อาชญากรรม

รองผู้การนครบาล 1 เผยภาพวงจรปิด ยันคนขับรถไฟอยู่ในหัวจักรตลอดเวลา แจ้งข้อหาคนขับรถเมล์แล้ว

1 ชั่วโมงที่แล้ว

138 views

รองผู้การนครบาล 1 เผยคนขับรถไฟคันก่อเหตุทำงานผ่านเส้นทางนี้มากถึง 58 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2566 ด้านภาพวงจรปิดเพิ่มเติม ยันคนขับรถไฟ-ช่างเครื่องอยู่ในหัวจักรตลอดเวลา ชี้แจ้งข้อหาคนขับรถเมล์แล้ว รอหายดีค่อยนำส่งศาล

เวลา 16.00 น. พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน ได้ประชุมติดตามความคืบหน้าคดีรถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทางที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย

หลังจากใช้เวลาประชุมกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง เวลา 17.30 น. พ.ต.อ.กัมพล ได้ลงมาเปิดเผยความคืบหน้าการประชุมกับสื่อมวลชนว่า วันนี้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีนี้เพิ่มเติมรวมทั้งสิ้น 29 ราย แบ่งเป็น

1.การสอบปากคำกลุ่มผู้บาดเจ็บ ซึ่งสอบปากคำไปแล้ว 19 ราย โดยในจำนวนนี้เป็นผู้บาดเจ็บที่ออกจากโรงพยาบาลแล้ว 9 ราย และผู้บาดเจ็บที่ยังพักรักษาตัวที่จากโรงพยาบาล 10 ราย โดยประเด็นที่สอบปากคำหลักๆ จะเป็นเรื่องของการเดินทางว่าเดินทางมาจากไหนไปไหน ภาพรวมของเหตุการณ์ และอาการบาดเจ็บว่ามีมากน้อยเพียงใด

อย่างไรก็ตาม ยอดรวมผู้บาดเจ็บที่ยังพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลทั้งสิ้น 16 ราย ซึ่งอีก 6 รายที่ยังไม่สอบปากคำนั้น แบ่งเป็น 4 รายที่มีอาการโคม่า อีก 1 รายกลับบ้านไปแล้ว และอีก 1 รายอยู่ในระหว่างการนัดหมายมาสอบปากคำ

2.สอบปากคำพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้แบ่งการสอบปากคำพนักงานออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

2.1 พนักงานรักษารถไฟ 1 ราย ทำหน้าที่ดูแลตู้สินค้า ไม่สามารถขับรถได้ โดยเจ้าตัวนั่งอยู่ท้ายรถจักรหรือท้ายขบวนรถ (คำศัพท์รถไฟเรียก “แคป 2”) ให้การว่า เมื่อรถไฟมาถึงซุ้มพระราม 9 ถนนเพชรอุทัย ได้เห็นไฟวิทยุสื่อสารที่ตนพกอยู่กระพริบได้ยินเสียงเบาจับใจความไม่ได้ เพราะเสียงรถไฟดังมาก ส่วนความรู้สึกนั้น ไม่รู้สึกว่ารถไฟเบรกหรือลดความเร็ว รู้สึกแค่รถไฟเร็วมาก จากนั้นนั่ง ๆ อยู่ ก็รู้สึกตัวอีกทีรถไฟชนแล้ว พอหลังเกิดเหตุ ก็ได้ลงไปช่วยเหตุการณ์

2.2 ผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมและการเดินขนวนรถไฟ แบ่งเป็น 4 คน

- สารวัตรงานหัวรถจักรบางซื่อ เป็นผู้บังคับบัญชาคนขับรถไฟและช่างเครื่อง ให้การยืนยันว่า คนขับรถไฟเคยมีประสบการณ์ขับผ่านจุดแยกสถานีรถอโศกมาแล้ว 58 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2566-2569 ผ่านมา 3 ปี รวมทั้งยังให้การว่า เจ้าหน้าที่ช่างเครื่องเพิ่งทำงานได้ 14 วัน และมาขบวนนี้เป็นครั้งที่ 2

- หัวหน้าแผนกบริหารทางเทคนิคด้านการลากเลื่อน เป็นผู้บังคับบัญชาคนขับรถไฟและช่างเครื่องเหมือนกัน

- เจ้าหน้าที่กองเดินรถฝ่ายปฏิบัติงาน รับผิดชอบเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานของคนขับรถไฟและคนกั้นรถไฟ ซึ่งดูแล้วการปฏิบัติไม่เป็นไปตามระเบียบที่ต้องปฏิบัติไม่เป็นตามระเบียบที่ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างที่ครบถ้วนสมบูรณ์

- เจ้าหน้าที่อาณัติสัญญาณ มีบทบาทหน้าที่ดูแลซ่อมบำรุงระบบสัญญาณไฟ ไม้กั้นถนน ซึ่งยืนยันว่าอุปกรณ์ทุกชิ้น ทั้งสัญญาณไฟ สัญญาณเสียง และสัญญาณอื่น ๆ ใช้งานได้ตามปกติ

3.ญาติผู้เสียชีวิตที่เดินทางมาสอบปากคำกับพนักงานสอบสวน จำนวน 5 ราย

สำหรับผู้เสียชีวิต ขณะนี้ทางสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ได้พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลเทียบเคียงกับ DNA ที่เก็บตัวอย่างจากครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว 7 ราย เหลืออีก 1 รายที่อยู่ในระหว่างการเก็บตัวอย่าง DNA จากพ่อที่พำนักอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ และกำลังนำส่งมายังสถาบันนิติเวชวิทยา ส่วนชื่อผู้เสียชีวิต ขณะนี้ยืนยันรายชื่อแล้ว 6 ราย เหลืออีก 1 รายที่ไม่ทราบชื่อ และอีก 1 รายที่อยู่ในระหว่างการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลจากเชียงใหม่

ด้านการเยียวยาช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ทางเจ้าที่ตำรวจจะเป็นตัวกลางในการประสานงานและรวบรวมข้อมูลจากผู้เสียหาย เพื่อนำมาสู่การช่วยเหลือเยียวยาต่อไป

พ.ต.อ.กัมพล ยังได้เปิดเผยถึงการปฏิบัติงานของฝ่ายสืบสวนว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนได้เก็บรวบรวมภาพวงจรปิดจากซุ้มไม้กั้นที่สำคัญก่อนถึงจุดเกิดเหตุเพิ่มเติมอีก 3 ซุ้ม รวมจำนวนทั้งสิ้น 5 ซุ้ม ได้แก่ ซุ้มเพชรพระราม, ซุ้มศูนย์วิจัย (ซ.47), ซุ้มนารายณ์ (บริเวณทางเข้า RCA), ซุ้มพระราม 9 (เพชรอุทัย) และซุ้มอโศก-ดินแดง ซึ่งอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ

โดยจากกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ในภาพวงจรปิดไม่พบพนักงานขับรถอยู่ในหัวจักรรถไฟนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะจากภาพวงจรปิดที่ซุ้มพระราม 9 มาจนถึงซุ้มอโศก-ดินแดง พบว่า พนักงานขับรถไฟและช่างเครื่องยังคงนั่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในหัวจักรรถไฟ




อย่างไรก็ตาม นอกจากภาพวงจรปิดที่จะต้องนำมาวิเคราะห์และตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ฝ่ายสืบสวนทั้งนครบาล 1 และ สน.มักกะสัน ได้เตรียมการที่จะขึ้นรถไฟ เพื่อพิสูจน์คำให้การของพนักงานขับรถไฟและช่างเครื่องว่ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่

โดยประเด็นสำคัญคือการจำลองสถานการณ์ เพื่อดูสัญญาณรถไฟต่าง ๆ ไปจนถึงการโบกธง ซึ่งจะใช้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน 8 นาย มีแผนที่จะรวมตัวกันที่ สน.มักกะสัน และไปขึ้นรถไฟที่สถานีคลองตันไม่เกินช่วงเที่ยง แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากขบวนหัวจักรรถไฟมีพื้นที่จำกัดมาก จึงขอสงวนงดให้สื่อมวลชนติดตามภารกิจดังกล่าว แต่ฝ่ายสืบสวนจะบันทึกภาพส่งให้สื่อมวลชนแทน

สำหรับเรื่องการจราจรนั้น ในพื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 มีจุดไม้กั้นรถไฟ 15 จุด ซึ่งได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมให้ปฏิบัติตามกฎจราจร โดยในวันนี้สามารถควบคุมบุคคลที่ฝ่าเครื่องไม้กั้นรถไฟได้ 32 ราย ยอมเสียค่าปรับแล้ว 5 ราย รายละ 500 บาท

ผู้สื่อข่าวสอบถามต่อไปว่า จากกรณีที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าจะดำเนินคดีกับรถทุกคันที่คร่อมรางรถไฟในวันเกิดเหตุนั้น พ.ต.อ.กัมพล กล่าวว่า เรื่องนี้ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนดำเนินการไล่กล้องวงจรปิด เพื่อตรวจสอบหารถยนต์ที่คร่อมรางรถไฟแล้ว

ในส่วนเรื่องของการสอบปากคำฝั่งรถเมล์นั้น ขณะนี้ได้ดำเนินการสอบปากคำคนขับรถเมล์และได้แจ้งข้อหา “กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บ” แล้ว อยู่ในระหว่างการรอให้พักรักษาตัวให้หายดี ก่อนจะนำตัวส่งฝากขังต่อศาลต่อไป ส่วนคำให้การจะขัดแย้งกับคำให้การของคนขับรถไฟและพนักงานควบคุมไม้กั้นรถไฟหรือไม่นั้น ขอสงวนรายละเอียดตรงนี้ เพราะอยู่ในสำนวนคดี

นอกจากนี้ ทางพนักงานสอบสวนมีแผนที่จะขยายผลทั้งในเรื่องของการเสพยาเสพติดของคนขับรถไฟว่ามีที่มาของยาเสพติดอย่างไร ซึ่งช่างเครื่องรถไฟนั้น ตรวจไม่พบสารเสพติดในร่างกายแต่อย่างใด อีกทั้งจะขยายผลต่อไปยังผู้บังคับบัญชาระดับสูงของพนักงานขับรถไฟและพนักงานควบคุมไม้กั้นรถไฟว่ามีความบกพร่องในเรื่องของการบังคับบัญชาควบคุมหรือไม่ แต่ต้องสอบปากคำในส่วนของผู้ปฏิบัติงานพอสมควรก่อน ขอให้สังคมไม่ต้องกังวล ยืนยันว่าจะทำคดีนี้อย่างตรงไปตรงมา และไม่มีการช่วยเหลือทางคดีอย่างแน่นอน

ขณะเดียวกัน หาพนักงานสอบสวนจะดำเนินการสอบปากคำและทำคดีอย่างเต็มที่โดยเร็วที่สุด ตอนนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะสามารถปิดคดีได้เมื่อไหร่ เพราะยังมีประเด็นที่ต้องขยายอย่างต่อเนื่อง


คุณอาจสนใจ

Related News