สังคมออนไลน์

อ.เจษฎา ชี้ใส่แมสก์ขณะนั่งรถยนต์กับครอบครัว เป็นเรื่องบ้าบอ ย้ำถ้าจะติดก็ติดตั้งแต่ที่บ้านแล้ว

29 เม.ย. 2564

12K view

CH3ThailandNews

สรุปครบจบทุกประเด็นข่าว กับ CH3ThailandNews

จากกรณีที่มีประกาศของกรุงเทพมหานคร เพื่อลดการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงได้บังคับใช้กฎหมายให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า เวลาออกนอกเคหสถาน หรืออยู่ในรถยนต์ที่มีจำนวนคนมากกว่า 1 ขึ้นไป แม้จะเป็นบุคคลในครอบครัวก็ตาม ห้ามฝ่าฝืนจะมีความผิดตามมาตรา 51 ของ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2564


เมื่อวานนี้ (28 เม.ย.64) รศ. ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นในเชิงไม่เห็นด้วยกับข้อบังคับนี้ โดยระบุว่า


"บอกเลยว่า "การบังคับใส่หน้ากากอนามัยในรถยนต์ทุกคน แม้คนในครอบครัว" เป็นระเบียบที่บ้าบอมาก ไม่อยู่บนพื้นฐานวิทยาศาสตร์การแพทย์อะไร อาศัยแค่ความหวาดกลัวกันจนเกินเหตุ หาเรื่องให้คนโดนจับโดนปรับแบบไม่เข้าเรื่อง คือถ้าเป็นรถยนต์สาธารณะ รถเมล์ รถแท็กซี่ การใส่หน้ากากอนามัยขณะอยู่บนรถ มันก็ช่วยลดการแพร่ระบาดจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งได้ เพราะยังไงก็อาจจะมีการคุยกันบนรถ (คนขับ-ผู้โดยสาร) ซึ่งเป็นพื้นที่ปิด อากาศไม่ถ่ายเท เป็นเวลานานๆ ก็พอจะรับเชื้อไวรัสเข้าไปในตัวได้เยอะ (ถ้าไม่ใส่หน้ากาก) จนอาจเป็นโรคได้


แต่ถ้าเป็นคนรู้จักกัน คนครอบครัวเดียว ถ้าจะติดโรค มันติดกันตั้งแต่ที่บ้าน ที่ทำงานแล้วครับ ไม่ใช่จะมาติดแค่ตอนนั่งบนรถด้วยกัน


นโยบายแบบเข้มๆ เท่ๆ แต่ไม่ได้เรื่อง ... เหมือนสมัยห้ามครอบครัวเดียวกัน กินข้าวในร้านอาหารโต๊ะเดียวกัน (หรือต้องมีฉากกั้น) ซึ่งโรคโควิดมันติดต่อผ่านระบบทางเดินหายใจนะ จะติดเชื้อ ก็ติดตั้งแต่ที่บ้านแล้ว ไม่ใช่ที่ร้านอาหาร ผ่านมาปีกว่าแล้ว ความรู้เรื่องเชื้อโรคไวรัสโควิดของชาวโลกเค้าพัฒนาไปไกลมาก แต่บ้านเราเหมือนถอยหลังลงทุกทีๆ .... ไปกินน้ำมะนาวป้องกันโควิดดีกว่า (ประชด)


ปล. แล้วใส่หน้ากากอนามัยขับรถเนี่ย ถ้าเป็นหน้ากากแบบแน่นๆ กระชับหน้า ขับรถเป็นระยะทางไกลๆ ระวังมีปัญหาเรื่องการหายใจ จะได้รับออกซิเจนน้อยลงแล้วทำให้อันตรายในการขับขี่นะครับ (ปรกติ ขับรถระยะไกล ยังต้องคอยเปิดกระจกรับออกซิเจนในรถเพิ่มเลย)"

ข่าวยอดนิยม