อาชญากรรม

เปิดใจ ผู้รอดชีวิต เหตุช่างคอนโดซ่อมปั๊มดับ เผย ไม่ได้เกิดจากก๊าซไข่เน่า แต่มีไฟรั่ว

โดย attayuth_b

20 ก.ค. 2565

477 views

ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำงานที่อับอากาศ ยันผลการตรวจบ่อบำบัดน้ำเสีย ที่ช่างของคนโด 3 คนลงไปปฏิบัติงานจนหมดสติแล้วเสียชีวิตมีก๊าซไข่เน่าเป็นจำนวนมาก ทำให้ออกซิเจนไม่เพียงพอ ขณะที่ญาติคนตายยังคาใจว่าเสียชีวิตเพราะจมน้ำหรือถูกไฟช๊อต


จากเหตุการณ์ ที่ช่างของคอนโดแห่งหนึ่ง จำนวน 3 คน ในย่านบางนา เข้าไปซ่อมปั้มน้ำในบ่อบำบัดน้ำเสีย แล้วหมดสติ ต่อมา นายสารีมา แวกาจิ ซึ่งเป็น รปภ.ของคอนโด ได้ลงไปช่วยช่างของคอนโด ให้ขึ้นจากบ่อแต่หมดสติตาม


ต่อมาเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ได้ช่วยเหลือชายทั้ง 4 คน ขึ้นมาได้ และนำส่งโรงพยาบาล แต่ปรากฎว่า ช่างของคอนโดทั้ง 3 คนเสียชีวิต ประกอบด้วยนายดิเรก อินทะรังษี อายุ 37 ปี นาย วราวุฒิ อู่นาท อายุ 23 ปี และนายทศพล ฟักสวัสดิ์ อายุ 26 ปี


โดยวันนี้ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่กรมโรงงาน กรมควบคุมมลพิษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ


โดยเจ้าหน้าที่ใช้เครื่องวัดปริมาณก๊าซหย่อนลงไปในท่อ เพื่อวัดปริมาณออกซิเจนพบว่าพอหย่อนเครื่องลงไปเล็กน้อย เครื่องก็ร้องทันที นั่นหมายความว่า ปริมาณก๊าซออกซิเจนในท่อมีน้อยมากไม่เพียงพอที่คนจะใช้หายใจ


ซึ่งถ้ามองจากหน้าจอ จะเห็นว่า ปริมาณออกซิเจนที่วัดได้ คือ19.7 เปอร์เซนต์ โดยปกติปริมาณออกซิเจนต้องสูงถึง 21 เปอร์เซนต์ คนถึงจะหายใจได้ หากต่ำกว่านั้นจะหมดสติทันทีและสภาพของคนที่หมดสติมักจะหงายหลังลง ซึ่งคล้ายกับสภาพของทั้ง 4 คน


หากดูจากหน้าจอเครื่องตัวนี้ เห็นว่ามี 4 ค่า NH3 คือ ปริมาณแอมโมเนีย LEL คือ ปริมาณการติดไฟ OXY คือ ออกซิเจน และ H2S คือ ปริมาณก๊าซไข่เน่า ซึ่งยิ่งหย่อนลงไปลึก ยิ่งพบปริมาณก๊าซชนิดนี้สูงขึ้น ซึ่งเป็นอันตรายต่อคน


นายรณยุทธ กุลพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญการทำงานที่อับอากาศ ระบุว่า จากการตรวจสอบ พบแก๊สไข่เน่าหรือไฮโดรเจนซัลไฟร์ บริเวณเหนือน้ำเสียไม่เกิน 1 ฟุต และมีปริมาณออกซิเจนต่ำ ไม่เอื้อต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งปริมาณแก๊สที่พบถือว่าอันตราย


โดยปกติแล้ว มีกฎหมายควบคุมในการทำงานที่อับอากาศ ต้องมีการวัดค่าบรรยากาศก่อนการทำงานทุกครั้ง หากพบแก๊สอันตรายต้องใช้พัดลมระบายอากาศออกไปและตรวจสอบซ้ำว่าสามารถทำงานได้หรือไม่


ผู้ปฏิบัติงาน ต้องสวมใส่ชุดสายคล้องสะพายเพื่อใช้เกี่ยวตัวในกรณีหมดสติจะได้ช่วยเหลือขึ้นมาได้ รวมถึงต้องมีทีมช่วยเหลือทั้งหมด 4 คู่ ประกอบด้วยผู้อนุญาต ผู้ควบคุม ผู้เฝ้าระวัง และผู้ปฏิบัติงาน


นายณัฐภัทร หยุ่นกิ้มเซ้ง เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู บอกว่า ตอนที่ตนเข้าไปช่วยเหลือทั้ง 4 คน ที่หมดสติในบ่อบำบัด ไม่พบว่ามีไฟฟ้ารั่ว แต่ก้นบ่อมีเพียงบันไดที่พาดไปถึงพื้น ไม่มีอุปกรณ์เซฟตี้อื่นๆ มีเครื่องอัดอากาศเปิดทำงานอยู่ แต่ไม่ทราบว่าเป็นการเปิดก่อน หรือหลังมีผู้หมดสติ ทั้งนี้สภาพทั้ง 4 คน ไม่เหมือนกับถูกไฟช็อต เพราะไม่มีร่องรายการไหม้


ขณะที่วันนี้ ลุงของนายดิเรก ผู้เสียชีวิต ได้มาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ ที่จุดเกิดเหตุ โดยบอกว่าจะนำศพไปทำพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิดในจังหวัดน่าน ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตตนไม่รู้เพราะไม่อยู่ในขณะเกิดเหตุ


ส่วนที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ทางครอบครัวของนายทศพล ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมารับศพนายทศพลเพื่อไปทำพิธีทางศาสนาที่วัดด่านสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ


แม่ของนายทศพล บอกว่า ลูกชายเป็นพนักงานของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง แล้วรับช่วงจากคอนโดให้มาทำงานดังกล่าว จนถึงขณะนี้ทางบริษัทยังไม่ได้ประสานที่จะให้การช่วยเหลือแต่อย่างใด ยอมรับตอนนี้ยังสงสัยว่าลูกชายถูกไฟฟ้าช้อต หรือ จมน้ำ เพราะพยานในที่เกิดเหตุ 2 รายยังให้การไม่ชัดเจน


เปิดปากพยาน 1 ในช่างซ่อมอาคารของคอนโด ซึ่งเป็นผู้รอดชีวิตที่ลงไปในท่อพร้อมกับกลุ่มผู้ประสบเหตุที่ลงไปซ่อมปั๊มน้ำ เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมั่นใจ สาเหตุไม่ได้เกิดจากก๊าซไข่เน่า แต่มีไฟรั่ว


ทีมข่าวได้พูดคุยกับคุณอัมรินทร์ สอนเจริญ หรือคิม อายุ 27 ปี ช่างซ่อมบำรุงอาคาร เล่าว่า เมื่อวานนี้ ก่อนเกิดเหตุตนนั่งสูบบุหรี่อยู่ด้านหลังอาคารใกล้ที่เกิดเหตุเห็นนายดิเรก ซึ่งเป็นหัวหน้าช่าง แต่งกายเตรียมพร้อมลงไปในท่อ ก่อนที่นายวราวุฒิ ช่างอาคารอีกคน จะเดินมาคุยกับตนว่า บอกว่านายดิเรกลงไปซ่อมเครื่องปั๊มน้ำของอาคาร ซึ่งตนก็ไม่ได้สนใจอะไร


จากนั้นเริ่มปฏิบัติงาน นายดิเรก ก็ได้ไต่บันไดอลูมิเนียมลงไป โดยมีนายกอล์ฟ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อาคาร คอยควบคุมงานอยู่ด้านบน แต่ปรากฎว่าเมื่อนายดิเรกลงไปได้ 10 นาที นายกอล์ฟจึงส่องไฟดู และเห็นว่านายดิเรกจมน้ำ จึงวิทยุสื่อสารเรียกขอความช่วยเหลือ


นายวราวุฒิ เห็นท่าไม่มี จึงปีนตามลงไปในท่อเพื่อช่วยเหลือ โดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน แต่ก็จมน้ำหายไปอีกคน ขณะนั้นตนเอง (นายคิม) กับช่างอาคารอีกคน คือนายทศพล เห็นว่าเหตุการณ์ผิดปกติ จึงรีบปีนตามลงไปช่วยอีก โดยมีนายทศพลลงไปก่อน และตนเองตามลงไป แต่เมื่อนายทศพลเท้าแตะน้ำ จู่ๆ มือก็หลุดจากบันไดไปทันที จึงทำให้ตนเองมั่นใจแล้วว่าน่าจะมีไฟฟ้ารั่ว ตนเองจึงรีบปีนกลับขึ้นไปด้านบน และไปสับคัทเอาท์ลงทุกตัว


ระหว่างนั้น นายสารีมา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของอาคาร (ผู้ที่บาดเจ็บอาการสาหัสอยู่ขณะนี้) ได้ปีนลงไปพยามช่วยเหลือทั้ง 3 คน ก่อนที่จะประสบเหตุไปอีกราย


นายคิม เล่าว่า ท่อดังกล่าว ต้องปีนลึกลงไป 3-4 เมตร ซึ่งเมื่อวานนี้ ท่อถูกสูบน้ำออกไปแล้วบางส่วน เหลือน้ำอยู่สูงประมาณหัวเข่า หรือประมาณเกือบ 1 เมตร ตนเองมั่นใจว่า สาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ น่าจะเกิดจากไฟรั่ว เพราะทันทีที่ทุกคนเท้าแตะโดนน้ำ ก็จะมือหลุดจากบันไดทันที เนื่องจากกระแสไฟฟ้ามีกำลังไฟฟ้าอยู่ที่ 380 วัตต์ ตนไม่เชื่อว่าเกิดจากก๊าซไข่เน่าที่ทำให้คนที่ลงไปหมดสติตามที่มีการตั้งข้อสันนิษฐาน เพราะไม่อย่างนั้น ตนเองก็ต้องหมดสติตามไปด้วยเหมือนกัน เพราะก็ลงไปที่ความลึกระดับเดียวกัน


ซึ่งปกติแล้ว งานซ่อมบำรุงดังกล่าว ก็ไม่ใช่ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ช่างอาคาร แต่เป็นของผู้รับเหมาภายนอก เชื่อว่าสาเหตุเพื่อนร่วมงานลงไปทำ ก็เพราะถูกสั่งมาอีกที หลังจากนี้ นายคิมจะเข้าไปให้ปากคำในฐานะพยาน กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางนา เนื่องจากเป็นคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุและเห็นเหตุการณ์ นายคิมเผยถึงความรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ เพราะไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของพวกเขาเลย หากเขาและเพื่อนๆไม่ลงไปทำ ก็คงจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น


รับชมได้ทางยูทูป :  https://youtu.be/4cJmfnzVzDA

คุณอาจสนใจ

Related News