อาชญากรรม
เคสดำโรงเบียร์เพิ่มเป็น 32 ศพ - กู้วงจรปิดร้านได้ 100% เห็นชัดนาทีจุดต้นเพลิงควันไฟพุ่ง
1 ชั่วโมงที่แล้ว
6 views
เข้าสู่วันที่ 3 หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" ขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 32 ศพแล้ว และศพล่าสุดที่ได้กลับบ้าน คือ "กวาง ทศกัณฐ์"
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาครอบครัวของพันจ่าอากาศเอก พฤฒิพงษ์ พุดมอญ หรือ กวาง มือคีย์บอร์ดวงทศกัณฐ์ เข้ามาติดต่อขอรับศพที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจแล้ว โดยน้องสาว ยอมรับว่า นี่เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัว วันที่พี่ออกไปทำงานไม่เคยมีใครคาดคิดว่าจะต้องมารับร่างที่ไร้วิญญาณของพี่กลับบ้าน หลังจากนี้อยากให้ทุกคนจำ "จ่ากวาง" ในฐานะนักดนตรี
แม้จะบอกว่ามันเป็นอุบัติเหตุ แต่เกิดจากความความบกพร่องของผู้ประกอบการ ซึ่งต้องให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมส่วนเรื่องเงินเยียวยาเบื้องต้น 1 หมื่นบาทที่ทางฝั่งผู้ประกอบการจะช่วยเหลือก่อน มองว่า มูลค่าเงินมันเทียบกับชีวิตคนไม่ได้ ไม่ว่าจะได้รับเงินเยียวยามากน้อยเพียงไหนก็ไม่สามารถชดเชยเยียวยาความรู้สึกของคนในครอบครัวไปได้
ขณะที่นางสาว วราภรณ์ พลเสดี หนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมครั้งนี้ ก็มาร่วมรับศพเพื่อนรุ่นพี่ที่ต้องจากไปในเหตุการณ์นี้เช่นกัน เธอเล่าว่า วันเกิดเหตุนั่งอยู่บริเวณฝั่งซ้ายหน้าเวที ห่างจากประตูทางเข้าออกประมาณ 10 เมตร ก่อนเกิดไฟไหม้ราว 5-10 นาที ได้กลิ่นแก๊สรุนแรงมาก แล้วระบบไฟหน้าเวทีเกิดขัดข้องคล้ายไฟตก แต่ยังไม่มีใครเอะใจ กระทั่งมีควันทุกคนยังเข้าใจว่าเป็นเอฟเฟกต์ของทางร้าน จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ในร้านตะโกนบอกว่า "ไม่ใช่เอฟเฟกต์ แต่เป็นไฟไหม้" และเริ่มมีกลุ่มควันหนาแน่นพวยพุ่งขึ้นมาจากบริเวณเพดานกลางร้านแถวหน้าเวที ก่อนที่ระบบไฟทั้งหมดในร้านจะดับลง โชคดีที่นั่งใกล้ประตูทางออก จึงหนีออกมาได้ แต่ภาเหตุการณ์ยังฝังอยู่ในใจ ไม่กล้าที่จะดูข่าว ดูคลิปเหตุการณ์ เมื่อไหร่ที่ได้กลิ่นควันหรือเห็นแสงไฟจากรถพยาบาล ยังจิตตกเสมอ หลังจากนี้คงไม่กล้าไปเที่ยวกลางคืนอีก
พลตำรวจตรี วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยว่า วันนี้เจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบร่างผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย ได้แก่ พันจ่าอากาศเอก พฤฒิพงษ์ พุดมอญ หรือ จ่ากวาง มือคีย์บอร์ดวงทศกัณฐ์ / สิบตำรวจตรี สิทธิโชค บุทธิทักษ์ และ น.ส.สุชาวดี อำมาตหิน ซึ่งสาเหตุการเสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากการสำลักควันไฟ นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตบางส่วนที่มีบาดแผลถูกไฟไหม้ตามร่างกายเด่นชัด
ทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตวันนี้อยู่ที่ 32 ราย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 27 ราย และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 5 ราย ขณะนี้สามารถส่งร่างผู้เสียชีวิตคืนให้ครอบครัวได้แล้ว 28 ราย / ผู้บาดเจ็บเคสสีแดง 23 ราย สีเหลือง 12 ราย และสีเขียวกลับบ้านได้แล้ว 40 ราย
ขณะที่เมื่อวานนี้ (14 ก.ค.69) ทนายความของโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว และพี่สาวของเจ้าของร้าน เข้าพบตำรวจ เพื่อมอบเอกสารหลักฐานของร้าน
ช่วงบ่ายวานนี้นาย นิธิรุจน์ เชติยาธีรนันท์ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากร้านอาหารโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน และบอกกับนักข่าวว่า ในนามของร้านและครอบครัวผู้เกี่ยวข้องขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกคนเสียใจมาก และยังไม่พร้อมที่จะเจอกับสื่อมวลชน แต่ทางร้านยืนยันจะเยียวยาผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทุกราย เบื้องต้นกรณีของผู้เสียชีวิตจะจ่ายให้ก่อน 1 หมื่นบาท หลังจากนั้นจะเจรจาเพื่อช่วยเหลือเยียวยาเพิ่มเติม ส่วนคนเจ็บทางร้านมีแผนจะเจรจาเช่นกัน แต่อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียด ขอให้ทุกคนที่ได้รับผลกระทบติดต่อเข้ามาที่ร้านเพื่อเจรจา และหาทางออกร่วมกัน
ทนายยังบอกด้วยว่า เงินก้อนแรกที่เอามาช่วยเหลือเป็นเงินของทางร้านเอง ไม่ใช่เงินประกัน เพราะทางร้านทำประกันเฉพาะทรัพย์สิน ไม่มีประกันที่คุ้มครองชีวิตหรือบุคคลที่บาดเจ็บ และบริษัทประกันยังไม่ได้เข้าประเมินความเสียหายของทรัพย์สิน
ส่วนเรื่องคดีความหากมีความผิดก็พร้อมจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ขณะนี้เจ้าของร้านยังบาดเจ็บสาหัส รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล หากอาการดีขึ้นก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแน่นอน
ด้านพลตำรวจตรี เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เปิดเผยว่า ได้เชิญตัวพี่สาวของนาย สุวิชา เจ้าของร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว มาสอบปากคำ แต่ตัวพี่สาวอาศัยอยู่ จ.ยโสธร ไม่ได้มีชื่ออยู่ในหุ้นจดทะเบียนร้าน ตอนที่มาให้ปากคำก็นำเอกสารพยานหลักฐาน ทั้งสัญญาเช่าและใบอนุญาต สถานประกอบการ มามอบให้กับพนักงานสอบสวนด้วย ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี
หลังจากนี้ต้องรอคงต้องรอผลการตรวจที่เกิดเหตุ สาเหตุการเสียชีวิต เพื่อสรุปคดี และเตรียมแจ้งข้อกล่าวหากับเจ้าของร้านต่อไป
เมื่อวานนี้(14ก.ค.69) ตำรวจพิสูจน์หลักฐานใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมง เข้าตรวจสอบและเก็บหลักฐานในร้านอีกครั้ง เน้นตรวจบริเวณฝ้าเพดานของร้านทั้งหมด โดยเฉพาะโซนเวทีเพื่อหาสาเหตุของเพลิงไหม้ว่าเกิดจากการลัดวงจรหรือไม่ รวมถึงจะดู การวางแผนไฟของร้านทั้งหมด และวัสดุที่ใช้ว่ามีการซ่อมบำรุง หรือมีการใช้วัสดุที่ติดไฟง่ายไหม และจะต้องตรวจคัทเอาท์ด้วย เพราะคำให้การของพยานที่รอดชีวิตหลายคน ยืนยันตรงกันว่า เป็นจุดต้นเพลิงเห็นเปลวไฟและควันพุ่งออกมา
ทีมข่าวสังเกตเห็นว่าเจ้าหน้าที่ได้นําหลักฐานหลายชิ้นไปตรวจสอบ เช่น ฝ้าเพดาน แผงวงจรไฟฟ้า คัทเอาท์ นอกจากนี้ยังมีเซิร์ฟเวอร์วงจรปิดที่สามารถกู้ไฟล์ได้แล้ว 100% ถูกนำไปส่งให้พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธินด้วย ซึ่งน่าจะเป็นพยานหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะทำให้ระบุสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ได้ชัดเจนขึ้น
ขณะที่บรรยากาศหน้าร้านวันนี้มีเครือข่ายภาคประชาชนได้นำดอกไม้สีขาวมาร่วมแสดงความไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตทั้ง 32 คน และเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งจัดระเบียบสถานบริการทั่วประเทศ จัดระบบโซนนิ่งให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง รวมถึงผลักดันการแก้ไขพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม และทบทวนนโยบายขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและเหตุร้ายในอนาคต