อาชญากรรม
“รอง ผบ.ตร.-อธิบดีกรมศุล” สั่งขึ้นแบล็กลิสต์ต่างชาติ ล่าขบวนการลอบขนทอง-เงิน-ช่อดอกกัญชา
4 ชั่วโมงที่แล้ว
14 views
“รอง ผบ.ตร.-อธิบดีกรมศุล” ผนึกกำลังสกัดชายแดน! ล่าขบวนการลอบขนทอง-เงิน-ช่อดอกกัญชา พบชาวเอเชียใต้ขนทองเข้า-ออกไทยกว่า 70 ครั้ง ในช่วงราคาทองพุ่ง เล็งอุดช่องโหว่เสียค่าปรับไม่ต้องรับโทษ ด้วยการขึ้นบัญชีแบล็กลิสต์
เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2569 พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บูรณาการความร่วมมือกรมศุลกากรยกระดับฐานข้อมูลและมาตรการป้องกันเชิงรุก การลักลอบขนทอง-เงิน-ช่อดอกกัญชาในช่วงที่ราคาทองแพงต่อเนื่อง เพื่อเป็นมาตรการป้องปราม แต่กฎหมายเรื่องนี้แตกต่างจากคดีอาญาทั่วไป คือ สามารถระงับคดีที่มีโทษจำคุกและงดการฟ้องได้โดยไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนของตำรวจ เมื่อผู้กระทำผิดยินยอมและใช้ค่าปรับตามที่อธิบดีกรมศุลกากรเปรียบเทียบ แต่หากเป็นกรณีที่มูลค่าของกลางสูงกว่า 4 แสนบาท ผู้กระทำผิดต้องยินยอมและใช้ค่าปรับตามที่คณะกรรมการเปรียบเทียบกำหนด คดีจึงจะระงับ
พล.ต.อ.นิรันดร กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน คณะกรรมการเปรียบเทียบตาม พ.ร.บ.ศุลกากรฯ ประกอบด้วย นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร, นายพนิต ธีรภาพวงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ซึ่งรับผิดชอบงานกฎหมายและคดี มีการประชุมพิจารณาเปรียบเทียบคดีตามกฎหมายศุลกากรต่อเนื่องเกือบทุกเดือน ได้รับมอบหมายให้เป็นคณะกรรมการเปรียบเทียบนี้ ติดต่อกันเป็นปีที่สอง จึงทำให้ทราบข้อมูลว่า มีชาวไทยและชาวต่างชาติกระทำผิดกฎหมายศุลกากร ลักลอบนำเข้า-ส่งออก สิ่งของต้องห้ามที่อาจมีผลกระทบด้านความมั่นคง จำนวนมาก โดยเฉพาะการนำเงินตราไทยออกไปนอกประเทศเกินจำนวนที่กำหนด โดยไม่แจ้งต่อเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร หรือการลักลอบขนทองคำออกไปนอกประเทศ
การลักลอบขนทองมักจะตรวจพบที่สนามบิน ผู้กระทำผิดมักเป็นกลุ่มชาวเอเชียใต้ เมื่อตรวจสอบประวัติมักจะพบว่า มีผู้กระทำ 1 ราย มีประวัติเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยจำนวนหลายครั้ง บางรายมากถึง 70 ครั้ง บางรายเคยมีประวัติกระทำผิดซ้ำในเรื่องเดียวกันมาก่อนอีกด้วยนอกจากลักลอบขนเงินตราและทองคำแล้ว ในระยะหลัง เริ่มพบว่ามีชาวต่างชาติ นำช่อดอกกัญชาออกนอกประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมีปลายทางในกลุ่มประเทศยุโรป ซึ่งถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากรฯ เช่นกัน เพราะช่อดอกกัญชาถือเป็นสมุนไพรควบคุมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข
อย่างไรก็ตาม ความผิดกลุ่มนี้เปิดโอกาสให้สามารถระงับคดีได้ด้วยการเปรียบเทียบโดยอธิบดีกรมศุลกากรหรือคณะกรรมการเปรียบเทียบตามกฎหมายศุลกากร โดยไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนดำเนินคดีของตำรวจ ผู้ต้องหาส่วนใหญ่จึงมักเลือกยินยอมให้เปรียบเทียบเพื่อให้คดีระงับแต่กลับปรากฏว่าผู้ต้องหาหลายคน ยังคงเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย และอาจหาโอกาสลักลอบกระทำผิดแบบนี้ซ้ำอยู่อีก
พล.ต.อ.นิรันดร ยังกล่าวว่า ตนเองเห็นว่า เพื่อเป็นการยกระดับความมั่นคงด้านความปลอดภัยสาธารณะและด้านเศรษฐกิจ จึงได้หารือกับอธิบดีกรมศุลกากรให้บูรณการฐานข้อมูลประวัติการกระทำผิดส่งให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ใช้ในการสืบสวนขยายผล เฝ้าระวังและสกัดกั้นการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักร โดยหากเป็นชาวต่างชาติ จะพิจารณาให้เป็นบุคคลที่ขึ้นบัญชี Blacklist แต่หากเป็นคนไทย จะถูกจัดเป็นบุคคลเฝ้าระวัง หรือ Watchlist ซึ่งจะถูกตรวจตราอย่างเข้มงวดในการเข้า-ออกประเทศ เพราะเคยมีประวัติทำผิดกฎหมายศุลกากรมาก่อน
ปัจจุบันกรมศุลกากรได้ประสานข้อมูลและประวัติการกระทำผิดเรื่องลักลอบขนเงินตรา ทองคำ และช่อดอกกัญชา มาให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมแล้ว 114 ราย เป็นชาวต่างชาติ 86 ราย ชาวไทย 28 ราย สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบแล้วเข้าเงื่อนไขและขึ้นบัญชี blacklist ชาวต่างชาติตามรายชื่อดังกล่าวทั้ง 86 ราย ส่วนคนไทยจะจัดไว้ในกลุ่มบุคคลเฝ้าระวัง หรือ watchlist โดยทาง สตม. และ กรมศุลกากร จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราสิ่งของติดตัวของคนไทยที่มีประวัติกลุ่มนี้ เพื่อไม่ให้มีการกระทำผิดอีก
แท็กที่เกี่ยวข้อง รอง ผบ.ตร. ,แบล็กลิสต์ ,อธิบดีกรมศุล ,ลอบขนทอง