ในประเทศ

อาจต้องพับโครงการ "วัคซีนโควิดแบบพ่นจมูก" ฝีมือคนไทย ไม่มีทุนวิจัยต่อ

11 พ.ย. 2564

657 view

ข่าว 3 มิติ

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 22.35 - 23.05 น. | วันเสาร์-อาทิตย์ : 22.30 - 23.00 น.

ไอโอเทค ประกาศความสำเร็จวัคซีนโควิด "แบบพ่นจมูก" ของนักวิจัยไทย แต่พบปัญหาไม่มีทุนวิจัยต่อ


ความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 แบบพ่นจมูก แนสแว็ก ฝีมือนักวิจัยไทยจากไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช.


ล่าสุดได้ปรับปรุงสูตรรองรับการกลายพันธุ์ของเชื้อสายพันธุ์เดลต้าไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังติดปัญหาที่ขณะนี้ไม่มีทุนวิจัย มาสนับสนุนการการพัฒนาในเฟสต่อไปได้ จากข้อกำหนดด้านการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐที่ต้องรอปีงบประมาณถัดไป ซึ่งหากโครงการนี้ไม่สามารถดำเนินต่อได้ตามกรอบระยะเวลาที่วางแผนไว้ ก็อาจทำให้การพัฒนาวัคซีนโดยคนไทยตัวนี้ต้องล่าช้าออกไป และอาจต้องพับโครงการนี้ไป


NASTVAC คือวัคซีนป้องกันโควิด-19 แบบพ่นจมูกตัวแรกของไทย พัฒนาขึ้นโดยนักวิจัยจากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ หรือ ไบโอเทค สวทช. เป็นวัคซีนเทคโนโลยีไวรัลเวคเตอร์ หรือ ไวรัสเป็นพาหะ ชนิด adeno virus


ผ่านการทดสอบทางคลินิกในสัตว์ทดลองแล้วตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งพบว่ามีประสิทธิภาพป้องกันไวรัสสายพันธุ์ดั้งเดิมได้ถึง 100% แถมกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้เร็วกว่าวิธีการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ป้องกันการติดและแพร่กระจายของเชื้อได้ทั้งระบบทางเดินหายใจ อยู่ได้นาน 3-6 เดือน


และทันทีที่ไบโอเทค ประกาศความสำเร็จของวัคซีนตัวแรก เพียง 2 สัปดาห์ต่อมา ทีมวิจัยก็ได้วัคซีนสูตรสำหรับสายพันธุ์เดลต้าโดยเฉพาะเพิ่มอีก 1 สูตร ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบประสิทธิภาพและประสิทธิผลในสัตว์ทดลอง ซึ่งคาดว่าจะทราบผลในช่วงเดือนหน้านี้


แม้ขั้นตอนวิจัยในช่วงแรกจะมีความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว แต่เราก็เห็นภาพประชาสัมพันธ์ขอรับเงินทุนสนับสนุนเพื่อการทดสอบวัคซีนโควิด-19 แนสแว็ก ถูกเผยแพร่ออกมาจาก สวทช. เพื่อระดมทุนจากทุกภาคส่วนสานต่องานวิจัยนี้


ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผอ. กลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ไบโอเทค สวทช. ยอมรับว่า โครงการนี้กำลังขาดทุนวิจัยและพัฒนาต่อในขั้นการผลิตวัคซีนมาใช้ทดสอบในคน ซึ่งต้องผ่านเงื่อนไขของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.


ขณะที่ทุนวิจัยก้อนแรกที่ได้รับ จำนวน 150 ล้าน ถูกจัดสรรไปกับโครงการพัฒนาวัคซีนแบบพ่นจมูกรุ่นแรกตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา และเพิ่งหมดปีงบประมาณการจัดสรรจากภาครัฐ ทำให้โครงการต้องหยุดชงักไป จึงจำเป็นต้องประกาศขอรับเงินสนับสนุนจากภาคเอกชนและประชาชน เพื่อไม่ให้โครงการล่าช้าออกไปอีกอย่างน้อย 1 ปี


ดร.อนันต์ ระบุว่า ปัจจุบันทีมวิจัยวัคซีนโควิด-19 ของไทยเกือบทั้งหมดกำลังประสบปัญหาด้านทุนวิจัย ที่ไม่ว่าจะวางแผนงานพัฒนาไว้รัดกุมเพียงใด ก็ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ เนื่องจากการขาดงบประมาณสนับสนุนและพัฒนาที่ต่อเนื่อง


หากการพัฒนาวัคซีนแบบพ่นจมูก NASTVAC ของไบโอเทค ดำเนินต่อได้ตามกรอบระยะเวลาที่วางไว้ การทดสอบทางคลินิกในเฟส 2 ก็จะเสร็จสิ้นในช่วงกลางปี 2565 จากนั้นก็สามารถตัดสินใจได้ว่าจะเพิ่มการทดสอบในเฟส 3 หรือ จะผลิตวัคซีนมาให้คนไทยได้ใช้ทันทีในราคาต้นทุนโดสละ 30 บาทเท่านั้น เนื่องจากหลายประเทศเริ่มใช้วัคซีนชนิดนี้แล้ว


ผู้ที่สนใจร่วมสนับสนุนเงินทุนวัคซีน แนสแว็ก สามารถบริจาคเงินผ่านบัญชีออมทรัพย์ธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชี เงินบริจาคกองทุนเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 080-013324-1 โดยระบุข้อความบริจาควัคซีนโควิด-19 ในสลิปการโอน และส่งหลักฐานมาที่ LINE : @NASTVACFORTHAI ได้ทันที






ข่าวยอดนิยม