อาชญากรรม

"อัจฉริยะ" ทดลองถ่ายสะพานพระราม 8 เทียบภาพคดีแตงโม พบไม่น่าจะตัดต่อ แต่เชื่อมีแก้เวลา

โดย paranee_s

24 พ.ค. 2565

52 views

เมื่อเวลา 11.00 น. นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางมาที่ท่าเรือเทเวศน์ เพื่อทำการทดลองถ่ายภาพบริเวณสะพานพระราม 8 เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับภาพที่กระติกและแตงโมถ่ายในคืนวันเกิดเหตุแตงโม พลัดตกเรือ ซึ่งนายอัจฉริยะตั้งข้อสังเกตว่า ภาพที่กระติกถ่ายคู่กับแตงโมในเวลา 21.56 น. น่าจะเป็นการตัดต่อ เพราะป้ายโฆษณากับต้นไม้ด้านหลัง ไม่เหมือนกับภาพอื่นๆ ในมุมเดียวกัน โดยนายอัจฉริยะ ได้ลงเรือสปีดโบ๊ทไปพร้อมกับผู้เชี่ยวชาญ และออกไปทดลองถ่ายภาพกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง


หลังทำการทดลอง นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า ตนตั้งข้อสังเกตจากรูป 3 รูปที่ถ่ายตรงสะพานพระราม 8 คือ รูปกระติกคู่กับแตงโม, รูปเดี่ยวกระติก และรูปที่นักข่าวอมรินทร์ทีวีไปทดลองถ่าย โดยรูปเดี่ยวกระติกกับรูปนักข่าวอมรินทร์ ความสูงของป้ายกับต้นไม้จะอยู่ติดกัน แต่รูปคู่แตงโมกับกระติก ป้ายจะอยู่ห่างจากต้นไม้ วันนี้เลยมาทดลองดูว่า ถ้าถ่ายในมุมเดียวกันกับทุกรูป ความสูงของป้ายและต้นไม้จะออกมาเหมือนกันหรือไม่ ซึ่งผลการทดลองพบว่าเป็นไปตามภาพต้นฉบับ ความสูงของป้ายและต้นไม้ไม่ได้แตกต่างกัน จึงไม่น่าใช่รูปตัดต่อ ซึ่งการตัดต่อคงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ตนยังเชื่อว่า สิ่งที่เป็นไปได้ คือ การแก้ไขเวลา ซึ่งตนเชื่อว่า รูปเดี่ยวกระติกที่ถ่ายตอน 22.13 น. มีการแก้ไขเวลาแน่นอน เพราะคงย้อนเรือกลับมาถ่ายไม่ได้ ดังนั้น ถ้ารูปนี้แก้ไขเวลาได้ รูปคู่กับแตงโมก็คงจะแก้ไขได้เหมือนกัน


โดยวันนี้ ตนยังได้นัดพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านจีพีเอสจากต่างประเทศ เพื่อคุยกันต่อในเรื่องจีพีเอสของรูปภาพ เพราะเป็นสิ่งที่แก้ไขในโทรศัพท์มือถือไม่ได้ แต่สามารถเอาไปทำในโปรแกรมอื่นๆ ได้ และในสัปดาห์หน้า ตนจะเริ่มใช้โดรนใต้น้ำมาปฏิบัติภารกิจค้นหาอาวุธ ตั้งแต่บริเวณสะพานซังฮี้ ไปจนถึงสะพานพระราม 8 คาดว่าใช้เวลาค้นหาประมาณ 2 วัน ซึ่งเชื่อว่าคนบนเรือต้องทิ้งอาวุธมีดลงน้ำหลังก่อเหตุแน่นอน


นายอัจฉริยะ ยังยืนยันว่า คดีนี้เป็นการฆาตกรรม แม้จะไม่ตรงกับทิศทางของทนายกฤษณะ แต่ตนไม่สนใจเพราะหลักฐานที่ตนมี ไม่ใช่แบบที่ทนายกฤษณะบอก และตนยังทราบด้วยว่า เจ้าของอู่เรือ NBC Boat Club ตัวจริง ชื่อ นายเซียะ ซึ่งมีภาพกล้องวงจรปิด 8 ตัวอยู่ในห้องทำงานของนายเซียะ แล้วข้างนอกจะไม่มีกล้องได้อย่างไร โดยนายเซียะเป็นผู้ที่เก็บเซิร์ฟเวอร์กล้องทั้งหมดไว้ ซึ่งตนเชื่อว่าในคืนนั้นมีการล้างทำความสะอาดเรือ จึงบอกว่ากล้องเสีย


ส่วนการเคลื่อนไหวในเฟซบุ๊กแตงโมตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ตนเองบอกว่าเป็นการกระทำของผู้หวังดี หรือ คนดีของตำรวจ ที่อยู่ในแวดวงเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องการเรียกร้องความยุติธรรม แต่เมื่อวานนี้ หลังจาก กระติก ไปออกรายการโหนกระแส ระหว่างลงมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนและได้มีบัญชีไลน์ของแตงโมวิดีโอคอลเข้ามาพร้อมเปิดภาพลับส่วนตัวของแตงโมนั้น นายอัจฉริยะ บอกว่า ตนเชื่อว่าต้องเป็นการกระทำของบุคคลที่เคยอยู่ใกล้ชิดแตงโม เพราะภาพแบบนี้แตงโมคงไม่เก็บไว้ในโทรศัพท์ตัวเอง คงมีแต่คนใกล้ชิดที่เคยอยู่บ้านเดียวกันที่มีภาพนี้ ซึ่งส่วนตัวคิดว่าเป็น 1 ในบุคคล 3 คน ที่มีรหัสโทรศัพท์ของแตงโมที่แม่แตงโมเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ คือ กระติก, แอนนา และแม่แตงโม


ส่วนกรณีเรื่องการจะปล่อยคลิปวิดีโอ ที่นายอัจฉริยะอ้างว่า เป็นคลิปที่เห็นการทำร้ายแตงโมนั้น นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญให้แม่นยำอีกครั้ง และจะยังไม่เปิดเผยจนกว่าจะได้รับการยืนยันจากดีเอสไอว่าจะรับเป็นคดีพิเศษ เพราะหากปล่อยออกมาก่อนก็จะไม่มีความหมาย และไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานในคดีได้ แต่หากดีเอสไอรับและส่งไปตรวจสอบว่าคลิปดังกล่าวมีการตัดต่อแก้ไขหรือไม่ ก็จะทำให้สามารถนำมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนได้ทันที เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าเป็นหลักฐานเท็จได้


โดยหลักฐานที่ยังมีอยู่ในตอนนี้ทั้งหมด นายอัจฉริยะ ยืนยันว่า คงไม่ได้นำไปมอบให้กับดีเอสไอแล้ว เพราะเท่าที่ได้คุย ดูเหมือนดีเอสไอจะไม่อยากทำคดี และไม่อยากรับเป็นคดีพิเศษ ขนาดประชาชนทั้งประเทศเรียกร้องจนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่มีคำตอบ เพราะไม่มีการติดต่อนัดหมายสอบปากคำ และตนเองพยายามติดต่อไปก็ไม่มีการตอบรับ ซึ่งหากจริงใจที่จะทำคดีจริงๆ จะต้องประสานตนเองกลับมา และไม่มีการกำหนดกรอบระยะเวลา ตนเองจึงกังวลว่า หากอัยการมีคำสั่งฟ้องไปแล้ว เรื่องข้อกฎหมายจะยังใช้อำนาจได้หรือไม่


ทั้งนี้ หากดีเอสไอไม่สนใจที่จะทำคดีแล้ว ตนเองก็จะหาช่องทางอื่น โดยจะไปมุ่งในคดีที่ตนเองกล่าวหาแซนว่าให้การเท็จ ซึ่งคดีนี้หากตำรวจสั่งไม่ฟ้อง ตนเองก็จะนำหลักฐานทั้งหมดไปส่งให้ในชั้นอัยการ ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางเดียวที่จะต่อสู้ได้ เพราะตนเองไม่ใช่ผู้มีอำนาจ เว้นแต่แม่จะมอบอำนาจให้ แต่เมื่อแม่มีทนายความอยู่แล้ว ก็จะไม่ก้าวล่วงกัน อีกทั้งก่อนหน้านี้ ทนายเดชา ก็เคยพูดว่า มีคลิปการทำร้ายแตงโม ทำไมไม่ทำหน้าที่ทนายความในการช่วยเหลือคุณแม่


คุณอาจสนใจ

Related News