การเมือง

จะอยู่กันยังไง?! ส่องชีวิตคนหาเช้ากินค่ำสุดเปราะบาง ‘ชุมชนวัดดวงแข’ เผชิญวิกฤตโควิด-19

12 พ.ค. 2564

91 view

CH3ThailandNews

สรุปครบจบทุกประเด็นข่าว กับ CH3ThailandNews

เป็นอีกมุมของความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19 วันนี้ทีมข่าวการเมืองช่อง3 ของเราลงพื้นที่สำรวจความเป็นอยู่ของคนหาเช้ากินค่ำ ชุมชนวัดดวงแข ชุมชนที่นี้กำลังเดือดร้อนอย่างมากต้องการให้ภาครัฐยื่นมือช่วยเหลือโดยด่วน



สภาพความเป็นอยู่ของชุมชนวัดดวงแข ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับสถานีรถไฟหัวลำโพง เป็นชุมชนค่อนข้างแออัด มีชาวบ้านอาศัยราว 300 หลังคาเรือน ปัญหาสำคัญของผู้คนที่นี่คือ คนส่วนใหญ่ในชุมชนทำอาชีพค้าขายหาบเร่ตามสถานีรถไฟหัวลำโพง แต่ช่วงนี้รถไฟหยุดเดิน ขาดรายได้หาเลี้ยงครอบครัว เปลี่ยนสถานขายก็ไม่มีคนซื้อ บางคนบอกกับทีมข่าวว่าบางวันหารายได้ ได้เพียง 29 บาท พยายามดิ้นรนรับจ้างซักผ้าเก็บขวดขายเพื่อหาเงินวันละ 100-200 บาท ไม่ได้อยู่นิ่งเฉย เพราะต้อง สู้กับค่าเช่าบ้านเดือนละ 2000-3000 บาท บางบ้านมีผู้สูงอายุ ผู้พิการ ด้วยจะออกไปหาอะไรทำให้ได้เงินมาประทังชีวิตก็ยากลำบาก



เช่นเดียวกับคุณยายวัย73 รายนี้ เปิดเผยว่าตนเองใช้ชีวิตอยู่คนเดียวมีเพื่อบ้านในชุมชนช่วยกันดูแล และยังพยายามหาบเร่ขายของกับรถไฟบางขบวนที่ยังเดินรถอยู่แต่ก็ขายไม่ได้ บางครั้งหมดหนทางถึงขั้นต้องไปกู้เงินนอกระบบ ดอกเบี้ยร้อยละ20มาชำระค่าเช่าบ้าน ซ้ำเติมสภาพความเป็นอยู่หนักขึ้นอีก




ด้าน คุณกาญจนศิริ คำรื่น ประธานชุมชนวัดดวงแข บอกว่าสิ่งที่ห่วงมากขณะนี้คือโรคโควิด19 มีคนในชุมชนติดเชื้อแล้ว 6 คน ไปรับเชื้อมาจากนอกชุมชน จึงกลัวว่าจะยังมีคนติดเชื้ออีกและจะกลายเป็นคลัสเตอร์แบบชุมชนคลองเตย บางบ้านยังมีการกักตัวผู้ที่มีความเสี่ยงอยู่ จึงเรียกร้องหน่วยงานช่วยลงพื้นที่มาตรวจเชิงรุก เพื่อป้องกันการระบาดในชุมชนเพราะเป็นชุมชนแออัด รวมถึงขอให้ภาครัฐเยียวยาคนตกงาน และผู้สูงอายุที่ยังไม่เข้าถึงสวัสดิการของรัฐจำนวนมากในชุมชน เรียกร้องให้เยียวถึงตัวประชาชนเพราะบางคนไม่มีสมาร์ทโฟน ไม่มีความรู้เรื่องระบบที่ซับซ้อน ต้องการเงินสดมาเยียวยามากกว่า นอกจากนี้หลายคนยังขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันโรค และยังไม่เข้าใจถึงความสำคัญในการฉีดวัคซีนบางคนกลัวผลข้างเคียง จึงอยากให้หน่วยงานที่มีความรู้ช่วยมาประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับประชาชนด้วย




น.ส.เสาวรัตน์ ประดาห์ เจ้าหน้าที่มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก ซึ่งเป็นภาคประชาสังคมในพื้นที่ กล่าวว่าคนที่นี่ส่วนใหญ่หารายได้เป็นรายวันทำให้ขาดรายได้ทำให้มูลนิธิและภาคประชาสังคมต้องช่วยเหลือมอบข้าวสารอาหารแห้ง ส่วนตัวเข้าใจว่าภาครัฐก็พยายามแก้ปัญหาแต่อาจจะยังไม่ทั่วถึงดังนั้นตอนนี้มูลนิธิและประธานชุมชนเองก็พยายามหาทางว่าจะทำอย่างไรให้ข้อมูลปัญหาเข้าถึงหน่วยงานภาครัฐได้รับทราบด้วยเพราะเข้าใจว่าภาครัฐคงมีงานล้นมือ ส่วนสถานการณ์การโควิด-19ในชุมชนก็มีมาตรการดูแลกันเองอย่างเข้มงวดทุกคนตื่นตัวป้องกันการแพร่ระบาดของโรค




อย่างไรก็ตามเมื่อวานนี้โครงการเรื่องเล่าแบ่งปันก็ได้ลงพื้นที่ไปช่วยเหลือแบ่งปันอาหารบรรเทาสถานการณ์บางส่วนแล้ว ซึ่งชุมชนยังต้องการความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องและเชื่อว่าชุมชนแบบนี้ไม่ได้มีชุมชนเดียวในกรุงเทพมหานคร จำเป็นที่หน่วยงานภาครัฐช่วยเหลือเยียวยาให้เข้าถึงคนอย่างทั่วถึง Ch3ThailandNews ขอส่งกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังเผชิญวิกฤตโควิด-19 ให้ผ่านพ้นจากสถานการณ์เลวร้ายนี้ไปให้ได้


(คอลัมน์ “ใต้เตียงการเมือง by ARMdhiravath”)



ข่าวยอดนิยม