อาชญากรรม

‘มอส คลองขวาง’ ขอโทษ หลังรู้ข่าวเหยื่อสิ้นใจ พี่สาวแฉอีกมุม มอสถูกข่มขู่คุกคาม จนฟิวส์ขาด

โดย petchpawee_k

16 ส.ค. 2565

10 views

ดับแล้ว เหยื่อคมกระสุน “มอส คลองขวาง” ควงปืนบุกยิงถล่มบ้านเพื่อน 16 นัด ตำรวจตามรวบ พร้อมสมุนคู่ใจ สารภาพขัดแย้งกันหลายประเด็น ทั้งเรื่องหึงหวงแฟนสาวซึ่งเคยเป็นอดีตคนรักของผู้เสียชีวิต และเปียแชร์ไม่ได้ ทำให้อัดอั้น ก่อนท้าทายกันไปมา จึงนัดเจอ หวังเคลียร์ทุกปัญหา อ้างไม่ได้เป็นคนเริ่มก่อน เคยถูกอีกฝ่ายใช้ปืนจ่อหัว หลังรู้ข่าวเหยื่อสิ้นใจ กล่าวขอโทษแม่ผู้ตาย ด้านพี่สาว แฉอีกมุม น้องชายถูกข่มขู่คุกคาม มาโดยตลอด เชื่อ เป็นสาเหตุทำให้ขาดสติและตัดสินใจก่อเหตุ


จากกรณีที่นายมีน พาระสิงห์ หรือ มอส คลองขวาง ก่อเหตุบุกยิง นายธนพล อนุสรชัยเจริญ หรือ บุ๊ค จนบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่บ้านเพื่อนของนายบุ้ค ที่ซอยเพชรเกษม 106 เมื่อช่วงประมาณ 4 ทุ่ม ของวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยจากภาพวงจรปิดเห็นชัดเจนว่า นายมอส สวมหมวกกันน็อค ได้เดินมาดูลาดเลาที่หน้าบ้านที่เกิดเหตุ 1 รอบ และเดินกลับไป แต่ผ่านไปไม่นาน นายมอส ได้เดินไปที่หน้าบ้านหลังเกิดเหตุอีกครั้ง เปิดฉากถล่มยิงใส่เข้าไปในบ้านถึง 16 นัด แต่กระสุนถูกนายบุ๊ค 3 นัด อาการสาหัส


วานนี้ 15 ส.ค. 65 มีความคืบหน้าล่าสุด พล.ต.ต.จิระสันต์ แก้วแสงเอก โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดว่า ตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว 2 คน เป็นผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง และผู้ที่ให้การสนับสนุนไปก่อเหตุ นอกจากนี้ยังมีผู้ร่วมก่อเหตุอีก 2 คน ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมเป็นหลักฐานในการขอศาลอนุมัติหมายจับ คาดว่าจะดำเนินการเสนอศาลขอพิจารณาหมายจับในวันพรุ่งนี้ ส่วนสาเหตุมาจากความขัดแย้งเรื่องส่วนตัว ยังไม่มีประเด็นอื่น


ขณะที่ นางสาวนันทวัน พี่สาวของนายมอสผู้ต้องหา ให้สัมภาษณ์พร้อมเปิดหลักฐานเป็นแชตที่ตัวนายบุ๊ค ผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้เป็นผู้คุกคามน้องชายตนเองมาตลอด  ซึ่งทางครอบครัวทราบเรื่องตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน โดยน้องชายมักจะมาระบายให้ฟังว่าถูกนายบุ๊คบุกไปถึงบ้านพัก และถ่ายรูปที่บ้านพัก เพื่อเรียกให้น้องชายลงไปเจรจาเกี่ยวกับเรื่องชู้สาว ที่อดีตแฟนของนายบุ๊คมาติดพันตัวน้องชาย 


รวมถึงน้องชายยังเคยถูกผู้บาดเจ็บใช้อาวุธปืนบุกมาถึงบ้านพักและจ่อที่ศีรษะ ซึ่งผู้บาดเจ็บ ยังคงคุกคามเรื่อยมาทุกวัน จึงเชื่อว่าเป็นสาเหตุทำให้น้องชายขาดสติและตัดสินใจลงมือก่อเหตุ


โดยปกติน้องชายเป็นคนไม่ใจร้อน เพราะหากน้องชายเป็นคนใจร้อนคงก่อเหตุกลับผู้บาดเจ็บตั้งแต่ตอนที่โดนในช่วงแรกๆ ไม่จำเป็นต้องทนมานานกว่าสามเดือน ส่วนความขัดแย้งเกี่ยวกับเรื่องวงแชร์ตนเองไม่ทราบในรายละเอียดมากนัก ทราบแต่ว่าน้องชายต้องการเปียแชร์รอบนี้ในจำนวนเงิน 20,000 บาทเพื่อนำเงินดังกล่าวมาจ่ายค่ารถ แต่ทราบมาเพียงเล็กน้อยว่าท้าวแชร์มีการให้เปียใหม่ซ้ำ  ทำให้น้องชายตนเองไม่ได้ ส่วนรายละเอียดตนเองไม่ทราบ


ส่วนอาชีพของน้องชายทราบเพียงว่า หลังพ้นโทษในคดีวิ่งราวทรัพย์มา ก็ยึดอาชีพส่งอาหารมาโดยตลอด สำหรับอาวุธปืนดังกล่าวก่อนหน้านี้น้องชายไม่เคยมี เพราะไม่มีความจำเป็นต้องใช้อาวุธปืน แต่หลังจากถูกนายบุ๊คผู้ได้รับบาดเจ็บบุกมาใช้ปืนจ่อที่ศีรษะในบ้านพัก จึงเริ่มหาอาวุธปืนมาใช้ แต่ไม่ทราบว่าน้องชายพกติดตัวไปทุกวันหรือไม่


ขณะที่ในส่วนของรถยนต์แจ๊สคันสีเหลืองที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าน้องชายใช้ขับหลบหนีไป  ตนเองขอยืนยันว่ารถดังกล่าวถูกนำไปจอดทิ้งไว้ที่หลังบ้านพักของตนเองซึ่งเป็นคนละหลังกับที่น้องชายพักอาศัยอยู่เป็นประจำ ที่ขณะนี้ยังไม่สามารถหากุญแจรถได้ เนื่องจากน้องชายอ้างว่ามีการโยนเข้าบ้านไว้ แต่ตนเองและคนในบ้านไม่พบตัวกุญแจ จึงต้องมีการยกรถมาทิ้งไว้ที่ สน. หลังเจ้าหน้าที่ยึดไว้เป็นของกลางในคดี

-----------------------------------------------------

ด้านนางสาวฐิติรัตน์ อนุสรณ์ชัยเจริญ แม่ของนายธนพล อนุสรณ์ชัยเจริญ หรือบุ๊ค เดินทางมาที่ สน.หนองค้างพลู เพื่อจะมาเซ็นเอกสารทางคดี โดยแม่ของนายบุ๊ค เปิดเผยว่า อาการล่าสุดของลูกชายทรุดลงมาก โรงพยาบาลแจ้งว่า ระบบภายในเริ่มไม่ตอบสนอง ความดันไม่คงที่ หมอบอกว่าไม่มีความหวังแล้วซึ่งหมอก็บอกตั้งแต่แรก แต่แม่ยังยื้อลูกอยู่ จริงๆ แล้ววันนี้ หมอจะให้แม่เซ็นเอกสารยินยอมให้หยุดเพิ่มยาตั้งแต่เช้า แต่แม่ยังติดเดินเรื่องเอกสาร ยังเข้าไปหาลูกไม่ได้ เลยบอกให้หมอยื้อลูกไว้ก่อน ซึ่งที่ยังยื้อไว้ส่วนหนึ่งเพราะยังทำใจไม่ได้และยังหวังว่าอาจจะมีปาฏิหาริย์


ส่วนกับผู้ต้องหา ยังไม่มีโอกาสได้เจอหน้ากัน แต่ตนอยากถามว่า ทำลงไปได้ยังไงกับชีวิตคนหนึ่งคน หากเป็นพ่อแม่ตัวเองจะเป็นยังไง แล้วต่อจากนี้ใครจะดูแลแม่เพราะแม่มีลูกคนเดียว ใครจะรับผิดชอบได้ ส่วนที่ผู้ต้องหาอ้างว่า ทนไม่ไหวที่ถูกลูกตนเอาปืนไปขู่ก่อน ตนมองว่า เป็นเพียงแค่คำพูดของผู้ต้องหา เพราะลูกตน ไม่มีสิทธิที่จะลุกขึ้นมาพูดโต้แย้งอะไรแล้ว ทุกคนต้องเอาตัวรอด และแม่ไม่เชื่อว่าลูกจะทำแบบนั้นจริง ลูกจะโทรหา วิดีโอคอลหาตลอดทุกวัน ก็เห็นว่าลูกทำงานตลอด


โดยหลังจับกุมผู้ต้องหาได้ ตนก็รู้สึกโล่งใจขึ้น และยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะตอนนี้แม่มองไม่เห็นอนาคตไปหมดเลยถ้าต้องเสียลูกไป ทั้งนี้ ใจจริงๆ ตอนที่ตำรวจไปจับผู้ต้องหา ตนแอบคิดว่าอยากให้ผู้ต้องหาสู้ตำรวจตำรวจจะได้วิสามัญให้ตายตกไปตามกัน เพราะตนไม่อยากให้ผู้ต้องหาได้พ้นโทษออกมาเลย ไม่รู้ว่าจะได้รับโทษติดคุกกี่ปี ต่อให้ติดคุกตลอดชีวิต สุดท้ายก็ต้องมีการลดโทษ


โดยภายหลังให้สัมภาษณ์เสร็จ ทางโรงพยาบาลได้โทรศัพท์เข้ามาหาคุณแม่ของนายบุ๊ค และแจ้งว่า คนไข้วัดความดันไม่ขึ้นแล้ว น่าจะไม่ไหวแล้ว ให้คุณแม่รีบไปโรงพยาบาลด่วน คุณแม่จึงรีบออกจาก สน.หนองค้างพลู ไปทันที



รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/T5rzNLGgkUs

คุณอาจสนใจ