ในประเทศ

อิทธิพลพายุ 'เตี้ยนหมู่' ทำน้ำท่วมหลายจังหวัด บางพื้นที่เริ่มคลี่คลาย ส่วนจุดรับน้ำต่อเริ่มได้รับผลกระทบ

27 ก.ย. 2564

36 view

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

ออกอากาศ : วันจันทร์-ศุกร์ : 11.20 - 12.35 น.

สถานการณ์น้ำท่วมในต่างจังหวัด หลังจากได้รับอิทธิพลจากพายุเตี้ยนหมู่ บางจุดที่วิกฤตก่อนหน้านี้ วันนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง แต่บางจุดที่รับน้ำต่อเริ่มได้รับผลกระทบแล้ว


สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดลพบุรี ได้เริ่มขยายวงกว้างมากขึ้น หลังจากมีมวลน้ำไหลเข้าท่วมในหลายอำเภอ โดยที่อำเภอบ้านหมี่ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา บริเวณถนนสายโคกสำโรง-บ้านหมี่ ช่วงตำบลบางกระพี้ มีกระแสน้ำที่ไหลแรงมาก และมีหนุ่มขี่รถมอเตอร์ไซค์ฝ่ากระแสน้ำ ทำให้ถูกพัดตกถนน เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างอาริโย ได้จัดชุดลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย


ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดในพื้นที่อำเภอลำสนธิ ยังคงมีน้ำท่วมขังใน 3 ตำบล คือ ตำบลกุดตาเพชร ลำสนธิ และหนองรี แต่สถานการณ์โดยรวมเริ่มผ่อนคลายหลังจากฝนไม่ตกลงมาในพื้นที่ แต่ระดับน้ำก็ยังคงท่วมขังในระดับที่สูงอยู่ รวมถึงถนนสายชัยบาดาลเทพสถิต ตั้งแต่ช่วงก่อนถึงตลาดหนองรี ยังคงมีน้ำท่วมอยู่ในระดับสูงเกือบ 1 เมตร ทำให้รถเล็กยังไม่สามารถสัญจรได้ ซึ่งทางนายนิวัต รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้ให้รถจากหน่วยทหารต่างๆ และรถจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย คอยรับส่งประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ


ทางภาคอีสาน อีกจุดที่ชาวบ้านกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก คือที่จังหวัดนครราชสีมา หลังจากเมื่อวานนี้ (26 ก.ย.) มีข่าวว่าอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง อำเภอโนนไทย แตก


ซึ่งต่อมาทางเฟซบุ๊กของชลประทานนครราชสีมา ได้โพสต์ยืนยัน อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง "ยังไม่แตก" พร้อมระบุว่าเนื่องจากปัจจุบันอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ตอนล่าง มีระดับน้ำเก็บกักเกินกว่าความจุดอ่างทั้งหมด ทำให้มีน้ำส่วนเกินไหลล้นผ่านทางระบายน้ำล้นฉุกเฉิน หรือสปิลเวย์ ทำให้ทำนบชั่วคราวของพื้นที่ก่อสร้างข้างประตูอ่างพังเสียหาย ความกว้างประมาณ 15 เมตร โดยล่าสุดระดับน้ำเก็บกักอยู่ที่ 45 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 164% ของความจุอ่างทั้งหมด


ทางนายกิติกุล เสภาศีราภรณ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานนครราชสีมา กล่าวว่า ทางชลประทานได้ใช้ช่องทางทำนบดินที่พังลงเพิ่มการระบายน้ำออกจากอ่าง แทนที่จะต้องใช้รถแบคโฮตัดคันดินระบายน้ำ ทั้งนี้เพื่อต้องการให้ปริมาณน้ำไหลออกเท่ากับ หรือมากกว่าปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่าง เพื่อรักษาความปลอดภัยของอ่างเก็บน้ำ โดยขณะนี้คาดว่ายังคงมีมวลน้ำที่ไหลมาจากจังหวัดชัยภูมิ และอำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา กำลังไหลเติมเข้าอ่างอีกมากกว่า 100 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ขอยืนยันว่ายังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้


ขณะเดียวกันเช้าวันนี้ (27 ก.ย.) ชาวบ้านในพื้นที่จำนวนมากได้พากันแห่ออกไปดูคันดินของอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ตอนล่าง ที่พังเสียหาย โดยชาวบ้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การระบายน้ำออกจากอ่างอย่างที่เห็น รวมถึงคันดินผนังกั้นน้ำที่พังเสียหายเช่นนี้ ชาวบ้านก็เรียกกันว่าอ่างแตก


และขณะนี้น้ำจากลำน้ำเชียงไกรได้ไหลแรงล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมหมู่บ้านในพื้นที่ท้ายอ่างแล้ว อย่างเช่นพื้นที่ 3 ตำบลของอำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ประกอบด้วย ตำบลจันอัด ตำบลเมืองปราสาท และตำบลลำมูล บ้านเรือนหลายสิบหลัง คาเรือน รวมทั้งวัดกว่า 50 เซนติเมตร เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำอยู่ติดกับลำน้ำลำเชียงไกร


ขณะนี้ทางจังหวัดนครราชสีมา ได้ประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่บริเวณพื้นที่ด้านท้ายอ่าง 8 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอโนนไทย อำเภอพระทองคำ อำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอโนนสูง อำเภอพิมาย อำเภอชุมพวง อำเภอลำทะเมนชัย และอำเภอเมืองยาง โดยแจ้งเตือนประชาชนอยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายสูง ให้อพยพไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำให้เก็บสิ่งของขึ้นไว้บนที่สูงกว่าที่เคย

ข่าวยอดนิยม