ในราคาถูกเพียง 6,000 บาท (จากราคาเต็ม 20,000 บาท) แต่ความจริงราคา 6,000 บาทนั้น เป็นราคาซื้อเพียงแผ่นป้องกันด้านหน้าแผ่นเดียว ไม่ใช่ทั้งชุด
ขณะที่ร้านค้าทั่วไปจำหน่ายเกราะระดับ 4 แบบครบชุดทั้งหน้า-หลัง อยู่ที่ราคาเพียง 6,990 บาทเท่านั้น ซึ่งถ้าหากซื้อทั้งหน้าหลัง ก็จะต้องราคามากกว่า 6,990 บาท
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีสายข่าวและแหล่งข่าวส่งข้อมูลเรื่องการตั้งบริษัทนอมินี โดยให้พรรคพวกตนเองเปิดบริษัทมารับงานของมูลนิธิเพื่อกินส่วนต่างจากเงินบริจาค โดยตนจะต้องพูดคุยกับแหล่งข่าวอีกสองคน ซึ่งถ้าหากทั้ง 2 คนกล้าที่ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ เราก็จะสามารถรวบรวมหลักฐานเพื่อเตรียมเข้ายื่นเรื่องต่อ DSI ในข้อหาฟอกเงิน ในสัปดาห์หน้าได้
ทั้งนี้ ก่อนที่จะจบการแถลงข่าว ทนายตั้มได้ฝากไปถึง FC ว่า “ผมไม่ได้มาหาแสง แต่ตัวของผมก็มีลูก ผมอยากให้ลูกของผมวันนึงได้เห็น” พร้อมทำท่าสะอื้น และพูดต่อว่า “ได้เห็นในสิ่งที่ผมทำว่าสิ่งที่ผมทำมันมีประโยชน์นะ มันมีคนได้ประโยชน์กับประเทศชาติ วันนึงลูกของผมโตขึ้นเขาจะเห็นเอง จะเห็นเองว่าสิ่งที่ป๊าทำมันเกิดผลประโยชน์กับคนที่เราให้ความช่วยเหลือจริง ๆ สักวันจะเห็นกันเอง แค่นี้แหละครับ” ทั้งนี้ ระหว่างการสัมภาษณ์ทนายตั้มได้นำกระดาษทิชชูออกมาซับหน้าอยู่เป็นระยะ
แท็กที่เกี่ยวข้อง ทนายตั้ม ,โควตาสลากกินแบ่งคนพิการ