ข่าวโซเชียล

หนังคนละม้วน! เจ้าของร้านดรามา “กอล์ฟ กัญญ์นลิน” ฟาดกลับอีกฝ่ายทำผิดข้อตกลง

2 ชั่วโมงที่แล้ว

24 views

ดรามาร้อนอินฟลูเอนเซอร์สายกีฬา “กอล์ฟ กัญญ์นลิน” อัดคลิปร่ำไห้ อ้างทีมงานถูกเจ้าของคาเฟ่ย่านสวนรถไฟกักขัง-ข่มขู่ บังคับโพสต์ประจานตัวเอง ฝั่งเจ้าของร้านแจงหนังคนละม้วน! ฟาดกลับอีกฝ่ายทำผิดข้อตกลง แฉบอกแค่แจกกาแฟกระป๋อง แต่กลับตั้งเครื่องเปิดขายแข่ง

คุณกัญญ์นลิน อิทธิวัชรศิลป์ หรือ กอล์ฟ อินฟลูเอนเซอร์สายกีฬา ออกมาอัดคลิปร้องไห้ พร้อมเล่าเหตุการณ์ ระบุว่า เธอถูกบังคับให้โพสต์ประจานตัวเอง จุดเริ่มต้นเริ่มจากโพสต์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม เวลา 12.11 น. เธอโพสต์ข้อความในเพจ ระบุว่า “สวัสดีค่ะ โอ๊ตและกอฟได้มาเจรจาขอตั้งชมรมนักวิ่งโดยจะตั้งบูธหน้าห้องเก็บของด้านในร้านชั่วคราวกับร้านซึ่งเป็นร้านขายอาหารและเครื่องดื่มอยู่แล้ว โดยจะขอเอากาแฟกระป๋องมาทดลองให้ได้ชิม แต่ถึงเวลาที่ปฏิบัติโอ๊ตกับกอฟผิดคำพูดและเห็นแก่ตัวโดยเอาเป็นบูธเครื่องกาแฟมาขายแข่ง โดยทางร้านไม่อนุญาต โอ๊ตกับกอฟเป็นคนที่ไม่มีความรับผิดชอบในคำพูดโดยคิดจะทำการค้าเอาเปรียบคนอื่น เอาแต่ได้โดยไม่รับรู้ถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับร้าน กราบขอโทษมา ณ ที่นี้”

ในคอมเมนต์มีการเขียนข้อความเพิ่มเติม บอกว่า ขอชี้แจงตามนี้นะคะ โอ๊ตกับกอฟเข้าไปติดต่อทางร้านเพื่อขอเช่าพื้นที่ โดยตกลงกันว่าจะจ่ายเป็น GP โดยเริ่มขายกัน 6:00-9:00 am. เริ่มขายวันแรก 17 ตุลาคม 69

ไม่แน่ใจว่า ขั้นตอนการสื่อสารในแต่ละฝ่ายเข้าใจผิดกันอย่างไร จึงเกิดเหตุการณ์ในวันนี้ วันที่ 18 ตุลาคม 2569 ขึ้น โอ๊ตกับกอฟ น้อมรับความผิดในเรื่องของการสื่อสารที่อาจจะเข้าใจไม่ตรงกัน เวลาในการทำการที่ล่วงเลยเวลา ไปขัดในการทำธุรกิจของทางร้าน

โอ๊ตกับกอฟไม่ได้มีเจตนาในการฉ้อโกง เพราะตามที่แจ้งคือตกลงว่าจ่ายเป็น GP ตามยอดขาย ข้อสรุป โอ๊ตกับกอฟยินดีที่จะจ่ายค่า GP ตามที่ได้ตกลงกันไว้

ทางร้านขอไม่รับเงิน ขอเป็นคำโทษข้างต้นตามที่กอฟได้โพสต์ไว้แล้ว โพสต์ทางเพจ และเพจสวนรถไฟวันนี้ สุดท้ายนี้โอ๊ตกับกอฟทำให้ทางร้านรู้สึกขุ่นข้องหมองใจ ต้องกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ และก็ต้องขอโทษลูกค้าทุกท่านด้วยนะคะที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจในการใช้บริการ โอ๊ตกับกอฟขอน้อมรับความผิดไว้ ณ ที่นี้ค่ะ ขอโทษและขอบคุณกำลังใจจากทุกท่านนะคะ

เมื่อคืนที่ผ่านมา (22 ต.ค.) เวลา 21.30 น. เธออัดคลิประบายความในใจ มีความยาวเกือบ 18 นาที โดยคุณกอล์ฟร่ายยาวเหตุการณ์บอกว่า ที่ออกมาชี้แจงเพราะชื่อเสียงถูกทำลาย ถูกด่า ข่มขู่ กลัวถูกทำร้าย กลัวว่าทีมงานจะตกอยู่ในอันตราย ตลอดคลิปคุณกอล์ฟพูดไปร้องไห้ไป

โดยเธอเล่าว่า เธอกับผู้จัดการไปวิ่งที่สวนรถไฟกันเป็นประจำ เวลาผ่านร้านอาหารร้านหนึ่งไม่ค่อยมีลูกค้า ก็เลยเคยไปถามว่าทำไมไม่ใช้ประโยชน์พื้นที่ให้นักวิ่งมานั่งพัก เพื่อให้ขายอาหารได้มากขึ้น ผู้จัดการร้านก็สนใจ จึงนัดคุยกับคุณโอ๊ตผู้จัดการของเธอ และมีการพากันไปเจอคนคนหนึ่งที่บอกว่าเป็นหุ้นส่วนร้าน

ก่อนจะตกลงกันว่า ทางร้านยกพื้นที่บางส่วนให้ใช้สร้างคอมมูนิตี้นักวิ่ง ให้มีที่นั่งพัก ได้ทำความรู้จักกัน โดยให้ใช้พื้นที่ช่วงเช้าและช่วงเย็น ตกลงกันว่าตัวคุณกอล์ฟจะมาช่วยโปรโมตให้พื้นที่คึกคักขึ้น มีการคุยแผนโปรโมต ผังร้าน จุดบริการนั่งวิ่ง คุยกันหลายเดือน จนได้ข้อสรุปว่าจะเปิดในวันที่ 17-18 ตุลาคม ทางร้านแจ้งว่าให้ทำดูก่อน 2 สัปดาห์

วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม มีการเข้าไปเซ็ตอัปพื้นที่เสิร์ฟกาแฟ วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม เริ่มมีคนมาเยอะมาก มาสั่งเครื่องดื่มจนเสิร์ฟไม่ทัน จน 9 โมงเริ่มมีคนสั่งอาหารของทางร้าน ซึ่งคุณกอล์ฟบอกว่าเธอก็คิดว่ามาถูกทางแล้ว ดีใจมาก พร้อมยอมรับผิดที่ผิดคำพูดกับเจ้าของร้าน คือตกลงกันว่าจะใช้พื้นที่แค่ถึง 9 โมงเช้า แต่ปรากฏว่ากว่าลูกค้าจะซาก็ปาไป 11 โมงแล้ว น้อมรับความผิดเพราะไม่มีประสบการณ์ในการปฏิเสธลูกค้า

คุณกอล์ฟเล่าว่าหุ้นส่วนของร้านโทรมาบอกว่ามีคนโทรไปแจ้งการรถไฟ และการรถไฟส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดู เขาไม่โอเค ขอให้เลิก โดยขอให้ขายวันอาทิตย์อีกแค่หนึ่งวัน ให้ขายถึง 9 โมงเช้า

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม คุณกอล์ฟบอกว่า ทีมของเธอเริ่มเสิร์ฟกาแฟตั้งแต่ 7 โมงเช้า คุยกันว่าทำให้สนุกวันสุดท้ายแล้ว ผู้จัดการแจ้งว่า 9 โมงต้องหยุดรับออเดอร์แล้วเก็บของเลย โดยที่ลูกค้าเยอะกว่าวันแรกด้วย ทั้งที่ไม่มีการจัดงานวิ่ง เราดีใจมากลูกค้าสั่งอาหารเยอะมาก

คุณกอล์ฟ บอกว่า เรื่องมันเริ่มรุนแรง เพราะเจ้าของร้านโทรเข้ามาด่าคุณโอ๊ตผู้จัดการของคุณกอล์ฟ ด้วยคำพูดหยาบคาย และขู่ว่าจะเอาคนมาไล่เรา ใส่ร้ายเราว่าบุกรุกสถานที่ เขาไม่ยินยอม ไม่เคยตกลงอะไรกับเราทั้งนั้น เจ้าของมาถึงก็ด่าเรา ด่าทีมงาน ตะโกนด่าลั่นร้านที่ติดลู่วิ่ง คุณกอล์ฟบอกว่าตนกลัวมาก หน้าชา เกิดมาไม่เคยโดนใครชี้หน้าด่าแบบนี้มาก่อน ยอมรับว่ากลัว ตกใจ เราก็โตๆ กันแล้ว เราเป็นสุภาพชน เราสามารถจูงมือกันไปคุยกันเงียบๆ ก็ได้ แต่เขาเลือกตะโกนด่า ชี้หน้าด่าที่กลางร้าน  เธอยังบอกอีกว่า พี่ที่น่ารักที่คุยกันว่าเรามาช่วยกัน คนนั้นหายไปไหนแล้ว ก่อนเปิดร้านพูดจาภาษาดอกไม้มากเลย แต่สิ่งที่เจอวันนั้นเหมือนเป็นอีกคนเลย

คุณกอล์ฟยังเล่าต่อว่า ระหว่างที่เธอกับคุณโอ๊ตผู้จัดการขนของบางส่วนมาเก็บที่บ้าน ทีมงานแจ้งมาว่า เจ้าของร้านไม่อนุญาตให้ออกจากร้าน ถูกกักตัวไม่ให้ออกจากสถานที่ เจ้าของร้านประกาศลั่นร้านจะเรียกคนในเครื่องแบบมาจัดการเรา และอึดใจเดียวก็มีคนในเครื่องแบบมา 2 คน น้องๆ ทีมงานก็กลัว คนนึงร้องไห้ รีบโทรมาบอกให้ช่วย คุณโอ๊ตจึงโทร 191 แจ้งเหตุ และขี่มอเตอร์ไซต์ออกมาดู ส่วนตนรอรับของจากรถที่คันที่ขับตามกันมา

เมื่อคุณโอ๊ตไปถึงร้าน คนในเครื่องแบบก็ปล่อยตัวทีมงานออกมา แต่ไม่ให้คุณโอ๊ตกลับ เขาเรียกค่าเสียหาย พร้อมบอกว่าหากไม่จ่ายก็ต้องโพสต์ขอโทษ ตามสคริปต์ที่เจ้าของร้านเขียนให้ คุณกอล์ฟ บอกว่า เขาเขียนแล้วถ่ายส่งมาให้เธอบอกว่าถ้าไม่โพสต์ตามนี้ คุณโอ๊ตก็ไม่ต้องไปไหน พร้อมโชว์ภาพกระดาษที่เขียนด้วยลายมือให้ดู

พร้อมบอกว่าจำใจต้องทำตามที่ถูกบังคับ เพื่อนเห็นก็โทรมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น มันไม่ใช่ภาษากอล์ฟเลย เฟซบุ๊กถูกแฮ็กหรือเปล่า คุณกอล์ฟบอกว่าตนไม่ได้อยากทำ เครียดมาก แต่ทำเพราะห่วงความปลอดภัย ถูกสังคมตราหน้าว่าตัวเองเป็น 18 มงกุฎ เป็นมิจฉาชีพ

จากนั้นลูกของเจ้าของร้านขอให้เราไม่เอาเรื่องเขา ขอให้ไป สน.ไปลงบันทึกประจำวัน คนในเครื่องแบบไปถึงเดินเข้าไปห้องข้างใน และมีคนมาทักลูกเจ้าของร้าน จากนั้นมีการร่างบันทึกว่ามีการตกลงกันให้ไปขายกาแฟ ให้เวลาถึงแค่ 9 โมง แต่ขายเกินเวลา จึงขอยกเลิกที่ตกลงกัน ร้านไม่ขอเรียกรับเงินแต่ขอผู้จัดการกอล์ฟว่าอย่าเอาไปลงโซเชียล จากนั้นก็แยกย้ายกัน คิดว่าจบแล้ว แต่ไม่นานลูกของเจ้าของร้านโทรมาขอให้ลบโพสต์ทิ้ง โดยที่ลูกจะไปแจ้งแม่ที่เป็นเจ้าของร้านและคนในเครื่องแบบเพื่อเป็นการยืนยันจะส่งข้อความมาให้เพื่อเป็นหลักฐาน

ตนจึงทำตามที่อีกฝ่ายขอมองว่าจะได้จบเรื่องราว แต่มันไม่จบ จากนั้นวันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม เจ้าของร้านโทรมาต่อว่า ตอน 10 โมง บอกว่า ใครสั่งให้ลบโพสต์อยากโดนใช่ไหม แต่โชคดีที่เธอไม่ได้ลบโพสต์จริง เพราะแค่ปิดการมองเห็นไว้ จึงรีบกลับไปเปิดการมองเห็นใหม่ ยอมรับว่ากลัว เพราะเขาเคยประกาศต่อหน้าคนในเครื่องแบบว่า ถ้าพวกมึงกลับมาเหยียบที่สวนรถไฟอีกนะ กูจะเอามึงให้หนัก ถ้าจากนี้เลือกหลบแล้วอยู่แบบหวาดกลัว แล้วยังเกิดอะไรขึ้นกับตนใครจะรับผิดชอบ ที่ออกมาพูดเพราะห่วงว่าอยากให้เรื่องไปถึงผู้มีบารมี มีคุณธรรมยื่นมือมาช่วย ให้ตนหรือใครก็ตามที่ไปใช้พื้นที่สาธารณะไม่ต้องหวาดกลัว

ช่วงท้ายเธอบอกว่าเธอโกรธ อยากให้มีใครก็ได้มาเคลียร์ปมนี้ให้หน่อย อยากวิ่งในสวนตามเดิม และการชี้แจงครั้งนี้เป็นข้อเท็จจริงจากฝั่งเธอหวังว่าชาวเน็ตจะใช้วิจารณญาณในการดู สุดท้ายหากทำให้ทางร้านขุ่นข้องหมองใจขออภัยด้วย และขอโทษทุกคน ขอเป็นตัวแทนทีมงานขอโทษมานะที่นี้ด้วยค่ะ

ฝั่งของคู่กรณีที่เป็นเจ้าของร้าน ออกมาชี้แจงผ่านออนไลน์ และมีคนแคปมาแปะไว้ในโพสต์ของคุณกอล์ฟ “ขอชี้แจงเช่นกัน พี่ไม่เคยให้เช่าสถานที่ คุณมาขอเช่า พี่บอกไม่ได้ให้เช่าค่ะ แต่คุณโอ๊ตบอกเป็นชมรมวิ่ง อยากให้นักวิ่งมีที่นั่งพัก เจอกัน จะขอเอาเป็นกาแฟกระป๋องมาแนะนำให้นักวิ่ง ใช้เวลาช่วง 06.00-09.00 น. พี่ก็ยอม เพราะเห็นเป็นผู้มาออกกำลังกาย ขอใช้ห้องน้ำ ที่นั่ง โต๊ะที่นั่งในร้าน พี่ก็ยอม

พี่ก็บอกแล้วว่าร้านพี่เปิดบริการ 08.00 น. ขอให้การมานั่งที่ร้านไม่เกิน 09.00 น. และที่อนุญาตให้นั่งที่จะทำกิจกรรม คือ บริเวณด้านในสุดที่อยู่ตรงบริเวณโอ่งน้ำพุ

แต่สิ่งที่พวกคุณทำ คือ เอาเครื่องกาแฟ ถังน้ำแข็ง บาริสต้า มาทำการค้าขายเต็มที่ ซึ่งร้านพี่เป็นร้านอาหารและขายเครื่องดื่มกาแฟสด และพี่ไม่ได้ให้เช่าร้าน หรือคิดเงินสักบาท

วันที่ 17 ต.ค. คุณมาตั้งร้านไม่ตรงตำแหน่งที่ตกลง พี่มาทราบตอนเที่ยงครึ่ง คุณยังขายกาแฟของคุณอยู่ (ถูกต้องหรือไม่) พี่แจ้งให้ พนง.บอกกับทางคุณกอล์ฟและคุณโอ๊ตว่า ทำอย่างนี้ไม่ได้

ซึ่งคุณโอ๊ตรับปากว่าจะไปอยู่ตามตำแหน่งที่คุยไว้ และไม่ขายกาแฟเกินเวลาแล้ว (6-9 โมงเช้า) แต่พอวันที่ 18 ต.ค. ก็ยังทำแบบเดิม โดยไม่รักษาคำพูด

ส่วนเรื่อง GP พี่ไม่เคยคุยเรื่องนี้ และไม่รับค่ะ พี่ขอให้คุณลงขอโทษพี่ในเพจเท่านั้น ก็จบแล้ว แต่นี่พี่ต้องมาชี้แจง เพราะคุณทั้ง 2 คน ไม่รับผิดด้วยความจริงใจ

ปล.ข้อชี้แจงของคุณผิดทุกข้อ”

ขณะที่เพจ Drama-addict โพสต์ภาพคำชี้แจงของฝั่งเจ้าของร้าน พร้อมระบุว่า “ดราม่าเมื่อคืนออกข่าวแล้ว อันนี้ฝั่งเจ้าของร้านชี้แจงเมื่อประมาณ 4 วันก่อน เคสนี้อย่าเพิ่งออกตัวแรงรอสื่อเค้าไปสัมภาษณ์ทั้งสองฝั่งก่อนน่าจะดีสุด”

ในคอมเมนต์มีคนเข้าไปแสดงความเห็นหลากหลาย เช่น “คนขับรถทัวร์ไปพักก่อนอย่าเพิ่งรีบออก 555, ตอนฟังคลิปเต็มๆ ฟังแล้วรถทัวร์ก็ยังไม่สตาร์ทรถ ยังจอดนิ่งอยู่ รอฟังสองฝั่ง จะได้พุ่งถูก 5555 ฟังคลิปลแว้บอกตรงๆ นะอิหยังอ่า, รถทัวร์สับสน รออยู่ที่สี่แยกก่อน 555, จากกระป๋องสู่บาริสต้า 5555, ตั้งสติก่อนสตาร์ท, ก็ว่าแปลกๆ อยู่ค่ะ เพราะน้องเค้าลบคอมเมนต์ที่เจ้าของร้านชี้แจง แต่มีคนแคปทัน และเมื่อคืนก็ลบคอมเมนต์คนที่เห็นต่างหมดเลย ถ้าเราบริสุทธิ์ใจจริงทำไมไม่ให้เจ้าของร้านชี้แจงไปเลย ไม่ได้เข้าข้างใครนะคะ อยากฟังความจริงจากทั้ง 2 ฝ่ายค่ะ และไม่สนับสนุนการใช้อำนาจข่มขู่ ความรุนแรงทุกรูปแบบค่ะ”

ด้านเพจ ซ้อเปา-เรื่องนี้ต้องใส่ใจ ก็โพสต์ข้อความบอกว่า “สมมติว่าเราเปิดร้านกาแฟอยู่ แล้วมีคนมาคุยว่าจะเอากาแฟกระป๋องมาแจกหรือแนะนำให้นักวิ่ง แต่พอถึงวันจริงกลับยกเครื่องชงกาแฟกับบาริสต้ามาตั้งขายกาแฟสดหน้าร้านเรา แถมมาตั้งในจุดที่เราไม่ได้ตกลงกันไว้ เราจะทำยังไง?”

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ต้องรอฟังจากทั้ง 2 ฝ่ายอีกรอบแล้ว เพราะหลังเป็นกระแส ทีมข่าวโทรหาคุณกอล์ฟยังติดต่อไม่ได้ ส่วนฝั่งเจ้าของร้านก็ยังไม่สะดวกให้ข้อมูล


แท็กที่เกี่ยวข้อง  กอล์ฟ กัญญ์นลิน

คุณอาจสนใจ