กีฬา

'ช้างศึก' หอบถ้วยกลับบ้าน แฟนบอลต้อนรับอบอุ่น 'เมสซีเจ' ลั่น ขอก้าวข้ามไปเก่งในเอเชียต่อ

โดย thichaphat_d

3 ม.ค. 2565

148 views

หลังจากทีมฟุตบอล “ช้างศึก” คว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ” เป็นสมัยที่ 6 หลังจากก่อนหน้านี้คว้าแชมป์มาแล้วในปี 1996, 2000, 2002, 2014 และ 2016 ซึ่งถือเป็นการทวงคืนศักดิ์ศรีเจ้าลูกหนังอาเซียนคืนกลับสู่แผ่นดินไทยโดยรอบชิงชนะเลิศ นัดที่ 2 ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา เสมอกับ “อิเหนา” อินโดนีเซีย 2-2 สกอร์รวม 2 นัด ทีมชาติไทยเอาชนะไป 6-2 ประตู คว้าแชมป์มาครองตามเป้าหมาย


ล่าสุดวานนี้ (2 ม.ค.) “มาดามแป้ง” นางนวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีม พร้อมด้วย มาโน่ โพลกิ้ง กุนซือใหญ่ทีมช้างศึก นำทีมงานสต๊าฟโค้ช เจ้าหน้าที่ และบรรดาฮีโร่ขุนพลนักตะทีมชาติไทย หอบถ้วยแชมป์ “ซูซูกิ คัพ” เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำสายการบินไทยสมายด์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ WE8703

    “ช้างศึก” กลับมาพร้อมถ้วยแชมป์สมัยที่ 6 ชนิดทำสถิติไร้พ่ายตลอดทัวร์นาเมนต์ โดย ธีรศิลป์ แดงดา , ชนาธิป สรงกระสินธ์ , ซาฟาวี ราซิด จากมาเลเซีย และเบียนเวนิโด มารานอน จากฟิลิปปินส์ ครองดาวซัลโวร่วมกันซัดไปคนละ 4 ประตู // ขณะเดียวกัน ชนาธิป สรงกระสินธ์ ยังคว้ารางวัลนักเตะทรงคุณค่าประจำทัวร์นาเมนต์ (เอ็มวีพี) มาครองอีกด้วย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการต้อนรับที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เป็นไปด้วยความอบอุ่น มีแฟนบอลจำนวนหนึ่งมารอต้อนรับบรรดาฮีโร่นักเตะทีมชาติไทย โดยการต้อนรับเป็นไปตามมาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส “โควิด-19” ที่รัฐบาลกำหนดไว้ นักเตะและทีมงานทุกคนต้องผ่านกระบวนการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR และเข้ารับการกักตัวจนกว่าจะยืนยันผลตรวจเป็นลบเท่านั้น


ทันทีที่เดินทางออกมาเจอกับแฟนบอลที่มารอต้อนรับ “มาดามแป้ง” และมาโน่ โพลกิ้ง นำนักเตะถ่ายรูปคู่กับถ้วยแชมป์สมัยที่ 6


มาดามแป้งกล่าวว่า ในนามผู้จัดการทีมช้างศึก เราทั้งทีม 50 ชีวิตอยู่สิงคโปร์ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม ขอบคุณทีมงานทุกคน ขอบคุณนักเตะที่นำโดยกัปตันทีมอย่าง “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ พวกเราเอาถ้วยแชมป์ฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ กลับเมืองไทยได้เป็นสมัยที่ 6 เป็นของขวัญปีใหม่ 2565 นี่จะเป็นก้าวแรกที่เราทุกคนกอบกู้ศรัทธาแฟนบอลไทยกลับคืนมา ถ้วยนี้เป็นสเต็ปแรกในภารกิจกอบกู้ศรัทธาแฟนบอล ตลอดทัวร์นาเมนต์นี้เราไม่แพ้ใครเลย ซึ่งมันเกิดมาจากความสามัคคี ทุกคนไปแข่งขันด้วยพลังกาย พลังใจ เหนือสิ่งอื่นใดมือที่จะช่วยประคับประคองฟุตบอลไทยคือ มือแฟนบอลไทย มือคนที่ 12 เสียงเชียร์ของแฟนบอลไทยดังไปถึงที่สิงคโปร์


เราขอมอบถ้วยนี้ให้เป็นของขวัญปีใหม่ 2565 ให้คนไทยเราจะก้าวเดินต่อไป นักเตะ และทีมงานทุกคนไปแข่งขันด้วยใจที่มุ่งมั่น ใจที่อยากจะพิสูจน์ว่าฟุตบอลไทยไม่ได้เป็นรองใคร การแข่งขันครั้งนี้ถือว่ากดดันพอสมควร เพราะเรายังต้องอยู่ภายใต้มาตรการแข่งขันแบบบับเบิล ที่ทุกคนไม่สามารถออกไปไหนได้ ต้องอยู่แต่บนโรงแรมที่พัก แต่ทุกคนก็ผ่านมาได้ เพราะเรามีทีมเวิร์กที่ยอดเยี่ยม


“แป้งขอขอบคุณทีมสต๊าฟโค้ชทุกคน ขอบคุณพี่อ๊อด (พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง) และประธานสโมสรทุกท่าน ที่มีส่วนร่วมกับความสำเร็จครั้งนี้ ทุกคนคือเบื้องหลังสำคัญที่จะขาดไปไม่ได้ และที่สำคัญแป้งยังต้องขอบคุณแรงใจ แรงเชียร์ของผู้เล่นคนที่ 12 ทุกคน อย่างที่แป้งบอกไว้ก่อนหน้านี้ว่า นักเตะ สต๊าฟโค้ช ผู้จัดการทีม ทุกคนเป็นประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกไว้ แต่มือที่จะประคับประคองฟุตบอลไทยให้สูงยิ่งขึ้นคือ มือของแฟนบอลชาวไทย”


ด้านกัปตันชนาธิปกล่าวว่า ขอบคุณมาดามแป้ง โค้ชมาโน่ สต๊าฟทุกคน ขอบคุณทีมแพทย์ประจำทีม ขอบคุณเพื่อนๆ ในทีมทุกคน ขอบคุณทุกกำลังใจ พวกเราเอาสิ่งสำคัญเป็นของขวัญปีใหม่ให้คนไทย พวกเราจะไม่หยุดพัฒนา เราจะไม่เก่งแค่ในอาเซียน เราจะพัฒนาต่อไป


ส่วน มาโน่ โพลกิ้ง กุนซือใหญ่ทัพ “ช้างศึก” กล่าวว่า แชมป์ครั้งนี้พิเศษ และทีมชาติไทยได้มาแบบพิเศษสุดสุด ขอบคุณผู้จัดการทีม ผู้เล่น และแฟนบอล เราไม่มีเวลาเตรียมตัวมากนักก่อนการแข่งขัน เพราะนักเตะหลายคนมุ่งมั่นกับการแข่งขันฟุตบอลลีกในประเทศ นักเตะแสดงความเป็นมืออาชีพที่น่าชื่นชม นอกเหนือจากพรสวรรค์ เรายิงได้และแสดงให้เห็นถึงความสามารถของเรา และยังพิสูจน์ความสามารถในการเล่นเกมรับ เช่น รอบรองชนะเลิศ นัดที่สองกับเวียดนาม หรือรอบชิงชนะเลิศ นัดที่สองกับอินโดนีเซีย


“เราได้แชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ แต่เราไม่เพียงแค่ต้องการเป็นที่หนึ่งในอาเซียน เราต้องการมากกว่านี้ เราไม่ต้องการที่จะชนะการแข่งขันชิงแชมป์อาเซียนเพียงอย่างเดียว แต่เรามองไปถึงระดับทวีป เช่น เอเชี่ยนคัพ หรือผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก แม้ว่าจะยังไม่มีโอกาส”


ขณะที่ เวสลีย์ โฟฟาน่า กองหลังเลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โพสต์ภาพในอินสตาแกรมสตอรี่ยินดีกับ ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร กองกลางทีมชาติไทยที่มีส่วนสำคัญในการช่วยให้ทีม “ช้างศึก” คว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020


ด้านเงินรางวัล และเงินอัดฉีดที่ทีม “ช้างศึก” ได้รับสรุปรวมทั้งสิ้น 46 ล้านบาท แยกเป็น เงินรางวัลของทัวร์นาเมนต์ 300,000 เหรียญสหรัฐหรือประมาณ 10 ล้านบาท รวมกับเงินอัดฉีดอีก 36 ล้านบาท จาก พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ 10 ล้านบาท จากนัดเอาชนะเวียดนามในรอบรองชนะเลิศ และ “มาดามแป้ง” นางนวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมที่ร่วมกับบรรดาพันธมิตรอีกจำนวน 26 ล้านบาท // ทั้งนี้ ทีมฟุตบอลไทยคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน เป็นทีมแรก ด้วยการเอาชนะมาเลเซีย เมื่อปี 1996

คุณอาจสนใจ

Related News