อาชญากรรม
ลูกติดใจแม่ดับปริศนา กิ๊กหนุ่มอ้างกินไซยาไนด์ ก่อนเจอวงจรปิด หลักฐานมัดตัว
3 ชั่วโมงที่แล้ว
53 views
ลูกสาวติดใจการเสียชีวิตของแม่วัย 50 ปี กิ๊กหนุ่มอ้างกินไซยาไนด์ฆ่าตัวตาย แต่พบพิรุธหลายจุด ก่อนเปิดกล้องวงจรปิดเจอหลักฐานสำคัญ เร่งรวบรวมข้อมูลแจ้งความ สุดท้ายตำรวจตามรวบกิ๊กหนุ่มได้คารีสอร์ต แจ้งข้อหาหนัก
เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มจากการเสียชีวิตปริศนาของ น.ส.บี อายุ 50 ปี ภายในบ้านเช่า ตำบลสนามชัย อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งในตอนแรกชายคนสนิทอ้างว่า ผู้ตายกินไซยาไนด์ฆ่าตัวตาย แต่ลูกสาวกลับพบความผิดปกติหลายประเด็น จนนำไปสู่การจับกุมชายคนสนิท แล้วพบว่าคดีนี้เป็นการฆาตกรรมอำพราง พยายามจัดฉากว่า เป็นการฆ่าตัวตาย
คุณเอ (นามสมมติ) ลูกสาวของผู้ตาย บอกว่า พบพิรุธแรกเริ่มต้นจากการที่แม่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล มีคราบเลือดบริเวณปากของแม่ รวมถึงคำอธิบายที่ไม่ชัดเจนของฝ่ายชายที่อ้างว่า ใช้นิ้วล้วงปากเพื่อเอายาออก
ขณะเดียวกัน แพทย์ยังระบุด้วยว่า ผู้ตายหยุดหายใจไปประมาณ 30 นาทีแล้ว ส่งผลให้สมองขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง ตอนมาถึงโรงพยาบาลมาด้วยภาวะสมองตายและพบรอยถูกกระแทกด้วยของแข็งบริเวณศีรษะ เป็นสาเหตุหลักในการเสียชีวิต ซึ่งไม่สอดคล้องกับคำให้การของชายคนสนิทที่บอกว่า แม่กินไซยาไนด์ ฆ่าตัวตาย
หลังเกิดเหตุ เธอและญาติๆเดินทางกลับไปตรวจสอบที่บ้านเช่าดังกล่าว พบคราบเลือดบนที่นอน และมีลักษณะเกล็ดสีขาวกระจายอยู่ทั่วห้อง ดูแล้วผิดปกติไม่ชอบมาพากล จึงตัดสินใจนำโทรศัพท์มือถือของแม่มาตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในบ้าน
ภาพที่ปรากฏในคลิป ทำให้ครอบครัวรับไม่ได้ เพราะแม่เริ่มมีปากเสียงทะเลาะกับชายคนสนิท ตั้งแต่ประมาณ 3 ทุ่มกว่าๆ โดยฝ่ายชายบุกเข้ามาหาแม่ที่บ้าน และมีปากเสียงทะเลาะกันรุนแรง ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพเหตุการณ์ไว้ได้ตลอด มีช่วงหนึ่งทั้งคู่เข้าไปทะเลาะกันในห้องนอน แต่ก็ยังได้ยินเสียงเล็ดลอดออกมา มีช่วงหนึ่งได้ยินเสียงแม่ร้องขอชีวิต ก่อนเสียงจะเงียบหายไป แล้วเสียงผู้ชายพูดว่าไม่ถึงตายหรอก
จากนั้นประตูห้องนอนถูกเปิดออก ชายคนสนิทของแม่ออกมาในสภาพตัวเปลือยเปล่าและลากแม่มากับพื้นในลักษณะเปลือยเปล่าเช่นกัน และภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพนาทีสำคัญได้ ก็คือฝ่ายชายพยายามประคองร่างแม่ขึ้นมานั่งและเหมือนเอาอะไรกรอกปาก คาดว่าน่าจะเป็นยาไซยาไนด์ ซึ่งตอนนั้นแม่มีอาการแน่นิ่งไปก่อนแล้ว และภาพจากกล้องวงจรปิด ขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างเรื่องการฆ่าตัวตายอย่างชัดเจน
ด้วยหลักฐานที่รวบรวมได้ คุณเอจึงเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองสุพรรณบุรี ในช่วงเวลาประมาณตี 4 พร้อมมอบคลิปและพยานหลักฐานให้พนักงานสอบสวน ดำเนินคดีกับชายคนสนิทของแม่ในข้อหาฆาตกรรม เนื่องจากเชื่อว่าเป็นการจัดฉากอำพรางคดี
ต่อมาตำรวจได้เร่งสืบสวนสอบสวน กระทั่งสามารถติดตามจับกุมชายคนดังกล่าวได้ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่ พร้อมแจ้งข้อหาหนัก ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ความผิดเกี่ยวกับเพศ และพิจารณาข้อหาอำพรางศพหรือทำลายพยานหลักฐาน
ขณะเดียวกันได้ส่งศพแม่ ไปชันสูตรอย่างละเอียดที่สถาบันนิติเวช เพื่อยืนยันสาเหตุการตายอย่างเป็นทางการ
ด้านครอบครัวยืนยันจะเดินหน้าติดตามคดีจนถึงที่สุด เพื่อทวงความยุติธรรมให้ผู้เสียชีวิต พร้อมรอผลชันสูตรที่จะเป็นคำตอบสำคัญในคดีสะเทือนขวัญครั้งนี้
ขณะที่น้องสาวผู้ตาย เล่าย้อนว่า คืนเกิดเหตุเธอได้รับโทรศัพท์จากชายคนสนิทของพี่สาว แจ้งว่าพี่สาวกินไซยาไนด์และถูกนำส่งโรงพยาบาลแล้ว ตอนนั้นเธอเชื่อทั้งหมด เพราะอีกฝ่ายเป็นคนโทรมาแจ้งเอง และชายคนสนิทก็อธิบายว่ามีปากเสียงกันเล็กน้อยจากปัญหาหึงหวง และอ้างว่า ที่ส่งโรงพยาบาลช้า เพราะไปถึงพบผู้ตายแก้ผ้าอยู่ในห้อง ก่อนจะรีบใส่เสื้อผ้าให้และพาส่งโรงพยาบาล
เธอยอมรับว่า ตอนนั้นยังไม่ได้เอะใจ เพราะมองผู้ต้องสงสัยในแง่ดี บุคลิกนิ่ง สุขุม ไม่น่าเป็นคนรุนแรง แต่จุดที่เริ่มสงสัยคือคราบเลือดบริเวณปากพี่สาว ขณะถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉิน
หลังจากผู้ตายถูกส่งเข้าห้องไอซียู ญาติได้กลับไปที่บ้านเกิดเหตุเพื่อดูสุนัข กลัวว่า สุนัขของพี่สาวอาจจะไปกินไซยาไนด์ที่ตกค้างอยู่ในบ้าน ซึ่งชายคนสนิทของพี่สาวก็เดินทางไปด้วย แต่เพื่อความปลอดภัยเธอก็บันทึกคลิปสภาพภายในบ้านไว้ทั้งหมด เมื่อเข้าไปในห้องนอน พบเกล็ดสีขาวกระจายบนที่นอน และมีคราบเลือดชัดเจน เมื่อถามฝ่ายชาย ได้คำตอบว่า เป็นเลือดที่เกิดจากการล้วงปากเพื่อเอายาออก
น้องสาว ยอมรับว่า ตอนนั้นมีความสงสัยในตัวชายคนสนิทพี่สาวเพิ่มมากขึ้น แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือเมื่อลูกสาวผู้ตายสามารถปลดล็อกโทรศัพท์มือถือของผู้ตายได้ และเปิดดูภาพจากกล้องวงจรปิด ภาพที่เห็นทำให้ครอบครัวรับไม่ได้ เพราะพบว่าก่อนโทรแจ้งไม่นาน ผู้ต้องสงสัยเข้ามาในบ้านในลักษณะโวยวาย มีปากเสียงรุนแรง และมีพฤติกรรมบังคับผู้ตายถอดเสื้อผ้า ขณะเดียวกันมีช่วงที่ได้ยินเสียงผู้ตายร้องขอชีวิต
แม้จะยังดูคลิปไม่ครบทั้งหมด เพราะสภาพจิตใจไม่พร้อม แต่สิ่งที่เห็นเพียงบางส่วนก็เพียงพอให้เธอตัดสินใจว่า "นี่ไม่ใช่การฆ่าตัวตาย"
น้องสาวของผู้ตาย บอกว่า เวลาประมาณตี 4 ของวันที่ 1 มีนาคม จึงเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองสุพรรณบุรี แจ้งความประสงค์ดำเนินคดีทำร้ายร่างกาย ข่มขืน และพยายามฆ่า รวมถึงแจ้งเรื่องอาวุธปืน ต่อมาร่วมกับตำรวจวางแผนโทรศัพท์ล่อผู้ต้องสงสัยมาที่โรงพยาบาล อ้างว่าจะตัดสินใจถอดเครื่องช่วยหายใจ
เธอยอมรับว่า ณ ตอนนั้น มั่นใจเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าอีกฝ่ายมีส่วนเกี่ยวข้อง เมื่อผู้ต้องสงสัยเดินทางมาตามนัด ตำรวจจึงเชิญตัวไปสอบสวน และขยายผลรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม
ผู้ต้องสงสัยรับสารภาพเพียงข้อหาอาวุธปืน ส่วนข้อหาอื่นยังให้การปฏิเสธทั้งหมด ขณะที่ครอบครัวยืนยันเดินหน้าต่อสู้คดี และ และจะยังไม่เผาศพผู้ตายจนกว่าคดีจะได้รับความเป็นธรรมซึ่งขณะนี้ รอผลชันสูตรอย่างละเอียด
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/cC4BqRbMQgA
แท็กที่เกี่ยวข้อง ไซยาไนด์ ,กล้องวงจรปิด ,ดับปริศนา