ข่าวโซเชียล

วิจารณ์สนั่น! คลินิกโพสต์ชวนเด็ก 2-12 ปี เวิร์กช็อปเป็นหมอความงาม ด้านผู้บริหารขอโทษ แจงอยากให้เด็กค้นหาตัวเอง

25 มิ.ย. 2568

178 views

ไวรัสเพจคลินิกเสริมความงาม ชวนเด็กอายุ 2-12 ปี มาเวิร์คชอป เป็นหมอความงาม ชาวเน็ตติงเหมาะสมหรือไม่ ก่อนที่แพทยสภาจะรับลูกต่อ ด้านผู้บริหารคลินิกแจง เป้าประสงค์หลักของการจัดกิจกรรม คือให้เด็กได้ทำกิจกรรมในช่วงซัมเมอร์ และให้เด็กได้เลือกว่า อยากจะเป็นอะไร เราเป็นผู้ใหญ่ไม่มีสิทธิ์ยัดเยียดความฝันของเราให้เด็ก



โดยคลินิกแห่งหนึ่ง โพสต์ภาพ พร้อมข้อความระบุว่า


“ใครอยากเป็น "หมอความงาม" ตั้งแต่เด็ก ยกมือขึ้นนน!

#หมอ…. ชวนหนูๆ อายุ 2-12 ปี มาเปิดประสบการณ์สุดพิเศษใน 1 Day Workshop "หนูอยากเป็นหมอความงาม" ได้ใกล้ชิดคุณหมอตัวจริง มีกิจกรรมสนุกให้ทำเพียบ พ่อแม่จ๋า พาหนูมาสมัครกันน้า รับจำนวนจำกัด รีบลงชื่อเลย"



ซึ่งมีผู้ที่แสดงความเห็นต่างๆมากมาย และส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ที่เอาเด็กมา promote คลินิกเสริมความงาม จะมีคนแท็กไปยังแพทยสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง




หนึ่งในผู้ที่ไปแสดงความเห็น คือ พล.อ.อ.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา ที่ระบุว่า ฝ่ายจริยธรรมช่วยออกจดหมายเชิญผู้ดำเนินการสถานพยาบาล พบเลขาธิการแพทยสภาด้วยครับ เตรียมข้อมูล แจ้งหารืออธิบดี สบส.



จากนั้นนายแพทย์เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ ผู้ช่วยเลขาแพทยสภา กรรมการแพทยสภา ก็เข้ามาตอบข้อความว่า “ ขออนุญาต รับเรื่องเข้ากระบวนการ และ บรรจุเข้า วาระกรรมการแพทยสภา เดือน กค 68 เพื่อพิจารณา เรียบร้อย ครับ"



ทีมข่าวเดินทางไปที่คลินิกดังกล่าว แต่ทางคุณหมอ และทางผู้บริหารไม่ได้อยู่ ทางคลินิกจึงให้วีดีโอคอลสัมภาษณ์กับ คุณวิศรุต กริ่มทุ่งทอง ซึ่งเป็น CEO ของคลินิก



คุณรุต ได้ยกมือไหว้ขอโทษทางแพทยสภา ผู้ปกครอง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คุณหมอในวิชาชีพที่ดูคลิปนี้ ที่รู้สึกไม่สบายใจ และเข้าใจผิด ตนเองรู้สึกเสียใจ และถือเป็นบทเรียนราคาแพง ที่ทำอะไรต้องระมัดระวังกว่านี้ และตนไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ ยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นของทุกคน และปรับปรุงให้ดีขึ้น



คุณรุต ได้ชี้แจงข้อเท็จจริง โครงการนี้ เป้าหมายหลักคือ ให้เด็กได้ทำกิจกรรมช่วงปิดเทอม และที่ผ่านมา ชอบมีคนอินบ็อกซ์มาถาม เพราะเห็นว่าที่บ้านเป็นหมอหลายคนว่าต้องทำอย่างไร ตนเองจึงอยากจัดกิจกรรมขึ้นมา ให้ผู้ปกครองได้รู้ว่า การที่จะเป็นหมอ ไม่ใช่อาชีพที่สวยหรูอย่างที่ทุกคนคิด เพราะเด็กจะต้องเผชิญกับความกดดัน จึงอยากให้เด็กได้มาทดลองดูว่าการเป็นหมอ เป็นอย่างไรแล้วชอบหรือไม่ โดยลออสวมชุดกาวด์ มาตรวจคนไข้จำลอง เหมือนเวลาไปงานวันเด็ก


Concept ของงานคือให้เด็กเค้าได้เลือกว่าอยากจะเป็นอะไร เราเป็นผู้ใหญ่ไม่มีสิทธิ์ที่จะยัดเยียดความฝันของเราไปให้เด็ก จึงเชิญชวนผู้ปกครองว่าอยากจะให้ลูกเป็นหมอต้องดูให้ดี ไม่ใช่อาชีพแพทย์หรือหมอไม่ดี แต่อยากให้ได้มาลองดูก่อน



และความเป็นจริง ตนเองตั้งใจจะเชิญแค่สี่ถึงห้าคนเท่านั้นเอง ซึ่งใน Facebook ส่วนตัวก็จะเขียนเอาไว้ว่า invitation Only และไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆให้เด็กได้มาลองใส่เสื้อกราวน์ตรวจคนไข้



แต่รูปที่โพสต์ใน Facebook คลินิก ไม่ได้มีการเขียนว่า Invitation Only ยอมรับว่าเป็นจุดพลาดของเราเลย ต้องขอโทษทุกคนที่ได้เห็นโพสต์แล้วรู้สึกไม่สบายใจ ในตัวแทนขององค์กรไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ เราทำงานไม่รอบคอบ และรู้สึกเสียใจกับเรื่องนี้ และตนเองเพิ่งทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น จากเพื่อนโทรมา ก็รู้สึกตกใจว่าเกิดดรามาขึ้น



ส่วนที่มีการโฟกัสว่าอยากให้มาเป็นหมอความงามนั้น รู้สึกเสียใจ และรู้สึกไม่ดี แต่ย้ำว่ากิจกรรมที่จะจัดนั้น เป้าประสงค์หลักคือจะ ไม่ควรบังคับให้ลูกเป็นหมอ



ส่วนประเด็นเรื่องของอายุสองขวบนั้น ยืนยันว่ามีผู้ปกครองที่อายุน้อยกว่านี้ก็ติดต่อมา อายุไม่กี่เดือน เพราะมองว่าเป็นกิจกรรมสนุก มีวาดภาพระบายสี



สำหรับการจัดงานนั้นหลังจากนี้ จะไม่มีการจัดแล้ว ประเด็นที่หลายคนมองว่ามันเป็นการโฆษณาให้กับคลินิกนั้น ตามความเป็นจริงแล้วตนเองตั้งใจที่จะโพสต์ส่วนตัว แต่นี่เป็นความผิดพลาด และตนเองก็มารู้ภายหลังด้วยซ้ำ ก็ทำให้รู้สึกว่าตนเองประชาสัมพันธ์ได้ไม่ดี ไม่รอบคอบ และการใช้ข้อความทำให้เกิดความเข้าใจผิด ซึ่งผู้บริหารควรต้องรับผิดชอบ



ส่วนกรณีที่จะต้องไปชี้แจงต่อแพทยสภานั้นยอมรับว่ารู้สึกกังวลใจ ที่ทำไห้คนไม่สบายใจแต่ตนเองก็มีมีแผนคร่าวๆ ที่มีการร่างเอาไว้ของโครงการนี้อยู่แล้ว ซึ่งอยากให้คุณหมอและแพทยสภาดูว่าความตั้งใจของเรา ไม่อยากให้ลูกเครียดที่ต้องเป็นหมอ



ด้าน นายแพทย์เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ ผู้ช่วยเลขาแพทยสภา กรรมการแพทยสภา ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า จากการอ่านดูแล้วทางแพทยสภากังวลว่า อาจจะมีประเด็นที่ต้องสอบถามข้อเท็จจริงว่าทางคลินิกโฆษณาเชิญชวนแบบนี้ มีวัตถุประสงค์อะไร เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งจากวิญชนทั่วไปเข้าใจได้ว่าคลินิกดังกล่าวทำเกี่ยวกับเสริมสวย จุดประสงค์อะไรที่จะต้องเอาเด็กอายุสองขวบที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าไปเยี่ยมชมกิจการคลินิก แล้วบอกว่าชักชวนให้เป็นหมอโดยเฉพาะหมอเฉพาะทางด้านเสริมสวย ซึ่งเด็กยังไม่มีความเข้าใจและตัดสินใจอะไรได้ มองว่าการประชาสัมพันธ์แบบนี้ทางสำนักงานเลขาธิการก็กังวล รวมถึงแพทย์และประชาชนก็กังวลว่าคลินิกทำไปเพื่อหวังผลประโยชน์อะไร เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่ของแพทยสภาในการดูแลว่าการประกอบวิชาชีพเวชกรรมเอาไปใช้ประโยชน์เพื่ออะไรแล้วมันก่อให้เกิดประโยชน์หรืออันตรายหรือไม่



และอีกอย่างที่ประชาชนกังวลคือเป็นการโฆษณาให้คนรู้จักคลินิกนี้ คำถามคือทำไมต้องใช้เด็กมาเป็นส่วนหนึ่งในการโฆษณา แม้เด็กจะไม่รู้เรื่องแต่ก็ต้องผ่านพ่อแม่ และโดยปกติการโฆษณาก็จะมีกฎหมายของทางกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ที่กำกับดูแลอยู่ ซึ่งจะต้องขออนุมัติก่อน โดยเนื้อหาแบบนี้ก็มีคำถามว่าทางคลินิกได้ขออนุญาตไปหรือยังก่อนทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพราะฉะนั้นต้องสอบถามข้อเท็จจริงและขอคำอธิบายจากทางคลินิกก่อน



ทั้งนี้ยังไม่ตัดสินว่าใครผิดหรือถูกในเรื่องนี้ ส่วนการที่จะต้องเข้ามาชี้แจงนั้น ในส่วนของทางแพทยสภา จะเอาเข้าที่ประชุมอย่างเร็วก็คือภายในเดือนนี้เพื่อไปตัดสินว่าเรื่องนี้และขอสอบถามให้เขาทำการชี้แจงมาก่อน หากชี้แจงมีเหตุผลรับฟังได้ คงไม่มีประเด็นอะไรที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ แต่หากพบว่าเข้าข่ายอาจจะผิดจริยธรรม ก็จะตั้งอนุกรรมการจร์ยธรรมต่อ



รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/kKUeI5uTgOU

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ