อาชญากรรม

สาวเล่าประสบการณ์โดนแท็กซี่ลวนลาม - ขโมยมือถือ

โดย attayuth_b

18 พ.ย. 2565

226 views

หญิงสาวเล่าประสบการณ์ โดนแท็กซี่ลวนลาม ขโมยโทรศัพท์มือถือ  ต้องเดินเรื่อง 2 สน. แถมโดน ตร.ถามทำไมยอมลงจากรถ  

จากกรณีที่มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่ง โพสต์บอกเล่าเรื่องราวหลังจากถูกผู้ขับขี่รถแท็กซี่สาธารณะลวนลามและขโมยโทรศัพท์มือถือไปหลังจากที่เจ้าของโพสต์มีการใช้บริการรถแท็กซี่คันดังกล่าวขึ้นจากบริเวณถนนข้าวสารเพื่อจะกลับสู่บ้านพักในย่านงามวงศ์วาน เหตุเกิดในช่วงกลางดึกของวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ทีมข่าวได้ติดต่อไปพูดคุยกับผู้เสียหายได้เล่าให้ฟังว่า เหตุการณ์ที่ตนเองนำไปโพสต์บอกเล่าเกิดขึ้น ในช่วงเวลาประมาณ 04:00 น. ของวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ขนาดนั้นตนเองได้เรียกรถแท็กซี่คันดังกล่าวจากบริเวณถนนข้าวสารเพื่อจะเดินทางกลับบ้านพักบริเวณใกล้เคียงกลับเดอะมอลล์งามวงศ์วาน

ซึ่งระหว่างที่ขึ้นรถตนเองได้ นั่งอยู่บริเวณเบาะหลังช่วงตรงกลาง และใช้โทรศัพท์ติดต่อพูดคุยกับน้องสาวก่อนที่จะนำมาวางไว้บริเวณตัก ก่อนที่ระหว่างทางจะมีเผลอตัวหลับไปบ้างด้วยความง่วง ก่อนที่ตนเองจะมารู้สึกตัวว่ามีคนกำลังจับหน้าอกและลูบบริเวณต้นขา จึงสะดุ้งรู้สึกตัวขึ้นและสอบถามกับทางผู้ขับขี่ว่าทำอะไร ซึ่งผู้ขับขี่รถแท็กซี่สาธารณะไม่ได้ตอบคำถามเพียงแต่ขับเลยจากหน้าเดอะมอลล์วงศ์วานไปแล้วแจ้งว่าให้ตนเองลงจากรถซึ่งตนเองได้ตรวจสอบทรัพย์สินบนร่างกายพบว่าโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บริเวณตักของตนเองหายไปจึงมีการสอบถามกับรถแท็กซี่ว่าให้คืนโทรศัพท์มือถือของตนเองมาก่อนตนเองจึงจะยอมลงจากรถแต่ผู้ขับขี่กลับปฏิเสธอ้างว่าตนเองเมาและไม่ได้เอาโทรศัพท์ขึ้นมาบนรถ ตั้งแต่แรกพร้อมทั้งพยามไล่ให้ตนเองลงจากรถ ด้วยความกลัวว่าจะถูกทำร้ายตนเองจึงยอมลงจากรถและตัดสินใจเข้าแจ้งความกับตำรวจโดยเริ่มจากที่ สน. ชนะสงคราม

ซึ่งตำรวจได้ออกใบขอคัดสำเนากล้องวงจรปิดและลงบันทึกประจำวันไว้พร้อมกับแจ้งว่าในส่วนของคดีต้องไปทำการแจ้งความที่สภ.รัตนาธิเบศร์ ซึ่งเป็นเจ้าของที่จุดที่ตนเองโดนทิ้ง แต่เมื่อตนเองเดินทางมาแจ้งความที่ สน. รัตนาธิเบศร์ ทางตำรวจกลับให้ลงบันทึกประจำวันไว้และสอบถามกับตนเองเพียงว่าทำไมจึงยอมลงจากรถ ซึ่งตนเองได้พยายามชี้แจงแล้วหลายครั้งว่าหวาดกลัวว่าถ้าไม่ทำตามจะถูกทำร้ายเพราะตนเองเป็นผู้หญิงที่ขึ้นรถเพียงลำพังซึ่งตอนนั้นเป็นตอนกลางคืนแต่ทางตำรวจก็ไม่ดำเนินการใดๆให้ ตนเองจึงตัดสินใจนำเรื่องราวมาโพสต์แจ้งเตือนคนอื่นให้ระวังตัวไว้โดยตนเองจำได้เพียงว่ารถแท็กซี่คันดังกล่าวเป็นรถแท็กซี่สาธารณะสีเขียวคาดเหลืองส่วนเรื่องทะเบียนตนเองจำไม่ได้ซึ่งจากตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดของทางกรุงเทพมหานครอีกครั้งที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการนำไฟล์บันทึกที่ได้มาจากทางสำนักงานเขตมาทำการตรวจสอบ แต่ตนเองอยากให้ทางตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือกับผู้ที่ประสบเหตุลักษณะแบบเดียวกับตนเพราะแม้ว่าจะเป็นเรื่องแค่โทรศัพท์มือถือหายแต่ก็เป็นทรัพย์สินของตนเองที่มีมูลค่าสูงถึง 40,000 บาทอาจจะไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยสำหรับใครหลายคนรวมถึงตนเอง ประกอบกับตนเองยังเคยไปขอให้ทางค่ายโทรศัพท์มือถือค่ายหนึ่งที่ตนเองใช้บริการอยู่ช่วยตรวจสอบ พิกัดที่อยู่ของมือถือกลับได้คำตอบจากทางพนักงานว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนสำคัญไม่สามารถดำเนินการให้ได้จึงอยากขอฝากไปถึงผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ว่าขอให้ช่วยเหลือลูกค้าเช่นตนเองด้วย

ความคืบหน้าทางคดีทีมข่าวได้ติดต่อไปสอบถามที่ พันตำรวจเอกเมษนนท์ นาขวัญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์ โดย ระบุว่าในเบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานจากทางพนักงานสอบสวนแต่หลังจากทราบข่าวจากทางทีมข่าวช่อง 3 จะสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนประสานไปที่ผู้เสียหายเพื่อสอบถามข้อมูลในรายละเอียดของทางคดีทันทีเพื่อให้นำหลักฐานดังกล่าวมาใช้ในการติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุรายนี้ พร้อมยืนยันว่าจะกำชับให้ฝ่ายสืบสวนและพนักงานสอบสวนเร่งรัดในการช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินคดีนี้อย่างรวดเร็ว

คุณอาจสนใจ

Related News