พระราชสำนัก

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงติดตามโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนฯ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จ.อุตรดิตถ์

25 ส.ค. 2564

20 view

ข่าวในพระราชสำนัก

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 20.05 - 20.20 น. | วันเสาร์-อาทิตย์ : 19.55 - 20.15 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนตามพระราชดำริ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ออนไลน์


วันนี้เวลา 08.57 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออก ณ วังสระปทุม ทรงติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชน ตามพระราชดำริ ที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบุญธรรม-บุญพริ้ง อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์)


โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดำริ เฝ้าทูลละอองพระบาท ณ ที่ตั้ง รวม 16 หน่วยงาน อาทิ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ, กรมชลประทาน, กรมอนามัย, กรมส่งเสริมการเกษตร, กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมสุขภาพจิต ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019


โรงเรียนแห่งนี้ให้การศึกษาแก่เด็กในระดับชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษา รวม 64 คน เน้นการจัดการเรียนการสอนการศึกษาแบบบูรณาการ อาทิ วิชาภาษาไทย ใช้บัตรคำ เพลง และนิทาน เป็นสื่อการเรียนการสอน ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ให้การสนับสนุนการผลิตสื่อ ตลอดจนจัดอบรมครูอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำความรู้ไปปรับใช้พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนที่ยังอ่านเขียนไม่คล่อง


ทั้งนี้โรงเรียนเป็น 1 ใน 219 โรงเรียนสังกัดโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ที่ดำเนินโครงการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (ชั้นอนุบาล1-3) ตามพระราชดําริ และเป็นโรงโรงเรียนนำร่องในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งกรมสุขภาพจิต สนองพระราชดำริ ในการแก้ไขปัญหาพัฒนาการของเด็กปฐมวัย โดยใช้กิจกรรม ’Triple P’ และฝึกอบรมครู ทีมสาธารณสุข ผู้ปกครอง เพื่อส่งเสริมพัฒนาการ เสริมสร้างทักษะทางอารมณ์ สังคม และสติปัญญา ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ได้แจกใบงานให้ผู้ปกครองส่งเสริมพัฒนาการที่บ้านอย่างต่อเนื่อง


นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรมสวนพฤษศาตร์โรงเรียน ตามโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รวบรวมพันธุ์ไม้ในโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนรู้จักพันธุ์ไม้พื้นถิ่น และปลูกจิตสำนึกในการหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ ตามแนวพระราชดำริที่พระราชทานไว้เมื่อปี 2559 โดยปลูกต้นมะแข่วน และผักเชียงดา เพื่อให้นักเรียนศึกษา และนำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ อาทิ การทำน้ำสมุนไพร ส่วนกิจกรรมเกษตร มีการขยายผลจากโรงเรียนสู่ชุมชน ทำให้ทุกครัวเรือนมีผลผลิตไว้บริโภค ลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้จากการจำหน่าย


โอกาสนี้ ได้มีพระราชดำรัส ในเรื่องการส่งเสริมให้มีการปลูกพืชผสมผสาน แทนการปลูกพืชเชิงเดี่ยว พร้อมส่งเสริมการแปรรูป เพื่อเพิ่มรายได้ อีกทั้งเปิดโอกาสให้นักเรียน ศิษย์เก่า ผู้ปกครอง และชาวบ้านทั่วไป ได้เข้ามาศึกษาหาความรู้จากห้องสมุดโรงเรียน และช่วยเหลือกันในการดูแลสุขอนามัย


จากนั้น เวลา 13.10 น. เสด็จออก ณ วังสระปทุม ทรงติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชน ตามพระราชดำริ ที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนยอดโพธิ์ทอง 1 อำเภอบ้านโคก ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์) ซึ่งเป็นโรงเรียนสาขา ของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบุญธรรม-บุญพริ้ง สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 31 กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3 ปัจจุบันเปิดสอนระดับชั้นอนุบาล ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน 42 คน มีนักเรียนในพระราชานุเคราะห์กำลังศึกษา 9 คน


โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการสาธิตการสอนวิชาภาษาอังกฤษชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เรื่องการบอกทิศทาง รูปแบบ Active learning ที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม หลังจากได้รับการสนับสนุนครู จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาช่วยสอน ทำให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจภาษาอังกฤษดีขึ้น


ส่วนผลการประเมิน NT ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และผลการประเมิน O-NET ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในกลุ่มสาระวิชามีคะแนนเฉลี่ยไม่ถึงเกณฑ์ แก้ไขโดยจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ ร่วมกับการใช้สื่อ 60 พรรษา และให้นักเรียนฝึกทำข้อสอบ ได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ในการจัดอบรมครู เพิ่มศักยภาพการสอน โรงเรียนยังให้ความสำคัญด้านจริยธรรม โดยจัดกิจกรรมสวดมนต์ไหว้พระทุกวัน และกิจกรรมน้องเคารพพี่


โรงเรียนแห่งนี้ เป็นโรงเรียนตชด.แห่งแรก ที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริ ให้นำกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนมาดำเนินการ ตั้งแต่ปี 2534 ด้วยทรงเห็นความสำคัญของการปลูกฝังหลักการสหกรณ์แก่เด็กและเยาวชน โดยเริ่มจากโรงเรียนเป็นอันดับแรก จะก่อให้เกิดความร่วมมือในกลุ่มของนักเรียน ตลอดจนครู และประชาชนในท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ปัจจุบันนักเรียนมีความสามารถทำบัญชีได้อย่างเป็นระบบ ลงบันทึกได้อย่างถูกต้อง ทำให้ได้รับรางวัลชนะเลิศการบันทึกบัญชีสหกรณ์ ปี 2563 และรางวัลชนะเลิศบันทึกรายงานการประชุมสหกรณ์ ระดับจังหวัด ในปี 2564


ส่วนกิจกรรมห้องสมุด ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ได้จำกัดคนเข้าห้องสมุด และเน้นให้ยืมหนังสือไปอ่านที่บ้าน ด้านกิจกรรมการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน มีผลผลิตประเภทเนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้เพียงพอ ในด้านวิชาเกษตร ให้นักเรียนเรียนรู้การปลูกผักกินใบ ผักเถาเครือ เพาะเห็ด เลี้ยงปลาดุกบ่อดิน เลี้ยงไก่ไข่ และขยายผลให้กับผู้ที่สนใจ ปีที่ผ่านมามีผู้เข้ามาเรียนรู้ 240 คน


กิจกรรมการงานอาชีพ ได้รับความมือจากวิทยาลัยการอาชีพรัตนประสิทธิ์วิทย์ สอน "การทําคุกกี้เนยสดกล้วยตาก" ส่งขายสหกรณ์ และกิจกรรมการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ได้นำไม้ไผ่มาทําไม้กวาดใช้ในโรงเรียน ครัวเรือน และทํากระปุกออมสินจากกระบอกไม้ไผ่ รวมทั้งสอนการประดิษฐ์แจกันจากเศษผ้า ซึ่งสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และต่อยอดได้ในอนาคต


โอกาสนี้ ได้มีพระราชดำรัส ทรงห่วงใยเรื่องการประกอบอาชีพ และความเป็นอยู่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ต้องพยายามปรับตัวให้ผ่านพ้นสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ นอกจากนี้ยังทรงห่วงเรื่องการศึกษาของนักเรียน ซึ่งที่ผ่านมา ทั้ง 3 วัน 3 จังหวัด รวม 6 โรงเรียน สามารถดำเนินงานได้ดี

ข่าวยอดนิยม