อาชญากรรม
“มศว” แถลงผลตรวจสอบโกงสอบท้องถิ่น เผย 3 จุดส่อทุจริต พบคนนอกแทรกแซง ยันข้อสอบไม่รั่ว
3 ชั่วโมงที่แล้ว
114 views
“มศว” แถลงปมโกงสอบท้องถิ่น เผย 3 ประเด็นส่อทุจริต พบคนนอกแทรกแซง ยันข้อสอบไม่รั่ว เผยช่องโหว่ส่งผลคะแนนไปกลับ 2 รอบ ลั่นถ้านายกฯ ใจร้อน ให้เร่ง ป.ป.ช.เปิดแฟลชไดรฟ์เปรียบเทียบ
วันที่ 3 ก.ค.2569 ศ.ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ แถลงข่าวความคืบหน้าหลังครบ 7 วัน ในการตรวจสอบเรื่องทุจริตสอบท้องถิ่น โดยอธิการบดี บอกว่า ตกใจ และให้ความสำคัญมาก ในช่วงแรก ป.ป.ช.เข้ามาขอข้อมูลที่เกี่ยวข้องแล้ว ซึ่ง มศว ให้ความร่วมมือ
จากนั้น ผศ.ดร.ฤทธิชัย อ่อนมิ่ง รองอธิการบดีมศว ในฐานะประธานสอบหาข้อเท็จจริง แถลงผลการสอบข้อเท็จจริง โดยการดำเนินการในเบื้องต้น มีความยากลำบากพอสมควร เพราะว่าเอกสารหลักฐานโดยเฉพาะกระดาษคำตอบตัวจริงและแฟลชไดรฟ์ ที่เป็นข้อมูลตัวจริงต้นฉบับ มอบให้กับ ป.ป.ช.ไปเรียบร้อยแล้ว การสอบข้อเท็จจริงของเราต้องอาศัยเอกสารข้อมูลที่หาจากส่วนอื่น รวมถึงการสอบถ้อยคำผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีทั้งหมด 5 ปาก
โดยผลการสอบข้อเท็จจริง ได้พบประเด็นสำคัญหลายประเด็น แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 การสอบข้อเท็จจริงที่ไม่พบความผิดปกติ และส่วนที่ 2 คือการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่พบประเด็นสำคัญที่อาจนำไปสู่การทุจริตได้
โดยประเด็นแรกที่ตรวจสอบแล้วไม่พบการทุจริตก็คือ เรื่องการออกข้อสอบ คัดเลือกข้อสอบ จัดทำข้อสอบต้นฉบับ การพิมพ์ข้อสอบ การตรวจกระดาษคำตอบ และส่งกระดาษคำตอบไปยังศูนย์ต่างๆ ไม่พบความผิดปกติ ยืนยัน “ข้อสอบไม่รั่ว”
ส่วนประเด็นที่เจอข้อสงสัย ที่นำไปสู่การทุจริตได้ มี 3 ประเด็น ดังนี้
ประเด็นที่ 1 ที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่ามีความเชื่อมโยงกับบุคคลภายนอกหลายคน และบุคคลภายนอกดังกล่าวแสดงเจตนาที่จะดูแลในส่วนการจัดทำ และพิจารณารายงานผลการสอบเอง โดยการแจ้งมาที่ผู้รับจ้าง ก็คือสำนักทดสอบของมหาวิทยาลัย
ประเด็นที่ 2 เป็นเรื่องของการดำเนินการเกี่ยวกับการประกาศผลการสอบภาค ก และภาค ข และคะแนนวิชาสอบภาษาอังกฤษ ซึ่งการประกาศผลภาค ก และ ข ของมหาวิทยาลัย มีการส่งผลต่อการสอบครั้งสุดท้ายคือ ภาค ค ก่อนมีการประกาศรายชื่อผู้สอบผ่าน และได้รับบรรจุตำแหน่ง ซึ่งพอสอบแล้วมีการตรวจคะแนน มหาวิทยาลัยก็จะดำเนินการรวบรวมผลการสอบใส่แฟลชไดรฟ์ 2 ชุด ชุดแรกส่งให้ สถ.ในฐานะผู้ว่าจ้าง และอีกชุดหนึ่งมาเก็บไว้ที่ มศว เพื่อแบ็กอัปไว้ โดยแฟลชไดรฟ์ทั้งสองชิ้นมีส่วนสำคัญ คือ ได้ลงดิจิทัลซิกเนเจอร์ เพื่อป้องกันการแก้ไขข้อมูล ซึ่งหากมีการแก้ไขข้อมูลจะเห็นร่องรอยการแก้ไข
หลังจากนั้น สถ.ก็จะนำรายชื่อผู้สอบผ่าน ภาค ก และ ข รวมถึงภาษาอังกฤษไปพิจารณา ก่อนส่งผลกลับมาที่มหาวิทยาลัย และจะสแตมป์ตราของมหาวิทยาลัย เพื่อส่งกลับไปที่ สถ. และจะนำผลนี้ไปประกาศต่อไป
ส่วนประเด็นที่ 3 ซึ่งเป็นประเด็นที่มีมีความสำคัญสูงมาก เพราะเป็นการสอบภาค ค ที่เป็นการสอบครั้งสุดท้าย ซึ่งเมื่อตรวจเสร็จแล้วก็จะเซฟคะแนนลงแฟลชไดรฟ์ 2 ชุด ชุดที่หนึ่งส่งให้ สถ. อีกชุดคือมหาวิทยาลัยจะเป็นแบ็กอัป หลังจากนั้น สถ.ไปพิจารณา เมื่อพิจารณาเสร็จแล้วก็จะส่งคะแนนนั้นกลับมาให้ผู้รับจ้าง คือ มศวแสตมป์ ก่อนที่จะส่งคืนให้กับ สถ.จะนำไปประกาศรายชื่อผู้สอบผ่าน
ซึ่งขณะนี้ข้อมูลที่ได้มีจำนวนเพียงพอในระดับหนึ่ง ที่จะสามารถสรุปและรายงานอธิการบดีได้ แต่มีประเด็นบางส่วนเล็กน้อยที่จะต้องเติมเต็มเชื่อมโยง เพื่อให้เกิดความรอบคอบรัดกุม
เมื่อสอบถามถึงบุคคลคนภายนอก ทางมหาวิทยาลัยชี้แจงว่า ขั้นตอนการสอบมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมสังเกตการณ์ทุกขั้นตอน รวมถึงมีกล้องวงจรปิดมอนิเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งยืนยันว่าทำดำเนินการตามทีโออาร์อย่างชัดเจน และส่วนตัวมองว่าดิจิทัลซิกเนเจอร์ จะสามารถตรวจสอบได้ว่าใครเข้าไปแก้ไข
ทั้งนี้ได้มีการสอบปากคำไปแล้ว ซึ่งเป็นบุคลากรของสำนักทดสอบทั้งหมด 2 ปาก อยู่ระหว่างการเตรียมเรียกสอบอีก 3 ปาก ส่วนอีกหนึ่งปากอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจำเป็นต้องเรียกมาสอบหรือไม่
เมื่อถามว่าคนในของสำนักทดสอบเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ ทางประธาน บอกว่า ในเบื้องต้นเรายังไม่พบว่ามีคนในเข้าไปเกี่ยวข้อง
ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า สถ.ระงับการจ่ายงวดที่3 และจะฟ้องร้องมศว ผศ.ดร.ประภาภรณ์ โรจน์ศิริรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์หรือสื่อสารองค์กร ชี้แจงว่า ทางมหาวิทยาลัยก็เคารพกระบวนการการตรวจสอบดังกล่าว และพร้อมให้ข้อมูลประกอบ หากมีการร้องขอมา
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยย้ำเรื่องแฟลชไดร์ฟ ยืนยันว่าเทียบได้แน่นอน ซึ่งแฟลชไดรฟ์ของมศว อยู่ที่ป.ป.ช.ก็จะเป็นคนเทียบให้ ก็คงจะได้ทราบผล และหากแก้ไขเรารู้ เพราะมันมีดิจิทัลซิกเนเจอร์
หน้าที่ของ มศว ที่สำนักทดสอบเขาทำตามทีโออาร์ เรื่องของแฟลชไดรฟ์ที่ส่งตามทีโออาร์อยู่แล้ว ดังนั้นถ้าจะให้กระจ่างเรื่องนี้ ก็คือดิจิทัลซิกเนเจอร์ ก็จะทราบเลยว่าเกิดการแก้ไขในจุดไหนโดยใครบ้าง โดย มศว ทำหน้าที่ตรวจสอบว่าสำนักทดสอบที่เป็นผู้ไปรับงานนี้มา เขาดำเนินการถูกต้องหรือไม่
เมื่อถามว่าถ้าสุดท้ายกระบวนการสิ้นสุดแล้วจะมีกระบวนการทางกฎหมายต่อไปหรือไม่นั้น ทางประธาน บอกว่าอันนี้ก็คงจะเป็นอนาคต
ขณะเดียวกันยังถูกสอบถามถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้ ปรากฏชื่อ ผอ.ท่านหนึ่งของ สถ.เป็นผู้สร้างไฟล์โดยอ้างว่าทาง มศว เป็นคนสร้างขึ้นมานั้น ทางประธาน ตอบว่า เราได้มีการตรวจสอบในระดับหนึ่ง แต่รายละเอียดเชิงลึก ส่วนตัวต้องสอบถามไปทาง ป.ป.ช.ด้วย เนื่องจากได้ส่งหลักฐานทั้งหมดไปแล้ว โดยเฉพาะดิจิทัลซิกเนเจอร์
ขณะที่อธิการบดี บอกว่าต่อว่า ในการรับงานที่มหาวิทยาลัยมอบอำนาจให้ทำ ต้องมีความรัดกุมมากขึ้น จะต้องมีคณะกรรมการชุดหนึ่ง ไม่ใช่แค่ผู้อำนวยการไปรับงานโดยตรง และการมอบอำนาจคงจะต้องมาดูทีโออาร์ แล้วดูในหลายมิติ เพื่อให้การไตร่ตรองรับงานสอดคล้องกับพันธกิจในการบริการวิชาการอย่างแท้จริง ซึ่งในฐานะที่เป็นผู้บริหารก็รู้สึกเสียใจกับบุคคลที่จะสอบได้ แต่กลับสอบไม่ได้ ต้องทำให้เกิดความกระจ่าง แล้วก็ยินดีให้ความร่วมมือกับทุกฝ่าย อยากทำงานร่วมกันเพื่อค้นหาความจริง
ทั้งนี้ อธิการบดี กล่าวทิ้งท้ายว่า “หากนายกรัฐมนตรีใจร้อน ก็ต้องไปขอ ป.ป.ช.แล้วนำแฟลชไดร์ฟมาเปิดคู่กันเลย” ก่อนบอกว่า ตนเองก็เห็นใจคนที่ควรจะสอบได้ แล้วคนที่ไปทุจริตก็ไม่ควรมาทำงาน คนที่สอบไม่ได้มันไม่ถูกต้อง มันน่าจะสั่งการ เพื่อเอาแฟลชไดรฟ์มาชนกัน ว่ามีความต่างยังไงบ้าง
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่ากระบวนการสอบครั้งนี้พบช่องโหว่ในขั้นตอนการส่งแฟลชไดรฟ์ผลการสอบจากทาง มศว ให้กับทาง สถ. ซึ่งมีการส่งกันไปมาถึง 2 รอบ รอบแรกทาง มศว ส่งผลการสอบให้ สถ. จากนั้น สถ.จึงส่งกลับมาให้ มศว ประทับตรา จากนั้นจึงส่งกลับให้ สถ.ไปประกาศผลสอบ ตามขั้นตอนที่กำหนดในทีโออาร์ ที่กำหนดโดยผู้จ้างคือ สถ.
ในช่วงที่มีการส่งแฟลชไดรฟ์กันไปมานั้น ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงคะแนนผลการสอบในห้วงนี้หรือไม่ ซึ่งนอกจากที่มีคนใน สถ.มีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว คาดว่าจะมีคนใน มศว มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งยังอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงซึ่งจะรู้ผลในเร็ววันนี้
แท็กที่เกี่ยวข้อง มศว ,โกงสอบท้องถิ่น