อาชญากรรม

การไฟฟ้าฯ ต้องรับผิดชอบ! เจ้าของร้านสำเพ็ง จ่อฟ้องเรียกค่าเสียหาย จี้สางปมหม้อแปลง-สายไฟ-สายสื่อสาร

โดย petchpawee_k

28 มิ.ย. 2565

10 views

กระทรวงแรงงานเยียวยาเหยื่อเพลิงไหม้สำเพ็ง  1.4 ล้าน ขณะที่ผู้ขายรวมตัวกันปรึกษาทนายเกิดผล เตรียมฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระบุ “การไฟฟ้าฯ ต้องรับผิดชอบ"  จี้แก้ไขปัญหาเรื่องหม้อแปลง สายไฟ สายสื่อสารอย่ามองเป็นเรื่องชินชา หวั่นเกิดเหตุซ้ำ  


วันที่ 27 มิ.ย.65  ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ญาติเข้าติดต่อขอรับศพ น.ส.จิรพัชร สุ่มมาตร์ หรือคุณทราย อายุ 52 ปี พนักงานแคชเชียร์ น้องสาว ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์หม้อแปลงระเบิด ก่อนเพลิงไหม้ลุกลามเข้า บริษัท ราชวงศ์รุ่งเรือง จำกัด จำหน่ายถุงพลาสติก ทำให้ น.ส.จิรพัชร เสียชีวิต พร้อมกับพนักงานชาวกัมพูชาอีก 1 ราย


จากนั้นญาติได้เดินทางไปทำพิธีเชิญดวงวิญญาณบริเวณจุดเกิดเหตุ หน้าร้านจำหน่ายถุงพลาสติก ย่านสำเพ็ง โดยมีพี่สาวของผู้ตายเป็นผู้ถือกระถางธูป นอกจากนี้ ยังมีเจ้าของร้านนายจ้างของผู้ตาย และผู้ค้าละแวกใกล้เคียงมาร่วมพิธี ซึ่งทันทีที่ญาติๆ เห็นสถานที่เกิดเหตุถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว ญาติๆ เอ่ยปากขณะทำพิธีว่า “มารับกลับบ้านแล้วนะ” ก่อนที่จะร้องไห้และโอบกอดกัน


ขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า สำหรับลูกจ้างที่เสียชีวิต 2 ราย รายแรก คือ น.ส.จิราพัชร สุ่มมาตร์ เป็นลูกจ้างของห้างผ้าใบราชวงศ์ สิทธิประโยชน์ที่ทายาทจะได้รับ เป็นค่าทำศพจำนวน 50,000 บาท เงินทดแทนขาดรายได้จำนวน 1,260,000 บาท และบำเหน็จชราภาพกรณีตาย จำนวน 134,653 บาท พร้อมดอกเบี้ย รวมทั้งสิ้น 1,444,653 บาท


รายที่สอง นาย PHEAK. DOEUM เป็นลูกจ้างสัญชาติกัมพูชา ที่เข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สิทธิประโยชน์ที่ทายาทจะได้รับ เป็นค่าทำศพจำนวน 50,000 บาท เงินทดแทนขาดรายได้จำนวน 722,904  บาท บำเหน็จชราภาพกรณีตาย จำนวน 17,512  บาท พร้อมดอกเบี้ย รวมทั้งสิ้น 790,416 บาท


โดยเมื่อวานนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน การไฟฟ้านครหลวง สภาวิศวกร สำนักการโยธา กทม.และ กรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณหม้อแปลงซึงเป็นจุดที่ไฟลุกไหม้ พบว่าฝั่งหนึ่งมีการดัดแปลงอาคารเหมือนก่ออิฐและใส่เหล็ก เกิดการบิด ซึ่งฝั่งนี้อันตรายมาก  ส่วนอีกฝั่งหนึ่งที่ไม่มีการดัดแปลงยังคงปลอดภัยอยู่


นางสาวอาทิตยา โชคกิจมนัสชัย ผู้อำนวยการเขตสัมพันธวงศ์ (เสื้อสำนักงานเขต) ระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีอาคารพาณิชย์ได้รับความเสียหายประมาณ 4 คูหา ซึ่งจากการประเมินมีมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท และยอมรับว่า ยังไม่เคยเกิดเหตุรุนแรงแบบนี้ มีผู้เสียชีวิตถึง 2 ราย ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญ


โดยหลังจากนี้จะให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปเร่งสำรวจสายไฟเก่า เครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า และช่วยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบจุดที่มีความเสี่ยงก็ให้แจ้งมายังสำนักงานเขตได้ รวมถึงจะเชิญการไฟฟ้ามาประชุมร่วมกันว่าให้ไปตรวจสอบว่าในพื้นที่ มีหม้อแปลงไฟฟ้าที่เก่าเกินอายุที่สมควร คือ มากกว่า 20 ปี หรือไม่ เพื่อดำเนินการซ่อมแซมต่อไป


ด้านนายเกียรติศักดิ์ แซ่แต้ อายุ 40 ปี เจ้าของร้านพิชิตชัยค้าของเล่นเด็ก อยู่ติดกับห้องต้นเพลิงได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วย เปิดเผยว่า โชคดีที่วันเกิดเหตุทางร้านปิดให้บริการ ไม่เช่นนั้นตนและลูกจ้างอีก 5-6 คน ไม่รู้จะมีชะตากรรมเป็นเช่นไร ทั้งนี้ตน รวมถึงผู้เสียหายรายอื่นๆ จะดำเนินการแจ้งความฟ้องร้องกับการไฟฟ้าฯ ให้ร่วมรับผิดชอบความเสียหายแน่นอน  เพราะที่ผ่านมาทั้งสายไฟและหม้อแปลงไฟฟ้ามีปัญหาบ่อยครั้ง


ขณะที่ นายสุรชาติ กิตติฤดีกุล เจ้าของร้านราชศ์รุ่งเรือง จำหน่ายถุงพลาสติก ถุงกระดาษ ระบุว่า วันนี้ (28 มิ.ย.) ได้นัดผู้เสียหายรายอื่นๆ และครอบครัวผู้เสียชีวิต ไปปรึกษากับนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ ในการดำเนินการหลังจากนี้เพื่อเตรียมเข้าแจ้งความดำเนินทางคดี และจะมีการตั้งเรื่องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง ยอมรับตอนนี้ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกให้เป็นหน้าที่ของทนาย ส่วนค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับร้านของตนยังประเมินไม่ได้


การไฟฟ้าฯ ควรจะรับผิดชอบเพราะต้นเหตุเกิดจากหม้อแปลง อยากให้มีการดูแลประชาชน ถ้าจะทำก็ทำให้ดีๆ อย่าให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก สายที่เกะกะไม่ได้ใช้งานก็ตัดทิ้งไปอย่าปล่อยให้ห้อยระโยงระยาง มันเป็นหน้าที่ของการไฟฟ้าฯ เป็นเจ้าของเสาไฟฟ้าควรจะจัดการให้ได้    


นายวิลาศ เฉลยสัตย์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมขอให้กระบวนการพิสูจน์ต่างๆ พร้อมเผยว่า หม้อแปลงอายุโดยเฉลี่ย 25 ปี ลูกนี้ใช้มาแล้ว 20 ปี ยืนยันว่ามีการบำรุงรักษาตามมาตรฐาน ที่ตรวจสอบครั้งล่าสุดคือเมื่อกลางปีที่แล้ว ปกติจะตรวจสอบกันปีต่อปี เบื้องต้นยังไม่สามารถชี้ชัดถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดขึ้นได้ แต่จากสภาพแวดล้อมเห็นว่ามีควันขึ้นแล้วก็มีไฟไหม้ ต้องรอตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน  เบื้องต้นจะปรับแผนการบำรุงรักษา ติดอุปกรณ์เตือนเหตุ และจะประสานทางกทม.รวมถึงประสานเรื่องสายสื่อสาร จากท่านอื่นๆด้วย


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6pLyT9hWrB0

คุณอาจสนใจ

Related News