อาชญากรรม

'อัจฉริยะ' ให้ปากคำเพิ่มปม 'แซน' ให้การเท็จ จี้พิสูจน์ยานอนหลับในร่างแตงโม

โดย thichaphat_d

18 พ.ค. 2565

8 views

อัจฉริยะขึ้นโรงพัก สภ.พระประแดง ให้ปากคำพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ในคดีร้องทุกข์กล่าวโทษแซนให้การเท็จคดีแตงโม ระบุไม่คาดหวังในชั้นตำรวจเพราะไม่เชื่อมั่นแต่ทำเพื่อคานอำนาจ


นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมเดินทางมาที่ สภ.พระประแดง เพื่อเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ในคดีที่ตัวเองไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ นายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ หรือแซน ข้อหาให้การเท็จ โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 เมษายน ได้ไปแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปรามไว้แล้วและสำนวนได้โอนมาที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1


นายอัจฉริยะ กล่าวว่า วันนี้ที่มาให้การกับพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ไม่ได้คาดหวังในชั้นตำรวจ เพราะไม่เชื่อมั่น แต่มาทำตามขั้นตอนให้สมบูรณ์เพื่อคานอำนาจในส่วนคดีหลักแต่ตัวเองจะไม่ให้หลักฐานกับตำรวจทั้งหมด จะแค่ให้ปากคำและยื่นหลักฐานเป็นเพียงซีดี 1 แผ่นที่ระบุให้เห็นว่าแซนมีการให้การเท็จจริงเท่านั้น คือคลิปที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่าคลิปที่เห็นเงาไม่ใช่คลิปตอนตกเรือ


ส่วนหลักฐานอื่นๆ ที่มีนั้นเปลี่ยนแผน จะไม่ยื่นให้ในชั้นตำรวจแล้ว เพราะไม่หวังกับตำรวจภาค 1 เชื่อว่ายื่นไปตำรวจก็จะอ้างว่าส่งสำนวนคดีหลักให้อัยการแล้วไม่สามารถกลับคำให้การได้ มีธงตั้งไว้อยู่แล้ว ซึ่งถ้าหากตัวเองเปิดไพ่โชว์หลักฐานทั้งหมดไปอีกฝ่ายก็จะรู้ทันหมด โดยจะเปลี่ยนแผนเก็บหลักฐานไว้นำไปยื่นขอความเป็นธรรมในชั้นอัยการแทน หากอัยการสั่งไม่ฟ้องแซนในคดีให้การเท็จ


แต่ส่วนที่สำคัญที่สุดตอนนี้ คือ จะนำหลักฐานทั้งหมดที่มีไปยื่น ต่อดีเอสไอ ซึ่งมีนัดสอบปากคำ วันที่ 18 พ.ค. และจะนำหลักฐานทั้งหมดไปยื่น โดยมีความเห็นทั้งจากผู้เชี่ยวชาญและพยานประกอบถึง 12 ปาก อาทิ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนะสุนันท์ อดีต ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์  พ.อ.นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ อดีตศัลยแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ที่พิสูจน์แล้วว่าบาดแผลที่ต้นขาขวาใกล้เคียงกับใบมีด นายเอกพันธ์ บันลือฤทธิ์ หรือไทด์ เรื่องทรายในกำมือ


อีกทั้งยังมีภาพจากกล้องวงจรปิดว่าคนบนเรือไปจอดเรือแวะที่ท่าจอดเรือทรายและมีการถอดรองเท้าเคาะทราย ซึ่งภาพวงจรปิดเป็นมุมเดิมแต่ตัวเองนำไปเข้าโปรแกรมที่ซื้อจากอเมริกา ทำให้เห็นอย่างชัดเจน และยังมีคลิปที่พยานในคืนเกิดเหตุถ่ายเอาไว้ได้ด้วย


ทั้งนี้ยังมีประเด็น เรื่องสารในร่างกายแตงโมที่พบ สารชนิดเดียวกันกับคนบนเรือที่เป็นยานอนหลับ ซึ่งต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นยาที่หมอสั่งจ่ายหรือถูกมอม


นายอัจฉริยะ เน้นย้ำด้วยว่า คดีที่ไปยื่นดีเอสไอ เป็นคนละคดีกับที่ตำรวจภาค 1 ทำ ไม่ใช่คดีประมาท โดยคดีของ น.ส.สุภาภรณ์ นิปวณิชย์ หรือ อัยการดาว ตัวเองไม่มีสิทธิ์ไปก้าวล่วง ดังนั้นคนที่ไม่เข้าใจก็จะมาพูดว่าสิ่งที่ทำเปลี่ยนสำนวนคดีไม่ได้ แต่ที่ตัวเองไปยื่นคือการเปิดสำนวนคดีใหม่ให้เป็นคดีพิเศษ หวังว่าจะผ่านชั้นคณะอนุกรรมการรับเป็นคดีพิเศษได้ และยืนยันด้วยว่าตัวเองมีอำนาจตามกฎหมายในฐานะประชาชนเป็นผู้เสียหายไปร้องทุกข์ต่อดีเอสไอ เพราะเป็นคดีอาญาแผ่นดิน


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aexytLrcgCo

คุณอาจสนใจ

Related News