อาชญากรรม

แฉอีก 'ส.ต.ท.หญิง' ทารุณทหารรับใช้ ใบรับรองแพทย์เพิ่งตรวจก่อนมอบตัวเพียงวันเดียว - ทำหน้าที่ประสานงาน ส.ว.

โดย passamon_a

21 ส.ค. 2565

163 views

มอบตัวแล้ว ส.ต.ท.หญิง ทำร้ายอดีตทหารรับใช้ เจ้าตัวรับสารภาพ อ้างทำไปเพราะป่วย ตำรวจค้นบ้าน พบเครื่องช็อตไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่ก่อเหตุ ด้านญาติโวย ตำรวจคุ้มกันผู้ต้องหาแบบ VIP แต่ผู้เสียหายปล่อยกลับบ้านคนเดียว ขณะที่ กัน จอมพลัง เดินหน้าแฉต่อ รู้อยู่แล้วใช้มุขป่วยมาอ้าง


ความคืบหน้ากรณี ส.ต.ท.หญิง รายหนึ่ง สังกัดกองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 ทำร้ายร่างกาย อดีตทหารหญิงซึ่งเป็นคนรับใช้ หลังจากที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น


วานนี้ (20 ส.ค.65) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาที่ตำรวจภูธรราชบุรี เพื่อคลี่คลายคดีนี้ และพบว่า ส.ต.ท.หญิงรายนี้ ขอเข้ามอบตัว


โดย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้พบกับผู้เสียหายก่อน ได้สอบถามผู้เสียหาย ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า โดยทำร้ายร่างกายอย่างไร ด้วยอุปกรณ์อะไรบ้าง มีการใช้ที่ช็อตไฟฟ้าจริงหรือไม่


ผู้เสียหาย กล่าวว่า ถูกทำร้ายร่างกายมาตลอด แต่ระยะหลัง ตั้งแต่ปลายปี 63 มาถูกทำร้ายหนักขึ้นทุกวัน ใช้อุปกรณ์ ตั้งแต่ไม้ ไม้แขวนเสื้อสแตนเลส เครื่องช็อตไฟฟ้า และหนักสุดคือ ตีปากจนเป็นแผลแล้วใช้น้ำยาล้างห้องน้ำราดแผลในปาก ที่ผ่านมาไม่กล้าหลบหนี เพราะกลัวคำขู่ของ ส.ต.ท.หญิง รายนี้จะทำร้ายครอบครัวจึงยอมทน และขอกลับบ้าน แต่ด้วยสภาพร่องรอยบาดแผลตามร่างกาย จึงไม่กล้ากลับบ้าน ส่วนที่ไม่กล้าหลบหนี ก็เพราะกลัวผลกระทบตามมา


พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ รับปากว่า จากนี้จะให้ความดูแลเรื่องความปลอดภัย และไม่ต้องกังวลเรื่องผู้มีอิทธิพล  ตอนนี้ผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัวตามกฎหมายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ใช้กฎหมายฉบับเดียวกัน หลังจากนั้น พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เข้าสอบถาม ส.ต.ท.รายนี้ ด้วยตนเอง ในห้องสืบสวน โดยไม่ให้สื่อมวลชนบันทึกภาพ


พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวภายหลังเข้าสอบปากคำว่า เบื้องต้น ส.ต.ท.หญิง ยอมรับสารภาพว่าได้ทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจริง โดยอ้างว่าตัวเองมีอาการที่ไม่สามารถจะควบคุมอารมณ์ของตนได้เป็นระยะ ๆ โดยมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งมาแสดง ซึ่งในใบดังกล่าวมีการระบุว่าได้เข้ารับการรักษามาแล้ว 2 ปี แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าอาการที่เป็นนั้นคือโรคอะไร ขณะที่ผู้ต้องหาเมื่อสอบปากคำก็มีอาการร่ำไห้ รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปและขอโทษ ที่ได้ก่อเหตุในครั้งนี้


ส่วนการพิจารณาให้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนหรือไม่นั้น พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ระบุว่าตนคาดว่าพนักงานสอบสวนจะให้ประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหาได้เดินทางเข้ามามอบตัวเอง และคดีไม่มีความซับซ้อน ส่วนความกังวลว่าจะไปข่มขู่ผู้เสียหาย และเข้าไปยุ่งกับพยานหลักฐานอีกหรือไม่ ตนเชื่อว่าผู้ต้องหาจะไม่เข้าไปข่มขู่พยานและผู้เสียหายอีก หากว่ากระทำเช่นนั้นทางตำรวจก็จะถอนการประกันตัวทันที


ทั้งนี้ วันจันทร์ที่ 22 ส.ค.นี้ เจ้าตัวจะต้องไปรายงานตัวกับกองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 ที่เป็นต้นสังกัด เพื่อให้ทางต้นสังกัดดำเนินการทางกฎหมายและวินัยตามขั้นตอนต่อไป


เมื่อถามถึงเส้นทางการรับเข้าราชการตำรวจนั้น พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า พบว่าได้เข้ามารับราชการอย่างถูกต้องตามขั้นตอน ส่วนการทำงานนั้นพบว่าไปช่วยราชการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และทำหน้าที่ประสานงานให้กับสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ท่านหนึ่ง ตนไม่ขอเอ่ยชื่อ และหน้าที่นี้ก็ไม่ต้องเดินทางไปสำนักงานทุกวัน ส่วนเรื่องฝากผู้เสียหายเข้ารับราชการทหารนั้น ต้องให้ทางทหารเป็นผู้ตรวจสอบ แต่เชื่อว่ามีเอกสารยืนยันว่าเข้ารับราชการทหารอย่างถูกต้อง


ขณะที่มีรายงานว่าใบรับรองแพทย์ที่ผู้ต้องหานำมายื่นกับพนักงานสอบสวนนั้น ได้ลงวันที่ 19 สิงหาคม ก่อนที่จะเข้ามามอบตัวเพียงวันเดียว แพทย์ที่ออกใบรับรองนั้นไม่ใช่ผู้รักษา แต่เป็นผู้ลงความเห็นอาการป่วยจากประวัติการรักษาเท่านั้น โดยได้เพียงแต่ซักถามกับตัวผู้ต้องหา


ต่อมาช่วงเย็น นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง ได้เดินทางมา สภ.เมืองราชบุรี หลังได้รับแจ้งจากญาติผู้เสียหาย ว่าตำรวจมีการควบคุมตัวแบบ VIP ต่างจากผู้ต้องหารายอื่น ๆ และพยายามหลบเลี่ยงสื่อมวลชน


โดย กัน จอมพลัง ได้พูดคุยกับหนึ่งในตัวแทนของญาติผู้เสียหาย ก่อนเปิดเผยว่า กรณีที่ผู้ต้องหาอ้างว่าป่วย ตนก็ถือว่าไม่ได้เหนือความคาดหมายอยู่แล้ว เพราะก่อนหน้านี้ผู้เสียหายได้เคยเล่าให้ฟังว่า ผู้ต้องหาเคยพูดไว้ว่า "ตัวเองเป็นคนบ้าทำอะไรไปก็ไม่ผิด" และตนก็คิดไว้อยู่แล้วว่าผู้ต้องหาจะต้องหงายการ์ดใบนี้ เมื่อทางผู้ก่อเหตุให้การอ้างแบบนี้ ตนก็พร้อมจะเปิดข้อมูลและหลักฐานสำคัญบางอย่างในวันนี้ ทั้งที่เป็นหลักฐานที่จะโต้แย้งเรื่องอาการป่วย และหลักฐานที่แฉถึงการเข้ารับราชการตำรวจที่ไม่โปร่งใส


ส่วนการที่ตำรวจมีการควบคุมตัวแบบ VIP ทางญาติก็ได้บอกตนว่ารู้สึกน้อยใจ เพราะผู้เสียหายที่ต้องเดินทางกลับดึกดื่นหลังจากสอบปากคำ ไม่มีการคุ้มกันดูแล ต้องเดินทางกลับบ้านด้วยตนเองเพียงลำพัง แตกต่างจากการดูแลผู้ต้องหาในวันนี้ โดยตำรวจได้ชี้แจงเรื่องนี้ว่า ไม่ได้มีการคุ้มกันแบบ VIP แต่เป็นความประสงค์ของผู้ต้องหา ที่ไม่ต้องการให้สื่อมวลชนถ่ายภาพ


ญาติผู้เสียหาย ระบุอีกว่า การที่ผู้ต้องหานำใบรับรองแพทย์อ้างว่าป่วยมายืนยันนั้น ตนไม่เชื่อเพราะหากเป็นคนป่วยทำไมถึงรับราชการได้ ส่วนการที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพและสำนึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น ญาติมองว่า เป็นเพียงการกล่าวอ้างไม่ได้รู้สึกผิดจากใจจริง เพราะถ้าสำนึกผิดคงไม่ใช่เวลานี้ ซึ่งตลอดเวลา 2 ปีที่ผ่านมามีการทำร้ายผู้เสียหาย อย่างต่อเนื่อง ถ้าจะสำนึกก็ต้องสำนึกตั้งแต่ตอนนั้น


ส่วนเรื่องการดำเนินคดี ตนก็กังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะมาวันนี้ก็ไม่รู้ว่าเขาจะมามอบตัว แต่ก็เชื่อมั่นทีมงานกัน จอมพลัง และทนายไพศาล ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำขอโทษจากผู้ก่อเหตุ และในวันนี้พนักงานสอบสวนก็มีการแยกกันสอบสวน เพื่อไม่ให้เผชิญหน้า พร้อมยอมรับว่ามีความกังวลใจหากผู้ก่อเหตุได้รับการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน


ทั้งนี้ ตั้งแต่เกิดเรื่องนี้ขึ้น มีรายงานว่ามีผู้มีอิทธิพลรายหนึ่ง ประสานขอไม่ให้เปิดเผยเรื่องนี้ตั้งแต่วันแรก วันที่สองก็ประสาน ขอให้เปิดเผยเรื่องนี้เบา ๆ ไม่ต้องขยายผลไปถึงบุคคลอื่น จนถึงล่าสุดมีการเสนอเงินจำนวนหนึ่ง เพื่อขอจบเรื่องดังกล่าว


ส่วนทางด้าน พ.ต.อ.ธานินทร์ ฉัตรเจริญพร รอง ผบก.ฯ รรท.ผกก.สภ.เมืองราชบุรี ได้ชี้แจงกับสื่อมวลชนเรื่องนี้ว่า ทางตำรวจไม่ได้มีการคุ้มผู้ต้องหาแบบ VIP แต่เป็นความประสงค์ของผู้ต้องหา ที่ไม่ต้องการให้สื่อมวลชนในการถ่ายภาพ ซึ่งเป็นสิทธิ์ในการร้องขอได้



รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/z9Ihy9A47ZI

คุณอาจสนใจ