อาชญากรรม

2 เฒ่าแจ้งจับลูกชายฮุบเงินล้าน เจ้าตัวโต้ไม่ได้เอาไป อ้างแค่ดูแลให้ กลัวถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอก

โดย paweena_c

1 ธ.ค. 2566

172 views

สองสามีภรรยาวัย 80 กว่า ชวนกันขึ้นโรงพัก แจ้งความจับลูกชายข้อหาฮุบเงินล้าน ด้านลูกชายโต้ไม่ได้เอาไป ส่งเงินให้ใช้ทุกเดือน ที่ยึดไว้เพราะกลัวพ่อถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอก

ผู้ร้องเรียนชื่อ นายนพพงศ์ อายุ 87 ปี พร้อมภรรยา ชื่อนางเซาะเค็ง อายุ 86 ปี เป็นชาว จ.สิงห์บุรี ได้ช่วยกันพยุงร่างพากันไปแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.สถาพร บุตตะกะ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสิงห์บุรี

นายนพพงศ์ เล่าว่า ก่อนหน้านี้เปิดร้านจำหน่ายเสื้อผ้า ชื่อร้านยีนชอฟ มีลูกชายทั้งหมด 4 คน พอลูกๆ โต ต่างแยกย้ายไปมีครอบครัวกันหมด ตนจึงได้อาศัยอยู่กับภรรยาสองคนที่ร้านดังกล่าว และเมื่อหลายสิบปีก่อนโชคดีถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ได้เงินมาประมาณ 4 ล้าน จึงเลิกกิจการเนื่องจากอายุมากแล้ว และยังพอมีเงินเหลือจากการถูกลอตเตอรี่ไว้ใช้ในปั้นปลายชีวิต

และเมื่อปี 2561 ได้นำเงินจำนวน 1 ล้าน ไปซื้อสลากออมสินในชื่อของภรรยา ต่อมาปี 2562 ภรรยาประสบอุบัติเหตุหกล้มกระดูกต้นขาหัก ต้องเข้ารับการผ่าตัด ไม่สามารถยืนหรือเดินได้ด้วยตัวเอง ซึ่งในช่วงรักษาตัวนายวิโรจน์ ลูกชายคนโต ได้มารับแม่ไปดูแล และพักอาศัยอยู่ด้วยกันที่จังหวัดลำปาง

ต่อมาเมื่อต้นปี 2566 ลูกชายได้นำแม่กลับมาอยู่บ้านที่ จ.สิงห์บุรี กระทั่งเดือนกรกฏาคมปีเดียวกัน (2566) ตนมาพบว่า ลูกชายได้นำเงินของภรรยามาซื้อสลากออมสินเพิ่มอีก 1 ล้าน รวมเป็นเงิน 2 ล้าน พร้อมเปลี่ยนชื่อผู้ฝาก จากภรรยา เป็นชื่อลูกชายแทน นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินของภรรยาหายไปอีกหลายรายการ อย่างเช่น สร้อยทอง แหวนเพชร กำไล ตุ้มหู และพระเลี่ยมทอง เป็นต้น

และที่ตนร้องเรียนเพราะทุกวันนี้ตนอาศัยอยู่กับภรรยาเพียงสองคน ต้องคอยดูแลภรรยาที่เดินไม่ได้ หูก็ไม่ค่อยได้ยิน ขณะที่ลูกชายจะส่งเงินมาให้ใช้เดือนละ 10,000 บาท ตนยอมรับว่า เงินที่ลูกชายส่งมาให้ใช้นั้น ไม่พอเพียงต่อการดำรงชีพ เพราะทั้งตนและภรรยา ต่างก็ชรา เดินเหินลำบาก อาหารการกินก็ต้องจ้างวานให้เพื่อนบ้านไปซื้อหามาให้ เงินที่มีอยู่ 2 ล้าน อยากให้ลูกชายนำมาคืน 1 ล้าน เพื่อให้ตนและภรรยาได้ใช้ในปั้นปลายชีวิต ส่วนที่เหลืออีก 1 ล้าน ตนยกให้ลูกๆ ทั้ง 4 คน

ทั้งนี้ตนเชื่อว่าเงินจำนวน 1 ล้าน ตนและภรรยาใช้ไม่หมดคงต้องตายก่อน ซึ่งหากถึงเวลานั้นมีเงินเหลือเท่าไร ก็ให้ลูกๆ ทั้ง 4 คน นำมาจัดสรรแบ่งกันไป

ต่อมาผู้สื่อข่าว โทรศัพท์ไปสอบถามกับนายวิโรจน์ บอกว่า ที่ผ่านมาพ่อมีพฤติกรรมงมงายเกี่ยวกับเรื่องเหล็กไหล ทำให้ตลอดหลายสิบปี พ่อสูญเงินไปจำนวนมาก จนน้องๆ เห็นว่าถ้าเงินอยู่ที่พ่อก็คงจะหมดตัว ขณะที่แม่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ตนจึงทำหน้าที่ดูแลทรัพย์สินแทนทั้งหมด และที่ผ่านมาตนต้องการนำแม่มาดูแล แต่ถูกพ่อปฏิเสธ จึงทำได้แค่เพียงส่งเงินให้ใช้ทุกเดือน แต่ดูเหมือนพ่อต้องการนำเงินไปใช้ในส่วนที่ไม่เป็นประโยชน์จึงนำเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างร้องเรียน

ล่าสุดผู้สื่อข่าว เดินทางไปพบกับ นายนพพงศ์ อีกครั้ง เพื่อสอบถามถึงสาเหตุที่ลูกชายบอกว่า ไม่ได้เอาทรัพย์สินของพ่อแม่ไป แค่ดูแลให้เท่านั้น นายนพพงศ์ ยืนยันว่าถ้าลูกชายไม่นำทรัพย์สินมาคืนทั้งหมด ตนจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และวันจันทร์นี้จะไปให้ปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีอีกครั้ง


รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/VAho26I7JEw


คุณอาจสนใจ

Related News