อาชญากรรม
อดีตสาวโรงงาน ถูกมิจฉาชีพหลอกเป็นสรรพากร แฮ็กมือถือ ดูดเงินเก็บทั้งชีวิต สูญหลักล้าน
11 ม.ค. 2566
35 views
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 10 มกราคม 65 ที่สำนักงานทนายความคู่ใจถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ผู้เสียหาย น.ส.กานต์ อายุ 43 ปีพร้อมสามี เดินทางเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมจาก นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อให้ช่วยติดตามคดีหลังตนเอง ถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกลวงว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากกรมสรรพากร สามารถช่วยเหลือไม่ให้เสียภาษีย้อนหลังได้ ก่อนถูกแฮกข้อมูลสูญเงินในบัญชี 1,090,000 บาท จนแทบสิ้นเนื้อประดาตัว
คุณกานต์เล่าว่า ตนเองมาเป็นสาวโรงงานนานกว่า 20 ปี ตนและสามี ใช้จ่ายอย่างประหยัด เก็บหอมรอมริบ จนซื้อบ้านทาวน์เฮ้าส์แห่งหนึ่งในย่านจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อลาออกจากสาวโรงงานมา ก็มาเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวอยู่หน้าบ้าน แต่ขายได้ไม่ถึง 1 ปี มาเจอสถานการณ์โควิดทำให้ค้าขายขาดทุน เลยตัดสินใจขายบ้านที่มีอยู่ไปในราคา 1,500,000 บาท และย้ายครอบครัวกับภูมิลำเนาเดิมที่จังหวัดเชียงราย ยึดอาชีพเกษตรกรปลูกพริกขาย ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ตามประสาคนบ้านนอก
ต่อมาเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 65 เวลา 17.00 น. มีโทรศัพท์ปลายทางเป็นเสียงผู้ชาย อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากกรมสรรพากร พร้อมบอกตนเองว่าระหว่างเป็นแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว มีการใช้แอปคนละครึ่งให้กับลูกค้า ทำให้ต้องเสียภาษีย้อนหลังเป็นจำนวนมาก หากไม่อยากเสียภาษีเขาสามารถช่วยเหลือได้
จากนั้นเขาก็ทักไลน์มาพูดคุยและส่งลิงค์เป็น App ให้ตนกดเข้าไปดู พร้อมพูดคุยสอบถามให้คำปรึกษาถึงแนวทางที่ไม่ต้องเสียภาษีย้อนหลัง ตนเองซึ่งระวังตัวอยู่แล้ว ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลทั้งเลขบัตรประชาชนและเลขบัญชีธนาคารแต่อย่างใด จนกระทั่งชายคนดังกล่าววางสายไป ช่วงนั้นโทรศัพท์ของตน รู้สึกว่ารวนทำธุรกรรมไม่ได้อยู่พักใหญ่ พอตนกดเช็คยอดบัญชีในโทรศัพท์พบว่าเงินสดถูกถอนออกไป 2 ครั้ง ครั้งแรก 1 ล้านบาทครั้งที่ 2 เป็นเงิน 90,000 บาท เหลืออยู่เพียง 700 บาทติดบัญชี
ตอนนั้นตกใจมากเล่าให้สามีฟัง และเชื่อว่าน่าจะถูกมิจฉาชีพแฮ็กเงินในบัญชีออกไปแต่ก็ไม่เข้าใจจริงๆว่าเงินถูกแฮ็กออกไปได้อย่างไรทั้งๆที่ตนไม่ได้ให้หมายเลขบัตรประชาชนหรือเลขบัญชีไปเลย
ต่อมาตนจึงนำเอกสารหลักฐานทั้งหมดที่พูดคุยเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เทิงจังหวัดเชียงราย จากนั้นจึงรีบติดต่อธนาคาร เพื่ออธิบายและชี้แจงว่าตนถูกถอนเงินออกไปได้อย่างไรเพราะตอนที่ตนฝากเงินตนได้ทำข้อตกลงไว้ว่าสามารถเบิกถอนเงินในบัญชีได้ครั้งละเพียง 30,000 บาทต่อวันเท่านั้น แต่ทำไมคนร้ายหรือมิจฉาชีพถึงสามารถดูดเงินหรือถอนเงินจากบัญชีตนได้ครั้งละ 1 ล้าน และ 90,000 บาทในเวลาเพียงแค่ไม่ถึง 10 นาที แต่ได้รับการปฏิเสธความรับผิดชอบจากทางธนาคาร
ส่วนคดีที่แจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวนผ่านมาแล้วกว่า 1 เดือนก็ไม่เคยได้รับการติดต่อหรือความคืบหน้าของคดีจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเลย จึงต้องมาร้องทุกข์กับทนายรณรงค์เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมและช่วยเหลือครอบครัวตนเองด้วย
รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/j7SkK2y-qoU
แท็กที่เกี่ยวข้อง มิจฉาชีพ ,มิจฉาชีพออนไลน์ ,มิจฉาชีพหลอกดูดเงิน ,นนทบุรี ,โดนหลอกดูดเงิน