สังคม

“ทนายตั้ม” บุกสภา ทวงโควตาสลากผู้พิการ เปิดตัวลูกพี่ควักกระป๋องแป้งโชว์สื่อ พุ่งตรงโรงอาหาร ตามหาปลาสลิดวุ่น

4 ชั่วโมงที่แล้ว

30 views

“ทนายตั้ม บ้าพลัง” บุกสภา แต่งตัวเป็นโคนัน-ขับรถสปอร์ต ทวงโควตาสลากผู้พิการ เปิดตัวลูกพี่ ควักกระป๋องแป้งโชว์สื่อ ก่อนพุ่งตรงโรงอาหารรัฐสภา ตามหาปลาสลิดวุ่น แต่ไม่มี เจ้าตัวบอกสงสัยขาดตลาด

วันที่ 24 ก.ย. 2569 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เดินทาง มาสภาเข้าให้ข้อมูล กับคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์และการปฏิรูประบบสิทธิประโยชน์เพื่อการดำรงชีพของทหารผ่านศึก คนพิการ และกลุ่มเปราะบาง สภาผู้แทนราษฎร โดยทนายตั้มแต่งตัวเป็นยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ซึ่งมาพร้อมกับแว่นขยายของโคนัน โดยขับรถสปอร์ต Nissan GT-R(R35) สีแดง ล้อเลียนรถสปอร์ตหรู ลัมโบร์กินี ของกัน จอมพลัง

ก่อนการให้สัมภาษณ์ทนายตั้มได้เปิดตัวลูกพี่ คือหยิบกระป๋องแป้งเด็กแคร์สีฟ้าออกมาจากเสื้อสูท โชว์ต่อสื่อมวลชน ก่อนที่จะระบุว่า ตอนนี้ลูกพี่ผมน่าจะว่างอยู่ เพราะฝ่ายค้านก็ไม่ใช่ ฝ่ายรัฐบาลก็ไม่ใช่ ก่อนจะบอกว่าลูกพี่ของผม “ชื่อแป้ง” เป็นลูกพี่ที่คุ้มครองกะลาหัวผมอยู่ทุกวันนี้ และหอมแป้งโชว์สื่อมวลชน

ทนายตั้ม กล่าวว่า วันนี้ตอนมาในลุคของโคนัน เพื่อตามหาความจริง ใครขโมยสลากผู้พิการต้องมีการค้นหากัน และอย่างที่เห็นว่าวันนี้ตนมาด้วยรถคันสีแดง ถึงจะไม่ใช่ลัมโบร์กีนี แต่รับรองว่าชุดแต่งไม่ใช่ของปลอมแน่นอน ไม่เหมือนลัมโบร์กีนีของใครก็ไม่รู้ ที่ใช้ชุดแต่งปลอม และถูกอายัดทะเบียน

ทนายตั้ม กล่าวว่า วันนี้ตนเองเดินทางมาคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์และการปฏิรูประบบสิทธิประโยชน์เพื่อการดำรงชีพของทหารผ่านศึก คนพิการ และกลุ่มเปราะบาง มาพูดในเรื่องของสลาก ไม่อยากให้มี อินฟูเอ็นเซอร์ รับบริจาคทำเท่อยู่คนเดียว อยากจะแก้ปัญหาในเชิงระบบโครงสร้าง หากเราแก้ในเรื่องระบบได้ ทางผู้พิการก็ไม่จำเป็นไปแบมือขอรับเงินบริจาคใคร สามารถประกอบอาชีพด้วยตนเองได้ เขาไม่ต้องการให้ใครมาสงสาร ผมคุยกับผู้พิการที่มาร่วมกับผม 500 คน เขาอยากจะทำงานด้วยตัวเอง อยากให้เขาได้โควต้าสลากในการดำรงชีพ

“วันนี้ผมจะเล่านิทานเรื่องหนึ่งให้ฟัง เกี่ยวกับ รปภ.คนหนึ่ง ขโมยสลากของคนพิการ งวดหนึ่งประมาน 2 แสนฉบับ 1 เดือน 4 แสนฉบับ โดยจะไปร่วมมือกับคนขายลอตเตอรี่ออนไลน์ ปัจจุบันมีอยู่เจ้าหนึ่ง โดยใครถูกรางวัล 10 ใบ 60 ล้านบาท โดยที่เจ้าของสลากออนไลน์ก็จะนำเงินสดไปให้ มีโปรโมชั่นไม่หักค่าภาษี ได้รับเงินเต็มๆ ในการถูกลอตเตอรี่ เสร็จแล้วเขาจะได้สลากมา รปภ.จะนำสลากแม่แร่ขายกับเว็บพนันออนไลน์และสแกมเมอร์ ที่ต้องการจะฟอกเงิน โดยไปขายต่อเพิ่มอีก 20% จาก 60 ล้านบาท จะกลายเป็น 72 ล้านบาท ได้ส่วนต่าง 12 ล้านบาท โดยจะเอาเศษเงินกระดูกนิดหน่อย ไปช่วยเหลือคน ไปบริจาคตรงนั้นตรงนี้ ผมบอกเลยเมื่อก่อนคนเขาเกรงใจ ไม่ได้เกรงใจ รปภ.คนนี้ แต่เขาเกรงใจคุณหนุ่ม กันภัย แต่วันนี้คุณหนุ่ม กันภัย หลุดจากสายสนิท วันนี้มันถึงโดนอ้วกขนาดนี้” ทนายตั้ม กล่าว




เมื่อถามว่า การเปิดตัวพูดถึงแป้ง ซึ่งสังคมรับรู้ว่าหมายถึงใคร แสดงว่ามีข้อมูลเชิงลึกหรือไม่ ทนายตั้ม กล่าวว่า ไม่มีอะไรมาก เข้ามาที่สภาผู้ทรงเกียรติ จะเข้ามาโดยที่ไม่มีใครเป็นแบ็คไม่ได้ เดี๋ยวจะเหมือนทนายธรรมราช ที่ให้ สก.แรบบิท จ้างคนไปตบเขา ผมก็กลัวเหมือนกัน ผมจึงต้องให้ลูกพี่ผมมาด้วย อยู่ใกล้ตัวมันอุ่นใจ จะได้ไม่มีใครจ้างคนมาตบระหว่างสัมภาษณ์

เมื่อถามว่า แล้วใครเป็นลูกพี่อยู่เบื้องหลัง ทนายตั้มได้หยิบกระป๋องแป้งจากกระเป๋าเสื้อสูทมาโชว์ผู้สื่อข่าวและบอกว่า “นี่แหละ ลูกพี่ทนายตั้มบ้าพลัง คือคนนี้เลย แต่วันนี้เค้าใส่ชุดสีฟ้ามา ปกติใส่ชุดสีเขียว ตอนนี้เขากำลังคิดอยู่ว่า เดี๋ยวจะไปรวมกับสีน้ำเงิน มันจะเป็นสีอะไรดี หรือเป็นสีฟ้าดี เขายังสับสนกับชีวิตอยู่ รอเขาหายสับสน เขาจะรู้”

เมื่อถามว่า สิ่งที่ทนายตั้มพูด เชื่อมโยงกับการเมือง มีวาระอะไรซ่อนเร้นอยู่ ทนายตั้ม กล่าวว่า ไม่มี แต่เหมือนเป็นพรรครอ ยังไม่มีอะไรมาก รอร่วมรัฐบาล




เมื่อถามว่า การที่ออกมาพูดแบบนี้ ไม่กลัวหรือ ทนายตั้ม กล่าวว่า ถ้ากลัวก็ไม่ออกมา เมื่อถามย้ำว่า มีพระดี มีแบ็คกดี หรือมีเรื่องอะไรๆ อยู่เบื้องหลังใช่หรือไม่ ทนายตั้ม กล่าวว่า “พูดแบบไม่ติดตลก ผมไม่มีแบ็กสักคน กับบิ๊กโจ๊กผมก็เลิกคบไปแล้ว ตอนนี้แบ็กผมใครรู้ไหม เป็นคนพิการทั่วประเทศ ให้กำลังใจและส่งกำลังใจให้ผม รวมถึงประชาชนที่เห็นด้วย”

ทนายตั้ม กล่าวว่า หลังจากนี้จะประสานกับกระทรวงแรงงาน ให้ผู้พิการมีงานทำ โดยวันนี้ตนเองไม่ได้มาร้อง กมธ. แต่ช่วยเหลือพูดคุยเรื่องปัญหาโควต้าสลากผู้พิการ ซึ่งวันนี้จะมีการเชิญองค์การทหารผ่านศึกมาด้วย

เมื่อถามว่า จะมีความหวังให้ รปภ.คนนั้นคลายโควต้าสลากล็อตเตอรี่หรือไม่ ทนายตั้ม กล่าวว่า วันนี้มาพูดเรื่องปลาสลิดดีกว่า ซึ่งคนไทยอยากกินปลาสลิดแน่นอน (ฉายาของกัน จอมพลัง) แต่เรื่องต่อจากปลาสลิด คนไทยจะกินไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของอิฐ หิน ปูน ทราย ที่มาเข้าหูผม

เมื่อถามถึงกรณีมีผู้เสียหายไปร้องเรียน กับนายธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ว่ามูลนิธิกันจอมพลัง ขอปลาดสลิด 1.2 ตัน เพื่อไปช่วยเจ้าหน้าที่ ในช่วงเหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม เพื่อแลกกับการช่วยเหลือคดี ที่ผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อ ทนายตั้ม กล่าวว่า ตนได้ทราบเรื่องนี้กับนายธนกฤตมาบางส่วน แต่ต้องบอกด้วยว่าธนกฤตยังเห็นกันเป็นน้อง จึงรู้สึกไม่อยากโจมตีอะไรกัน แต่เมื่อมีคนมาร้องเขาก็ต้องช่วยเหลือประชาชน โดยพาไปหน่วยงานต่างๆที่น่าจะช่วยเหลือได้ ซึ่งตนรู้มาว่าหลังจากไปขอร้อง ก็มีสายมาข่มขู่ป้าคนนั้นที่ไปร้องเรียน ก่อนจะพูดว่า “ให้ไปถามนายธนกฤตจะดีกว่า”

ภายหลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนด้านหน้าทางเข้าอาคารแล้ว นายษิทรา เดินเข้ามาในอาคารรัฐสภาโดยบอกว่า ยังไม่ถึงเวลาที่จะไปประชุมกับคณะอนุกรรมาธิการ จึงจะขอไปดูโรงอาหารของรัฐสภาที่เกิดเหตุฝ้าถล่มเมื่อไม่นานนี้ ซึ่งระหว่างที่นายษิทราและคณะสื่อมวลชนกำลังเดินไปโรงอาหารของรัฐสที่อยู่ชั้น B2 ของอาคารรัฐสภานั้น ได้พบกับคณะนักเรียนที่มาศึกษาดูงานการประชุมสภาผู้ราษฎร มีนักเรียนบางส่วนทักทายว่า “ใช่ทนายตั้ม บ้าพลังใช่ไหมคะ” นายษิทรา กล่าวว่า “ไปกับพี่ดีกว่า ไม่ต้องไปดูงานแล้ว” ทำให้นักเรียนกลุ่มดังกล่าวส่งเสียงกรี๊ดพร้อมกัน พร้อมกับขอถ่ายรูปคู่กับนายษิทรา จากนั้น นายษิทราว่าเดี๋ยวนี้ คนไม่เรียกนายษิทราแล้ว เรียก “ทนายตั้ม บ้าพลัง” เด็กก็รู้จัก

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีคนรู้จักมากขนาดนี้ จะเปิดรับบริจาคบ้างหรือไม่ นายสิทธา กล่าวว่า “โหย! ไม่เอาอะ ไม่เปิดแน่นอน แต่ถ้าอยากโอนมา ก็ลงท้าย 888 นะ”

กระทั่งเมื่อเดินมาถึงที่โรงอาหารของรัฐสภา ทนายตั้ม ได้ถามผู้สื่อข่าวว่าจุดที่ ฝ้าถล่มอยู่ตรงไหน ผู้สื่อข่าวจึงชี้จุดที่ฟ้าถล่มให้ดูและบอกว่าเขาซ่อมแซมเสร็จแล้ว นายษิทราจึงถามอีกว่ามีขายปลาสลิดหรือไม่ ผู้สื่อข่าวตอบว่า วันนี้ร้านปลาสลิดไม่ได้มาขาย นายษิทรา จึงกล่าวอีกว่า “ไม่มีหรือ แสดงว่าขาดตลาดแล้วแหละ”

ต่อมา นายษิทราได้แวะไปร้องเพลงร่วมกับน้องนักเรียนหญิงคนหนึ่งที่มาเป็นจิตอาสาร้องเพลงอยู่ในโรงอาหารดังกล่าว และได้ร้องเพลง "ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน" พร้อมกล่าวติดตลกว่า “ที่ต้องร้องเสียงหลบแบบนี้เพราะกลัวว่าจะติดลิขสิทธิ์”

จากนั้น นายษิทรา ได้ขึ้นบันไดเลื่อนมายังชั้น 1 ของอาคารรัฐสภา ซึ่งระหว่างทางได้พบปะกับนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ โดยต่างฝ่ายต่างกล่าวให้กำลังใจซึ่งกันและกัน พร้อมกับสวมกอด ก่อนที่นายษิทราจะขึ้นลิฟท์ไปยังห้องประชุมคณะอนุกรรมาธิการฯ ที่ห้อง CA 412 ชั้น 4 ของอาคารรัฐสภา


คุณอาจสนใจ

Related News