อาชญากรรม

ผบ.ทร.เอ่ยปากขอโทษญาติครั้งแรก ไม่สามารถช่วยกำลังพลได้ สั่งเร่งสอบข้อเท็จจริงเหตุเรือล่ม

โดย petchpawee_k

27 ธ.ค. 2565

22 views

ญาติวอน ผู้การเรือ และกองทัพ ออกมาชี้แจงความจริงวันเกิดเหตุเรือล่ม ระบุ ตั้งแต่สูญหายจนตายไม่เคยได้ยินคำขอโทษจากผู้การเรือ  ด้านนายกฯบอก ไม่เคยนอนตาหลับสักวัน หลังเกิดเหตุเรือหลวงอัปปาง


วานนี้ ที่มูลนิธิสว่างราษฤฎร์ศรัทธาธรรมสถาน ทีม แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ก็ช่วยกันเร่งพิสูจน์อัตลักษณ์ของร่างที่นำมาตรวจพิสูจน์ ร่างผู้เสียชีวิตที่ บ่งชี้ว่าอาจจะเป็นกำลังพลที่สูญหาย 23 นาย


ช่วงเช้าผลการตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือ ยืนยันว่า ผู้เสียชีวิต 3 ราย ประกอบด้วย จ.ต ศราวุธ นาดี / พลทหาร จิราวัฒน์ ธูปหอม และพลทหารสิทธิพงศ์ หงษ์ทอง โดยทั้ง 3 นายนี้ ตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ด้วยลายนิ้วมือ และตรวจเทียบเคียงดีเอ็นเอกับครอบครัวที่เจ้าหน้าที่เก็บไว้ ก็ยืนยันตรงกัน


ญาติได้ทำการติดต่อขอรับศพที่มูลนิธิ สว่างราษฎร์ศรัทธาธรรม หนึ่งในนั้นก็มีร่างของ จ.ต ศราวุธ นาดี หรือ จ่าปู หนึ่งในผู้เสียชีวิตทางครอบครัวเดินทางมาติดตามการค้นหา ตั้งแต่วันที่19 ธันวาคม ทุกวันภาวนาให้หลานปลอดภัย


เคยมีช่วงหนึ่ง แม่และป้า ออกมาตะโกนเรียกลูกกลับบ้าน แม่พูดว่า “ออกมาได้แล้ว แม่รู้ว่าลูกอดทนได้ เยี่ยมเลย ไม่มีใครทำได้เหมือนลูก ขึ้นมา ขึ้นมาได้แล้ว มาฝึกบนบก”


ซึ่งตอนนั้น แม่และป้าเชื่อว่า จ่าปูยังมีชีวิตอยู่ และอดทนได้ที่อยู่ในทะเล เพื่อให้กำลังใจตนเองและมีความหวังว่าลูกจะปลอดภัย แต่สุดท้ายก็พบว่าเสียชีวิต


วานนี้ ก่อนรับศพ คุณป้า (เสื้อขาว) ญาติของ จ.ต ศราวุธ นาดี หรือ จ่าปู หนึ่งในผู้เสียชีวิต เปิดใจกับทีมข่าวว่า เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีใครต้องการให้เกิด แต่ต้องการให้หน่วยงาน ผู้ใหญ่ รวมทั้งผู้การเรือคนที่ควบคุมเรือหลวงสุโขทัย ออกมารับผิดชอบ มาขอโทษ เข้าใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันแก้ไขไม่ได้ แต่ขอให้ผู้การเรือ ออกมาแสดงสปริตของตัวเอง เพราะว่าเราคือผู้นำในเหตุการณ์วันนั้น  ขอให้ออกมาพูดความจริงกับแม่


“ผ่านมา 7 วันแล้ว ยังไม่ได้คำขอโทษ จากผู้การเรือ หรือผู้เกี่ยวข้องโดยตรง อยากให้ออกมาพูดความจริงเหตุที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร แม้จะแก้ไขไม่ได้ แต่ออกมาพูดบ้าง ว่าผมเป็นคนตัดสินใจทำอะไรในเรือหลวงสุโขทัย และเรื่องคาใจคือการไม่จอดเรือ ที่ผู้การตัดสินใจไม่จอด แต่วกเรือกลับออกไปจนเกิดเหตุ อยากให้ออกมาพูดประเด็นนี้ ญาติทุกคนรออยู่”

-------------------------------------

ส่วนที่บ้านของ พลทหารสิทธิพงศ์ หรือฝ้าย หงษ์ทอง หนึ่งในพลทหารเรือที่สูญหายจากเหตุการณ์เรือรบสุโขทัยอับปาง ในพื้นที่ หมู่ที่ 7 ตำบลหนองคล้า อำเภอไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร โดยมีเพื่อนบ้านและญาติมากันมาที่บ้านหลังจากทราบข่าวว่าพบร่างของพลทหารสิทธิพงศ์ หรือฝ้าย บางรายก็มาสอบถามข่าวรวมทั้งการจัดเตรียมงานที่บ้าน


นางสาวบุญพิทักษ์ หงษ์ทอง อายุ 25 ปี พี่สาวของพลทหารสิทธิพงศ์ หรือน้องฝ้าย เปิดเผยว่า ยืนยันมาแล้วว่าพบร่างของน้องชาย หลังจากนี้ก็คงจะนำร่างของน้องชายกลับมาบเพ็ญกุศลที่วัดโปร่งตะคลอง ซึ่งเป็นวัดใกล้บ้าน สำหรับน้องฝ้ายเป็นคนกลางเพราะมีพี่น้อง 3 คน ตนเป็นพี่สาวคนโตและมีน้องคนสุดท้องอีก 1 คน โดยก่อนไปน้องฝ้ายบอกว่ามีภารกิจทางใต้ 3 วันแต่ไม่รู้ว่าจะไปไหน และเขาไม่อยากไป เพราะรู้ว่ามีพายุฝนกับลมแรง


ก่อนไปตนได้อวยพรให้น้องปลอดภัย รู้สึกเสียใจมากที่น้องไปแล้วไม่ได้กลับมาอีก แล้วเท่าที่ทราบร่างของฝ้ายไม่มีเสื้อชูชีพใส่ด้วย จึงอยากถามไปที่หน่วยว่า ความจริงน้องเป็นแค่ทหารเกณฑ์ เขาอาจยังไม่ได้ฝึกถึงขั้นเอาตัวรอดในน้ำ แล้วน้องก็ไม่ได้ใส่เสื้อชูชีพจึงไม่มีทางที่จะมีเปอร์เซ็นต์รอดได้ จึงฝากถึงกองทัพเรือว่าความปลอดภัยควรจะมีมากกว่านี้


นางสมหมาย พันทับ ผู้ใหญ่บ้าน เปิดเผยว่า พลทหารสิทธิพงศ์ กลับมาเยี่ยมบ้านและเพิ่งกลับไปเมื่อวันที่ 15 ธค.ที่ผ่านมา แต่บอกว่าไม่อยากกลับเพราะมีภารกิจต้องไปลงเรือ โดยน้องฝ้ายยังได้นำหลักฐานการประกันที่ทำไว้กับเรือมาอวดแม่ พร้อมบอกว่าถ้าผมเป็นอะไรไปจะมีการปรับยศตำแหน่ง แม่จะได้สบาย พร้อมบอกแม่ว่าฝากเมียไว้ด้วย ปกติน้องฝ้ายเป็นเด็กดีกำลังเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของครอบครัวแต่ถูกมาเกณฑ์ไปเป็นทหารก่อน โดยเป็นทหารเกณฑ์ผลัด 1 เข้าไปประจำการเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2564


นางนุช แก้วนุ่น อายุ 64 ปี แม่ของพลทหารเวสกร สีกล่อม เพื่อทหารซึ่งเป็นบัดดี้กันตอนที่ยังไม่แยกหน่วย เปิดเผยว่า ทราบข่าวของน้องฝ้ายก็รีบมาดู เพราะลูกชายฝากให้ติดตามข่าวให้ด้วย โดยช่วงที่ถูกเข้าประจำการใหม่ๆ ทั้ง 2 คนเป็นเพื่อนสนิทกัน ตอนมาแยกหน่วยน้องฝ้ายไปอยู่หน่วยซ่อมบำรุงเพราะชองเรื่องของเครื่องยนต์ แต่ลูกชายของตนไปอยู่หน่วยรักษาความปลอดภัย แต่เมื่อลากลับมาบ้านทั้ง 2 คนก็จะออกไปเที่ยวไหนด้วยกัน

---------------------------------

ผบ.ทร. เอ่ยปากขอโทษญาติครั้งแรก ที่ไม่สามารถช่วยชีวิตกำลังพลได้ ยันกองทัพเรือ ให้ความช่วยเหลือเยียวยาเต็มที่ พร้อมเร่งสอบข้อเท็จจริงสาเหตุทำเรือหลวงอับปาง

 วานนี้ ( 26 ธ.ค.) ภายหลังที่พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพกำลังพลที่เสียชีวิต 4 นาย จากเหตุเรือหลวงสุโขทัยอับปาง และสวดพระอภิธรรมศพเสร็จ  ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เดินไปพูดคุยกับญาติของผู้เสียชีวิตที่นั่งอยู่ในศาลา ยืนยันพร้อมดูแลช่วยเหลือเต็มที่

  จากนั้น 19.00 น.ผู้บัญชาการทหารเรือ เดินลงจากศาลาจะขึ้นรถกลับ ทีแรกจะไม่ให้สัมภาษณ์กับ แต่นักข่าวบอกว่าท่านพูดเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับญาติผู้สูญหายและผู้เสียชีวิตหน่อยมั้ย จากนั้น ผบ.ทร.จึงเดินมาให้สัมภาษณ์ ระบุว่า หลังจากรับร่างมาเพื่อเข้ารับพระราชทานน้ำหลวงอาบศพแล้ว หลังจากนี้เป็นความประสงค์ของญาติที่จะขอนำร่างกลับไปบำเพ็ญกุศลที่ภูมิลำเนา

 “ผู้บัญชาการทหารเรือ ตัวแทนของกองทัพเรือ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวกำลังพลที่เสียชีวิตทุกนาย เเละยังได้ขอโทษและแสดงความเสียใจกับครอบครัวที่ไม่สามารถรักษาชีวิตของกำลังพลไม่ได้ จะระดมสรรพกำลังทุกหน่วยระดมการค้นหากำลังพลที่ยังสูญหาย อย่างเต็มความสามารถ กองทัพเรือประสานกับทุกหน่วยให้เร่งระดมการค้นหาและมีความหวังว่าจะพบผู้รอดชีวิต”

-------------------------------------

เมื่อวานนี้ (26 ธ.ค.) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกล่าวก่อนเป็นประธานการประชุมองค์การทหารผ่านศึก ว่าขอแสดงความเสียใจ ไปยังครอบครัวและกองทัพเรือ กรณีกำลังพลของกองทัพเรือเสียชีวิต จากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอัปปางที่พบร่างล่าสุด


โดยทราบว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม ให้พลเรือเอกเชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธี พระราชทานเพลิงศพ และในช่วงบ่ายได้มีการเคลื่อนร่างผู้เสียชีวิตไปที่อำเภอสัตหีบ ก่อนที่ช่วงเย็นจะมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และสวดพระอภิธรรม โดยผู้บัญชาการทหารเรือและผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นประธานในพิธี


นายกรัฐมนตรียืนยัน ว่าหลังจากนี้จะพยายามค้นหาผู้สูญหาย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ต้องหาให้พบ ซึ่งการสืบสวนสอบสวนสาเหตุที่เกิดขึ้นได้ติดตามมาโดยตลอด โดยพลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ประสานงาน ระหว่างกระทรวง กลาโหมกับกองยุทธการทหารเรือ และหน่วยในพื้นที่สัตหีบ ซึ่งต้องใช้เวลาในการสืบสวนสอบสวน เพราะทุกอย่างมีขั้นตอนมีระเบียบมีกฎหมายชัดเจน


ดังนั้นไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้ ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้นายกรัฐมนตรีไม่เคยนอนตาหลับซักวัน


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DOH7fFk0H2Y

คุณอาจสนใจ